ทำไมฝนต้องตกที่เราตลอด

น้ำฝนหยดจากรูรั่วบนหลังคาไหลผ่านกระเบื้องลงมาเป็นทาง มันนำพาคราบผงฝุ่นร่วงไหลมาตามแนวรอยฝ้า สุดท้ายจึงรวมกันเป็นมวลใหญ่หยดแหมะลงกบาลกลางกระหม่อมของรอย

มันเป็นอีกวันที่ฝนตก รอยเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง เขานั่งชันเข่าคุดคู้ให้หัวเข่าทั้งสองข้างอยู่ใกล้กับใบหน้าจนนึกอยากจะใช้น้ำตาเช็ดเมื่อไหร่ก็ทำได้โดยง่าย สายฝนด้านนอกยังคงร่วงหล่นเป็นระเบียบและอยู่ในอาณาบริเวณที่กำหนดไว้โดยท้องฟ้า รวมทั้งอีกหนึ่งหยดที่ทะลุฝ้าลงมาบนหัวและกำลังไหลทิ้งตัวผ่านเนินหน้าผากของเขา รอยใช้มือปาดหยดน้ำนั้นออกไปด้วยความรำคาญใจ

นับวันปริมาณความรำคาญสายฝนของเขาเริ่มเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ มันเริ่มต้นเมื่อวันอาทิตย์ที่แล้ว ขณะที่รอยกำลังเดินออกไปซื้อหนังสือพิมพ์และบุหรี่ ระหว่างเดินกลับบ้านเขาดึงมวนบุหรี่ออกมาสูบให้สาสมกับที่อดพ่นควันมาทั้งคืน ขณะที่รอยจุดไฟแช็กเตรียมยกขึ้นจ่อวัตถุทรงมวนที่ห่อหุ้มยาเส้น พลันที่เสียง ‘แช็ก!!’ ของไฟแช็กทำงานพร้อมเปลวไฟที่พุ่งวาบสว่างออกมา เสียงฝนห่าใหญ่ก็ดัง ‘ซู่!!’ ขึ้นมาพร้อมกับเม็ดน้ำนับพันนับหมื่นเม็ดที่ร่วงหล่นลงดับไฟเสียดื้อๆ อย่างนั้น

บุหรี่เปียก ไฟแช็กเปียก หนังสือพิมพ์เปียก รอยเองก็ไม่รอดความเปียกแฉะนี้ไปได้ เขาเงยหน้ามองท้องฟ้าเหมือนจะท้วงถามว่าเหตุใดจึงปล่อยสายฝนตกใส่เขาโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้ากันแบบนี้ แต่เงยหน้าขึ้นมองฟ้ารอยก็ประสบกับเรื่องน่าประหลาดใจ เมื่อเขาพบว่าสูงขึ้นไปเหนือหัวเขาสักสอง-สามเมตร กลุ่มเมฆสีเทาดำทะมึนลอยล่องอยู่หนึ่งหย่อมและมันเป็นแหล่งกำเนิดสายฝนที่กำลังพร่างพรมตัวเขาอยู่ในขณะนี้ ที่น่าตลกก็คือไอ้มวลเมฆที่ว่านี้มันลอยนิ่งสิงสถิตอยู่เพียงเหนือหัวของรอยเท่านั้น พื้นที่ส่วนอื่นที่ไม่ใช่เนื้อตัวของเขาก็หาได้ปรากฏร่องรอยของเม็ดฝนให้เปียกแฉะไม่ แถมยังเย้ยหยันกันด้วยเปลวแดดสดใสให้เจ็บใจเล่นอีกต่างหาก รอยยืนคาบบุหรี่เปียกๆ มองก้อนเมฆด้วยสายตาของคนที่กำลังไม่เข้าใจโลกอย่างที่สุด จะไปเข้าอกเข้าใจได้อย่างไรในเมื่ออยู่ๆ ฝนก็มอบอภิสิทธิ์ตกเฉพาะเจาะจงที่ตัวเขาคนเดียวอย่างนี้

รอยยังคงแหงนหน้ามองหมู่เมฆประหลาดนี้อย่างไม่รู้จะทำอะไรที่ดีกว่า เขาไม่เข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะตั้งแต่เกิดมาสิบแปดฝนสิบแปดหนาวจนโตเป็นผู้เป็นคนแต่ไม่เป็นโล้เป็นพายนี้ก็เพิ่งจะเคยเห็นฝนตกเป็นหย่อมเฉพาะตัวก็วันนี้ รอยนึกไม่ออกว่าปรากฏการณ์ธรรมชาติพรรค์ไหนกันที่ดลบันดาลให้เกิดเรื่องบ้าบอนี้ได้ แค่นึกว่าฝนตกเป็นหย่อมคับแคบครอบคลุมแค่พื้นที่คนหนึ่งคนก็เหลือเชื่อแล้ว แต่คนๆ นั้นกลับเป็นตัวเขาเองก็ยิ่งเหลือเชื่อยิ่งกว่า รอยสงสัยว่าเขาไปทำอะไรให้ผิดใจฟ้าขัดใจเมฆตั้งแต่เมื่อไหร่หรือเปล่า

ถึงตรงนี้อะไรไม่รู้ดลใจให้เขานึกถึง ‘ฟองฟ้า’ ผู้หญิงที่ชื่อแปลกประหลาดที่สุดที่รอยเคยรู้จัก แม้ไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่จะโยงใยผู้หญิงที่ชื่อ ฟองฟ้า ให้เกี่ยวดองกับเม็ดฝนตกหล่นลงมาบนตัวเขาก็ตาม แต่จะถามหาเหตุผลที่มาไปเพื่อเหตุอันใดล่า ก็ในเมื่อท้องฟ้ายังทำตัวไร้เหตุผลปล่อยเม็ดฝนหล่นลงมาที่เขาเพียงคนเดียวเท่านั้นอย่างนี้ เขาก็อยากเพียงแค่ฝากคำถามผ่านอากาศไปยังท้องฟ้าและฟองฟ้าว่า

ทำไมฝนต้องตกที่เราตลอดเลยนะ, ฟ้า?

รอยเดินเปียกปอนชุ่มโชกกลับบ้านด้วยความเย็นฉ่ำชื้นแฉะ ขนาดเข้ามาในบ้านที่มีหลังคาคุ้มครองกบาลตัวเอง แต่เมฆฝนเจ้ากรรมก็ยังตกรอท่าอยู่บนหลังคา

และตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาฝนก็ตกลงมาใส่รอยอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่ารอยจะเคลื่อนกายย้ายสังขารไปไหน เมฆฝนก็ติดตามไปทุกหนแห่งอย่างน่ารักน่าตบ จนรอยไม่กล้าออกจากบ้านเพราะต่อให้เขากางร่มฝนก็ตกใส่ร่มอย่างไม่มีวันขาดเม็ดอยู่ดี

ช่วงสามวันแรกรอยรู้สึกโกรธและหงุดหงิดสายฝนอย่างมาก เพราะอะไรคงไม่ต้องอธิบายกันอีกแล้ว แต่พอขึ้นวันที่สี่เขาก็เริ่มชาชินกับความเปียกปอนชุ่มฉ่ำรอบๆ ตัว ความโกรธเคืองจึงเปลี่ยนร่างมาเป็นความรำคาญและความสงสัยใคร่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง

‘กูทำอะไรผิด ทำไมฝนต้องตกที่กูตลอดเลยวะ’

ทุกครั้งที่รอยตั้งคำถามมากมายกับตัวเองและเมฆฝนคู่กรณี เขามักจะปล่อยความคิดพาดพิงและซัดทอดไปยัง ฟองฟ้า ผู้หญิงชื่อแปลกที่สุดที่เขาเคยรู้จัก รอยพยายามคิดว่า ฟองฟ้า มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรือเปล่า แม้อยากจะพูดคุยถามไถ่ ฟองฟ้า สักเพียงใดรอยก็ไม่อาจทำได้ เพราะเขาไม่รู้เธออยู่ที่ไหน เขาไม่พบเธอมาหนึ่งปีแล้ว นับจากวันที่เขาโกหกเธอตอนอายุสิบเจ็ดปี

…………………………………………………..

หนึ่งปีที่แล้ว รอยและฟองฟ้า นั่งหลบฝนอยู่ใต้อาคารหอประชุมของโรงเรียนที่ซึ่งงานปัจฉิมนิเทศของนักเรียนปีสุดท้ายเพิ่งเสร็จสิ้น ในวัยสิบเจ็ดปีของคนทั้งสอง รอยและฟองฟ้ากำลังจะกลายเป็นศิษย์เก่าของสถาบันแห่งนี้ คนทั้งคู่กำลังจะกลายเป็นอดีตของปัจจุบัน เมื่อวันพรุ่งนี้มาถึงวันนี้ก็กลายเป็นเพียงเมื่อวานนี้

และเขาและเธอก็ต้องแยกจากกันไปตามทางของตัวเอง

ฝนยังตกลงมาอย่างไม่ขาดระยะ จากเปาะแปะกลายเป็นเปะปะ สายลมเองก็ช่วยพัดพาเม็ดฝนให้มาตกกระทบลงบนผิวกายของคนทั้งสอง รอยแทบมองถนนใหญ่ที่ทอดไปสู่ประตูโรงเรียนได้ไม่ชัดเนื่องจากม่านสายฝนได้พร่าพรางเอาไว้

ไม่ผิดแล้ว สายฝนมักทำให้คนหนึ่งคนเหงา ไม่รู้มันมีแรงโน้มถ่วงอะไรที่โน้มนำกระทำให้สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคนรู้สึกเหงา แต่กับคนสองคนสายฝนที่หนาวเหน็บก็กลับกลายเป็นสร้างความอบอุ่นไปเสียอย่างนั้น ธรรมชาติกับคนช่างเป็นสองเรื่องที่แสนซับซ้อนเสียจริงๆ รอยคิดเป็นตุเป็นตะในความเงียบและท่ามกลางเสียงสายฝน

ฟองฟ้าเองก็รู้สึกไม่ต่างไปจากรอย เธออบอุ่นเมื่ออยู่ใกล้เขาท่ามกลางสายฝน เธอไม่สนว่าปอดจะชื้นฉ่ำจนน่าวิตก เพราะอีกฟากหนึ่งของทรวงอก สิ่งที่เรียกว่าหัวใจกำลังอบอุ่นร้อนเร่า ดังนั้นต่อให้ฝนนี้มาพร้อมกับพายุโซนร้อนโซนเย็นอะไรก็เถอะ ฟองฟ้าก็ไม่หวั่น ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเธอกำลังมีความรักต่อชายข้างๆ ความรักแบบที่ทำให้คนดีๆ ตาบอด แต่กลับทำให้คนตาบอดมองเห็นความสวยงาม

ฟองฟ้า แสร้งทำเป็นเหม่อมองออกไปกลางสายฝน ระหว่างนั้นเธอกระเถิบร่างกายให้เข้าใกล้ชายหนุ่มอย่างแสนโฉ่งฉ่าง เธอเป็นคนที่ไม่ค่อยมีจริตจก้านแบบกุลสตรีนัก

ไม่ได้แล้ว บรรยากาศมันบังคับให้ฟองฟ้าต้องพูดความจริงอะไรบางอย่างกับรอย เธอรู้ว่าวันนี้ต้องมาถึงและเธอก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงโยกโย้ได้อีกต่อไปแล้ว ถ้าไม่ใช่วันนี้ ก็ไม่มีโอกาสอีกแล้ว ฟองฟ้า สูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่เสียงดังจนรอยตกใจ

“รอย” เอาล่ะสิ เธอเริ่มแล้ว “เรามีเรื่องอยากบอกเธอ”

“อะไรเหรอ ฟองฟ้า”

ลมรุนแรงพัดหอบเอาสายฝนมาปะทะใบหน้าคนทั้งสอง ฝนเม็ดหนึ่งพุ่งเข้าสู่รูจมูกของรอย เหมือนยานอวกาศบินเข้าฐานทัพ รอยใช้นิ้วคุ้ยแคะโพรงจมูกนั้น

“มีอะไร” รอยถามเสียงอู้อี้ เพราะรูจมูกกำลังโดนคุกคาม

“รอย...เธอสงสัยบ้างไหมว่าทำไมเรายังไม่กลับ”

“ก็เธอติดฝนไม่ใช่เหรอ”

“ก็ใช่ แต่ถ้าเราจะกลับเราก็กลับได้ตั้งนานแล้ว เรามีร่มอยู่ในเป้”

“มีร่ม?” รอยหันหน้ามาที่ฟองฟ้าอย่างรวดเร็ว “เธออยากบอกเราว่าเธอมีร่มแต่กางไม่เป็นเหรอไง ฟองฟ้า"

"เปล่า ช่างเรื่องร่มเถอะ ยังไงเราก็เปียกแล้ว เรามีอะไรจะบอกเธอล่ะ"

เวลาของฟองฟ้ามาถึงแล้ว เธอไม่รอให้รอยถามว่าสิ่งนั้นคืออะไร ฟองฟ้ารวบรวมความกล้า สูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่เสียงดังจนรอยตกใจเป็นครั้งที่สอง

“รอย เรารักเธอ เราอยากให้เธอลองคบกับเรา ได้ไหมรอย” ท้ายเสียงของฟองฟ้าสั่นเครือ

รอยมองหน้าฟองฟ้านานเนิ่น เขาตกใจกับสิ่งที่หลุดลอยออกมาจากปากของเธอ เขาสับสน เขาไม่รู้ว่าตัวเองต้องพูดอะไร ไม่รู้แม้กระทั่งว่าตัวเองรู้สึกอย่างไรกับเธอ

“เรา...เรา...ไม่ได้หรอกฟองฟ้า มันไม่ใช่อย่างนี้”

ฟองฟ้ามองหน้ารอยนานเนิ่น เธอตกใจกับสิ่งที่หลุดลอยออกมาจากปากของเขา เธอสับสนและเสียใจ เธอไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วรอยรู้สึกอย่างไรกับเธอ

“เธอไม่รักเรา...บ้างเลยเหรอ”

“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกนะฟองฟ้า”

“แล้วทำไม..”

รอยว้าวุ่นใจอย่างหนักกับคำถามที่ฟองฟ้าระดมยิงกราดใส่เขา เขาไม่รู้ว่าจะตอบเธอว่าอย่างไรดี เพราะจริงๆ แล้วเขาเองก็ชื่นชมนิยมเธออยู่มิใช่น้อย เป็นแฟนเธอก็ไม่ใช่เรื่องที่ฝืนใจเขา แต่บางอย่างในใจของเขาบอกเขาว่ามันไม่ควรจะเป็นอย่างนี้ เขาและเธอไม่ควรจะดูแลความรักของกันและกัน มันเสี่ยงเกินไป

ปัญหาคือรอยจะอธิบายให้ฟองฟ้าเข้าใจได้อย่างไร เพราะแม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่เข้าใจมัน แต่เขาแน่ใจว่าเขารู้สึกถึงมัน รอยจำเป็นต้องพูดอะไรสักอย่าง

“ฟองฟ้า...เธอรู้ไหม เรา...เรา...เป็นคนที่มีความสามารถในการรักต่ำ...ถึงต่ำมาก” รอยตกใจในสิ่งที่ตัวเองพ่นพูดออกไป เอาล่ะสิ ความสามารถอะไรวะ แล้วต้องยังไงต่อกันดี

“เรา...เรา...เรารู้ตัวว่าเราเป็นคนรักที่แย่ เราไม่มีพรสวรรค์ทางด้านนี้ เราไม่ใช่อย่างที่เธอคิดหรอก...แต่เราก็ขอบคุณที่เธอคิดอย่างนั้นกับเรา” นั่น ต้องอย่างนั้น น่าจะพอไปได้แล้วมั้ง รอยคิด

ฟองฟ้า มองรอยอย่างจริงจัง เธอพยายามมองไปที่ดวงตาของรอย ในขณะที่รอยก็หลบสายตาเธออย่างไม่ลดละ

ฝนยังคงตก แถมตกแรงกว่าเก่าเสียอีก

ฟองฟ้าลุกขึ้นยืน ก้มมองรอยที่กำลังก้มมองรองเท้าผ้าใบของตัวเองอีกที

“รอย...เธอโกหก เธอโกหกตัวเอง โกหกเรา”

รอยเงยหน้ามองฟองฟ้า ขาขาวๆ อวบๆ ของฟองฟ้าอยู่ตรงหน้าเขาพอดี เขาเลยเปลี่ยนใจไม่มองมองหน้าเธอ อีกอย่างเขาไม่กล้าสบตาเธอด้วย

“รอย ทำไมเธอไม่พูดอย่างที่เธออยากพูด”

รอยมองท่อนขาขาวนวลตานั้นต่อไป

“รอย วันพรุ่งนี้เราคงต้องแยกกันแล้วนะ ถ้าเธอจะเก็บมันไว้ก็เรื่องของเธอ แต่ยังไงเราก็บอกเธอแล้ว และเราก็ยืนยันได้เลยว่ามันจะไม่เปลี่ยนไปอย่างแน่นอน ส่วนเธอ...รอย...เราจะถามเธอใหม่อีกหนึ่งปีข้างหน้า ถึงวันนั้นเราอยากให้เธอพูดความจริงนะ”

ฟองฟ้า มองรอยชั่วอึดใจ ก่อนจะหันหลังแล้วก้าวเดินออกไปท่ามกลางสายฝน

“เราไปล่ะนะ ขอให้เธอโชคดี” เธอพูดโดยไม่หันไม่มองเขา

รอยนั่งกอดเข่ามองฟองฟ้าที่กำลังย่ำผ่านสายฝน ตัวของเธอเปียกมากขึ้นเรื่อยๆ เขากำลังสงสัยว่าตัวเองกำลังจะพลาดอะไรไปหรือเปล่า

“ฟองฟ้า” เสียงของรอยดังก้องท่ามกลางเสียงฝน

ฟองฟ้าหยุดกึก หันกลับไปมองรอย

“เธอมีร่มนะ อยู่ในเป้ไง”

ฟองฟ้าล้วงมือเข้าไปหยิบร่มในเป้ เธอหยิบมันออกมาและโยนไปให้รอย

“เราให้เธอ อีกหนึ่งปีเราจะมาเอา”

แล้วเธอก็เดินจากไปพร้อมกับสายฝน

…………………………………………………..

โดยปกติ รอยเป็นคนไม่พกร่ม แต่นับตั้งแต่ฝนเลือกตกที่เขาอย่างสม่ำเสมอเพียงคนเดียว รอยจึงจำเป็นต้องกางร่มไว้เสมือนอีกหนึ่งอวัยวะของเขา และร่มคันนั้นก็คือร่มที่เคยอยู่ในเป้ของฟองฟ้า ร่มที่ผู้หญิงคนหนึ่งไม่ยอมกางใช้งานตอนฝนตก

ตลอดหลายคืนที่ผ่านมา รอยฝันแปลกๆ และเปียกๆ เพราะฝนหยดมาจากเพดานลงเตียงนอนพอดี เขาฝันเรื่องเดียวกันมาหลายคืนแล้ว ในความฝันเขากำลังจะนอน แต่นอนไม่หลับ ทุกครั้งที่กำลังจะเข้าสู่เคลิ้มแห่งห้วงนิทรา เขาเป็นต้องเห็นอุโมงค์แห่งหนึ่ง ที่ปลายอุโมงค์มีแสงสว่างเจิดจ้า เมื่อพ้นอุโมงค์นั้นออกมาตัวของเขาก็สว่างไสวและแสงลอดผ่านตัวได้ราวกับมนุษย์ล่องหน และทุกครั้งความฝันประหลาดนี้จะต้องจบลงด้วยร่มคันหนึ่งที่ปลายอุโมงค์

เขานึกถึงความฝันนี้อีกครั้งตอนที่กำลังผูกเชือกรองเท้าผ้าใบ ฝนเพื่อนซี้ตกรออยู่หน้าประตูบ้านแล้ว ออกเมื่อไหร่เป็นได้เปียกเมื่อนั้น รอยยิ้มให้กับเม็ดฝนส่วนบุคคลของตัวเอง เขาเอื้อมมือไปหยิบร่มคันของเขาที่ไม่ใช่ของเขา รอยเพ่งพินิจดูร่มคันนี้อย่างละเอียดถี่ถ้วนเขารู้สึกว่ามันคือร่มคันเดียวกับที่อยู่ในความฝัน รอยกางร่มก้าวออกไปหาสายฝนที่คุ้นเคย เขามุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่เคยไปมาแล้ว ใต้อาคารหอประชุมของโรงเรียนเก่า สถานที่ที่ปัจจุบันเคยเป็นแค่อดีตของเขา และเมื่อเมื่อวานหวนกลับมาใหม่วันนี้ก็คือวันพรุ่งนี้ที่ยังมาไม่ถึง รอยกำลังเดินไปหาวันพรุ่งนี้

ฝนของรอยกำลังทำหน้าที่ของมันอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ต่อให้เขากางร่มสายฝนก็เล็ดลอดเข้ามารุกล้ำความแห้งอยู่ดี เขาหยุดจุดบุหรี่สูบ พยายามควบคุมปลายแดงวาบของบุหรี่ให้อยู่ในรัศมีของร่ม หอประชุมโรงเรียนอยู่ข้างหน้า วันนี้เป็นวันครบหนึ่งปีที่เขาเอาร่มของผู้หญิงคนหนึ่งมาใช้ และเขาต้องคืนเธอในวันนี้ ตามสัญญา

ฟองฟ้าอยู่ที่นั่นแล้ว เธอมาที่นี่เพื่อมารับของของเธอ ร่มคันเล็กๆ คันหนึ่ง เธอมองรอยที่กำลังเดินใกล้เข้ามา

แล้วฝนของรอยก็หยุดตก

เช่นเดียวกับน้ำตาหยดสุดท้ายของฟองฟ้าที่กำลังแห้งเลือนไป หลังจากไหลหลั่งพรั่งพรูออกมาไม่หยุดนับตั้งแต่วันอาทิตย์ที่แล้ว รวมแล้วเธอร้องไห้มาหนึ่งอาทิตย์เต็ม

กรุณาอดใจรอ อีกเดี๋ยวเดียวรอยจะได้รู้ว่า ‘ทำไมฝนต้องตกที่เขาตลอด’ และฝนของเขามันเกี่ยวอะไรกับน้ำตาขอฟองฟ้า

แค่รอให้เขาและเธอพูดความจริงกันก่อน

…………………………………………………..

แรงบันดาลใจจากเพลง Why Does It Always Rain On Me? ของวง Travis

Why Does It Always Rain On Me? by Travis

I can't sleep tonight

Everybody saying everything's alright

Still I can't close my eyes

I'm seeing a tunnel at the end of all these lights

Sunny days

Where have you gone?

I get the strangest feeling you belong

Why does it always rain on me?

Is it because I lied when I was seventeen?

Why does it always rain on me?

Even when the sun is shining

I can't avoid the lightning

I can't stand myself

I'm being held up by an invisible man

Still life on a shelf when

I got my mind on something else

Sunny days

Where have you gone?

I get the strangest feeling you belong

Why does it always rain on me?

Is it because I lied when I was seventeen?

Why does it always rain on me?

Even when the sun is shining

I can't avoid the lightning

Oh, where did the blue skies go?

And why is it raining so?

It's so cold

I can't sleep tonight

Everybody's saying everything's all right

Still I can't close my eyes

I'm seeing a tunnel at the end of the lights

Sunny days

Where have you gone?

I get the strangest feeling you belong

Why does it always rain on me?

Is it because I lied when I was seventeen?

Even when the sun is shining

I can't avoid the lightning

Oh, where did the blue skies go?

And why is it raining so?

It's so cold

Why does it always rain on me?

Why does it always rain on...