เมื่อมนุษย์เป็นสัตว์สังคม แต่ไม่ใช่ทุกคนที่เป็นสัตว์เศรษฐกิจ

(1)

"ชินคอปเทขายหุ้น ลูกแม้วรวยเจ็ดหมื่นล้าน"

"ลิปตันทุ่มตลาด เปิดงบร้อยล้านสู่ตลาดชา"

"FTA ขายชาติ เอื้อำนาจใครบางคน"

ฯลฯ

เปิดอ่านข่าวในอินเทอร์เน็ตแล้วก็ชวนเบื่อหน่าย เงิน อำนาจ ผลประโยชน์ หรืออะไรทำนองนี้ ล้วนกินพื้นที่เต็มหน้ากระดานข่าว เห็นแล้วก้พึงให้ปลงใจว่า ปลาใหญ่ก็คงจะกินปลาเล็กต่อไปอย่างไม่มีสิ้นสุด และโลกนี้ก็คงไม่มีอะไรฟรีอีกต่อไป.....

(2)

onopen

การกลับมาของเพื่อนเก่าที่เคยคุ้นใจ นี่อาจเป็นข่าวดีที่สุดในวันที่ไฟในใจอ่อนแรง ใครบางคนเคยว่าไว้ว่า เพื่อน,คือใครสักคนที่ไม่ต้องพูดอะไรสักคำ แต่เหมือนเอ่ยถ้อยคำล้านคำ เพื่อน,คือใครคนนั้นที่โอบไหล่ ปลอบประโลมหัวใจในวันเหงา...ด้วยแววตา หรือกับบางครั้งที่รู้สึกว่า โลกทั้งโลกหยามเหยียดยืนอยู่คนละฟากฝั่งกับเรา เพื่อน-คือใครเพียงคนเดียวที่เราต้องการ อยากยืนเคียงใกล้ เพื่อให้คนทั้งโลกได้รู้ว่า กูไม่ได้โดดเดี่ยว

บางทีเราอาจต้องมีเพื่อนหลายคน ในหลายสถานการณ์

ไม่ง่ายที่จะเจอในคนเดียว (แต่บทจะเจอก็อาจเจอได้ไม่ยาก)

สำหรับผม หนังสือเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดคนหนึ่ง

ในวันที่โลกเหวี่ยงแรงด้วยพายุเศรษฐกิจ นิตยสารบางเล่มที่เคยยืนตระหง่าน ท้าโลก ทระนง เริ่มอ่อนเอน และท้ายที่สุดก็โดนแปะป้าย "อุดมการณ์พร้อมขาย"กันยกแผง กวาดตาดูจนทั่วผมเห็นโอเพ่นยืนโดดเด่น(และโดดเดี่ยว)ยั่วพายุอย่างไม่ยี่หระ แม้ขาจะสั่นเพราะทานแรงลม แต่มือขวาที่โบกนิ้วกลางไหวๆให้กระแสหลัก บวกกับแววตาแน่วแน่ประกาศชัดด้วยลีลากวนทีนว่า "กูไม่แคร์"

แค่นี้ก็เกินพอที่ใครๆทั่วหล้าจะพากันยกโล่ "คนจริง" ให้ทีมงานคนทำหนังสือ

ผมเองก็คนหนึ่งล่ะที่คอยลุ้นคอยเชียร์เพื่อนคนนี้อยู่เสมอ (ผมบอกไปแล้วหรือยังว่าผมไปขอสมัครเป็นเพื่อนเขาเรียบร้อยแล้ว)

แต่แม้จะเชียร์อย่างไร ท้ายที่สุดก็ต้องทำใจ เมื่อถึงวันที่เขาประกาศ "ลาพักร้อน"(ที่ไม่มีกำหนดกลับ)

....เหมือนเพื่อนมาบอกลา....

(3)

onopen

การกลับมาของเพื่อนเก่าที่เคยคุ้นใจ นี่อาจเป็นข่าวดีที่สุดในวันที่ไฟในใจอ่อนแรง

วันนี้เพื่อนผมกลับมาแล้ว เพียงแต่เปลี่ยนเครื่องมือสื่อสารเล็กน้อยตามเทคโนโลยี จากหน้ากระดาษกลายมาเป็นหน้าจอคอมพิวเตอร์ในรูปแบบโอเพ่นออนไลน์ กวาดตาดูแล้วก็อิ่มใจที่เห็นเพื่อนเก่ากลับมายกทีม

"ในช่วงท้ายของงานมหกรรมหนังสือฯ ผมได้ไปที่งานกับคุณภิญโญ เจอคอลัมนิสต์เก่าบางท่าน เราก็แจ้งข่าว open online ให้ฟัง ช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ผมกับคุณภิญโญมีจังหวะได้พูดคุยกับคอลัมนิสต์เก่าของ OPEN อยู่บ้างบางคน เราก็เล่าเรื่อง open online ให้ฟัง"

แน่นอนที่สุด, มือขวาของเขายังคงชูนิ้วกลางให้โฆษณาอยู่เหมือนเดิม นั่นหมายความว่าเพื่อน"ยังไม่เปลี่ยนไป" และก็หมายความว่าเพื่อนยังคง "ไม่มีตังกินข้าว" เช่นเดิม ....ฉะนี้ คงไม่ต้องนึกถึงการเลี้ยงข้าวเพื่อนที่มาร่วมสังสรรค์ ในเมื่อตัวเองก็มีแค่พอประทังชีวิต

(4)

งานนี้ไม่มีใครได้ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ไม่มีโฆษณา ไม่มีรายได้ อ่านฟรี เขียนฟรี ทำฟรี ดูแลเว็บฟรี เป็นบรรณาธิการฟรี กันทุกผู้ทุกนาม

ในการชักชวนคอลัมนิสเก่าๆให้มาร่วมวงโอเพ่นออนไลน์ ภิญโญ ในนามหัวหน้าผู้ก่อการแจ้งชัดว่า "ตอนเป็นหนังสือมีค่าคอลัมน์ให้คนละนิดคนละหน่อย ตอนนี้เป็นออนไลน์ ไม่มีตังให้เลย"

คำตอบที่ได้รับจากคอลัมนิสต์ทุกท่าน ล้วนสร้างรอยยิ้มมุมปากให้ผม บางคนก็สร้างเสียงหัวเราะ เพราะคอลัมนิสต์ทั้งหมดตอบตกลง กลับมาร่วมสนุกในทันที ในรูปแบบต่างๆ

ในยุคที่โลกขับเคลื่อนด้วยสิ่งสมมุติที่เรียกว่าเงินเช่นนี้ น่ายินดีที่ยังเห็นการ"ลงแขก"เกี่ยวฝัน

แม้เราจะเสนอคอลัมนิสต์แต่ละคนว่า หากภารกิจประจำหนักหนาสาหัสจนไม่มีเวลาเขียน ก็ของานที่ต้องเขียนลงที่อื่นอยู่ก่อนแล้ว มารวมไว้ใน open online ด้วยก็ยังดี ให้เป็นกรุต้นฉบับเก็บไว้ แฟน OPEN เดิมเปิดเข้าเว็บจะได้รู้ว่า ตอนนี้เหล่าสมาชิกชุมชน OPEN กำลังคิดเขียนอะไรกันอยู่ เรียกว่าให้เข้าเว็บเดียว สามารถติดตามความเคลื่อนไหวกันได้อย่างพร้อมหน้าพร้อมตา คอลัมนิสต์หลายคนกลับปฏิเสธความหวังดีห่วงใยของเรา กลับบอกว่าจะเขียนงานชิ้นใหม่ให้ open online โดยเฉพาะ

เพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคม แต่ไม่ใช่ทุกคนที่เป็นสัตว์เศรษฐกิจ

ยินดีที่นายกลับมา

เพื่อนจากดาวเหงา, 31 มกราคม 2549