คำอุทธรณ์ของ ส.ศิวรักษ์

คำอุทธรณ์คำสั่งห้ามการขายหรือจ่ายแจก และให้ยึดสิ่งพิมพ์


๑๒๗ ซอยสันติภาพ ถนนนเรศ กรุงเทพมหานคร ๑๐๕๐๐


๘ ตุลาคม ๒๕๕๐


เรื่อง อุทธรณ์คำสั่งห้ามการขายหรือจ่ายแจก และให้ยึดสิ่งพิมพ์

เรียน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

อ้างถึง คำสั่งเจ้าพนักงานการพิมพ์กรุงเทพมหานครที่ ๕/๒๕๕๐ ลงวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๕๐


ตามที่เจ้าพนักงานการพิมพ์สำหรับกรุงเทพมหานคร ได้มีหนังสือ ที่ ตช.๐๐๒๘.๑๔๓/๕๓๐๙ ฉบับลงวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๐ แจ้งมายังข้าพเจ้า โดยข้าพเจ้าได้รับเมื่อวันที่ ๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ ว่า หนังสือพิมพ์ชื่อ “ค่อนศตวรรษประชาธิปไตยไทย ที่เต็มไปด้วยขวากหนาม” โดย นาย ส. ศิวรักษ์ ได้ลงข้อความอันอาจจะขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน เจ้าพนักงานการพิมพ์สำหรับกรุงเทพมหารนคร จึงได้อาศัยอำนาจตามมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติการพิมพ์ พุทธศักราช ๒๔๘๔ ห้ามการขาย หรือจ่ายแจกและให้ยึดสิ่งพิมพ์ดังกล่าวข้างต้น ตั้งแต่วันที่ ๒๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๐ เป็นต้นมา รายละเอียดปรากฏตามหนังสือแจ้งและคำสั่งที่อ้างถึง ที่ได้แนบมาพร้อมกับอุทธรณ์นี้นั้น

ข้าพเจ้าในฐานะผู้เขียนหนังสือพิมพ์ “ค่อนศตวรรษประชาธิปไตยไทย ที่เต็มไปด้วยขวากหนาม” ซึ่งเป็นผู้ได้รับความเสียหายอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้จากคำสั่งทางปกครองที่อ้างถึงขอโต้แย้งว่า คำสั่งทางปกครองดังกล่าวไม่ชอบธรรม ขาดเหตุผล และขัดต่อกฎหมาย ดังต่อไปนี้

๑. ในการออกคำสั่งทางปกครองดังกล่าว หากเจ้าพนักงานการพิมพ์สำหรับกรุงเทพมหานคร เพียงได้ใช้สามัญสำนึกอย่างที่บุคคลธรรมดาจะพึงมี ก็ย่อมทราบได้ว่า การห้ามการขาย หรือจ่ายแจก และให้ยึดสิ่งพิมพ์ “ค่อนศตวรรษประชาธิปไตยไทย ที่เต็มไปด้วยขวากหนาม” ย่อมกระทบถึงสิทธิของข้าพเจ้า และย่อมจะทำให้ข้าพเจ้าซึ่งเป็นผู้เขียนได้รับความเสียหาย ทั้งความเสียหายต่อชื่อเสียง เกียรติยศ และความเสียหายทางด้านเศรษฐกิจ ดังนั้น หากเจ้าหน้าที่มีใจที่เป็นธรรมและปฏิบัติหน้าที่โดยยึดหลักนิติธรรมและระเบียบบริหารราชการแผ่นดินที่ดีแล้ว ย่อมต้องเปิดโอกาสให้ข้าพเจ้าได้รับทราบข้อเท็จจริง และโต้แย้งแสดงเหตุผลและหลักฐานของข้าพเจ้าให้เพียงพอเสียก่อนที่จะออกคำสั่ง เพื่อเจ้าหน้าที่ผู้ออกคำสั่งจะได้วินิจฉัยออกคำสั่งด้วยความถูกต้อง และเป็นธรรม

๒. คำสั่งของเจ้าพนักงานการพิมพ์กรุงเทพมหานครที่ ๕/๒๕๕๐ ที่ส่งมายังข้าพเจ้าระบุเพียงข้อความสั้นๆว่า “ สิ่งพิมพ์ชื่อ “ค่อนศตวรรษประชาธิปไตยไทย ที่เต็มไปด้วยขวากหนาม” ได้ลงโฆษณาข้อความอันอาจจะขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน” เท่านั้น โดยมิได้ชี้แจงแสดงข้อเท็จจริง ข้อพิจารณาและข้อสนับสนุนการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ และเหตุผลใดๆ ว่าในสิ่งพิมพ์ดังกล่าวอย่างน้อยมีข้อความอันเป็นสาระสำคัญใด ที่อาจจะขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน อย่างไร และเพราะเหตุใดจึงต้องใช้อำนาจหน้าที่ถึงขั้นมีคำสั่งไม่ให้ขาย หรือจ่าย แจก และกระทั่งให้ยึดสิ่งพิมพ์นั้น การออกคำสั่งทางปกครองโดยไม่แสดงข้อเท็จจริงและเหตุผลเช่นนี้ ทำให้ข้าพเจ้าซึ่งเป็นผู้ได้รับความเสียหายอย่างใหญ่หลวงจากคำสั่งดังกล่าว ไม่สามารถเข้าใจคำสั่งดังกล่าวได้อย่างเพียงพอที่จะโต้แย้งหรืออุทธรณ์คำสั่งได้

๓. บัดนี้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้ออกพระราชบัญญัติจดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๕๐ แล้ว ซึ่งตามพระราชบัญญัติดังกล่าวมีผลเป็นการยกเลิก พระราชบัญยัติการพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๘๔ แม้ พ.ร.บ. จดแจ้งการพิมพ์ดังกล่าวจะยังไม่มีผลบังคับใช้ ในวันที่เจ้าพนักงานการพิมพ์สำหรับกรุงเทพมหานครออกคำสั่งให้ยึดหนังสือของข้าพเจ้า ก็ตาม แต่ก็จะมีผลให้ต้องยกเลิก พ.ร.บ. การพิมพ์ฯในไม่ช้านี้ หนังสือ “ค่อนศตวรรษประชาธิปไตยไทย ที่เต็มไปด้วยขวากหนาม” ได้ตีพิมพ์เผยแพร่มาตั้งแต่เดือนเมษายน ๒๕๕๐ แต่เจ้าพนักงานการพิมพ์เพิ่งจะออกคำสั่งยึด ในปลายเดือนกันยายน ๒๕๕๐ โดยกระทำการในขณะที่ พ.ร.บ. การพิมพ์ฯ กำลังจะถูกยกเลิกไปอย่างแน่นอนเช่นนี้ นอกจากจะแสดงให้เห็นว่า เจ้าพนักงานการพิมพ์ฯ ไม่ได้ใส่ใจ และให้ความเคารพในมติของสภานิติบัญญัติแห่งชาติแล้ว ยังแสดงให้เห็นว่าเจ้าพนักงานการพิมพ์ฯ อาจใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบเพื่อกลั่นแกล้งข้าพเจ้าก็เป็นได้

๔. อย่างไรก็ตามโดยข้อเท็จจริงแล้วข้าพเจ้าขอยืนยันว่า สิ่งพิมพ์ชื่อ “ค่อนศตวรรษประชาธิปไตยไทย ที่เต็มไปด้วยขวากหนาม” นี้เป็นหนังสือทางวิชาการ และเชิงประวัติศาสตร์ ที่เผยแพร่ต่อประชาชนโดยทั่วไป ไม่มีข้อความใดๆ ที่อาจจะขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนแต่อย่างใด ดังนั้นคำสั่งเจ้าพนักงานการพิมพ์สำหรับกรุงเทพมหานคร ที่ ๕/๒๕๕๐ ที่ห้ามขาย หรือจ่ายแจกและให้ยึดสิ่งพิมพ์ดังกล่าวของข้าพเจ้า ได้ทำขึ้นโดยปราศจากข้อเท็จจริงและไม่ชอบด้วยกฎหมาย

๕. คำสั่งของเจ้าพนักงานการพิมพ์สำหรับกรุงเทพมหานครที่อ้างถึง และ พรบ.การพิมพ์ พ.ศ.๒๔๘๔ ขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เนื่องจากได้ละเมิดและจำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา ของข้าพเจ้า ซึ่งเป็นสิทธิที่ได้รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๔๕ อย่างร้ายแรง จึงเป็นคำสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

นอกจากนี้ การที่คำสั่งทางปกครองฉบับที่ ๕/๒๕๕๐ ดังกล่าวยังมีผลบังคับอยู่ต่อไปในระหว่างการพิจาณาอุทธรณ์ ฉบับนี้นั้น ข้าพเจ้ามีความเห็นว่าจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อข้าพเจ้า ทั้งในด้านชื่อเสียงและเศรษฐกิจ และสังคมจนเกินสมควรกรณี จึงมีเหตุที่ควรทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายดังกล่าวไว้ก่อนในระหว่างอุทธรณ์ด้วย

ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ข้าพเจ้าจึงมีความประสงค์ขอให้ท่านได้โปรดมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งทางปกครองของเจ้าพนักงานการพิมพ์สำหรับกรุงเทพมหานคร ที่ ๕/๒๕๕๐ ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ปราศจากเหตุผลและปราศจากมูลความจริงใดๆ ดังที่เจ้าพนักงงานกล่าวอ้าง และได้โปรดมีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครองดังกล่าวไว้ในระหว่างการพิจารณาอุทธรณ์ด้วย

อนึ่งในกรณีที่มีความเสียหายเกิดขึ้นแก่ข้าพเจ้า อันเป็นผลจากคำสั่งทางปกครองดังกล่าว ข้าพเจ้าขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป

จึงเรียนมาเพื่อทราบและดำเนินการต่อไป

ขอแสดงความนับถือ


(นายสุลักษณ์ ศิวรักษ์)

ผู้อุทธรณ์