1
นาฬิกาบอกเวลาสองทุ่ม
เธอมองดูเข็มยาวที่กำลังวางตัวเป็นมุมป้านกับเข็มสั้นบนหน้าปัดนาฬิกาข้อมือเรือนเล็กยี่ห้อดังในอดีต นาฬิกาที่เธอผ่านตาบ่อยๆ จากรายการโทรทัศน์ยอดนิยมตอนยังเป็นเด็ก ปัจจุบันนาฬิกายี่ห้อนี้เลิกผลิตไปนานแล้ว แต่เธอก็พบนาฬิกายี่ห้อนี้เข้าโดยบังเอิญในร้านขายของเก่า ความทรงจำในวัยเยาว์หวนคืน เสียงจากพิธีกรของรายการในวันวานดังขึ้นในโสต
“ท่านจะได้รับนาฬิกาคาเรลล่าสำหรับสุภาพบุรุษหนึ่งเรือนและสุภาพสตรีอีกหนึ่งเรือน”
แม้ไม่ใช่คนที่ชอบพกพาเวลาไปไหนมาไหน แต่ด้วยอดใจไม่ไหวสุดท้ายเธอจึงควักเงินอย่างง่ายดายเพื่อซื้อนาฬิกาของสุภาพบุรุษหนึ่งเรือนและของสุภาพสตรีอีกหนึ่งเรือน
นาฬิกาสำหรับสุภาพบุรุษเป็นของเขา
ลมเย็นพัดหอบใหญ่มาปะทะตัวเธอ ลมที่พัดพาความเย็นมาจากปากอ่าวทะเล เบื้องหน้าของเธอคือแม่น้ำสายใหญ่-แม่น้ำสายหลักของเมืองที่ไหลลงสู่ทะเลในอีกไม่กี่สิบกิโลเมตรถัดจากที่ที่เธอยืน
เธอขยับเสื้อคลุมให้กระชับรับมือกับสายลมแรงริมแม่น้ำที่ซึ่งเงาดวงจันทร์เต้นไหวเป็นคลื่นริ้วเบื้องหน้า
และนาฬิกายังคงเดินไป
เธอนั่งลงกับพื้นคอนกรีตที่เริ่มคายความร้อนจากแสงอาทิตย์หลังจากกักเก็บมาไว้ทั้งวัน เธอรู้สึกร้อนๆ ที่ก้น เธอรู้ว่าเบื้องล่างกายของเธอ ภายใต้ก้นและเท้า ลึกลงไปในแผ่นคอนกรีตนั้นเต็มไปด้วยเนื้อดินอัดแน่นอุดมสมบูรณ์มานานนับเท่าอายุขัยของโลก และลึกลงไปกว่านั้น ภายใต้ชั้นดินต่างๆ ของเหลวร้อนคละคลั่งกำลังเต้นไหวรอเวลาปะทุขึ้นมาทักทายผิวหนังที่ห่อหุ้มมันมาอย่างยาวนาน ลาวาถล่มโลก...วันนั้นคงมาถึง
เธอชอบนั่งริมแม่น้ำ เธอรู้สึกได้ถึงความสมบูรณ์ของผืนดินและผืนน้ำ มันทำให้เธอรู้สึกสมบูรณ์ไปด้วย
จะสมบูรณ์ยิ่งกว่านี้ ถ้าเขาอยู่ที่นี่ อย่างที่เขาสมควรจะอยู่ และเธอเชื่อว่าเขาน่าจะอยู่
ชายผู้เป็นเจ้าของนาฬิกาคาเรลล่าสำหรับสุภาพบุรุษหนึ่งเรือน
เธอเหลียวมองดูไปรอบๆ ไม่พบอะไรนอกจากใครต่อใครที่เธอเห็นหน้าพวกเขาไม่ชัด เพราะไม่จำเป็น คนที่ไม่จำเป็นไม่ต้องเห็นหน้าชัดๆ ก็ได้ พวกเขาเหล่านี้มีอยู่เพียงเพื่อเวียนว่ายไว้พอเป็นบริบทรอบๆ ตัวเธอ
แน่นอน...เขาไม่ได้เป็นคนเหล่านั้น เขาเป็นคนที่เธอเห็นหน้าชัดเจน...และบริบทรอบๆ นี้ยังไม่มีเขา
ก่อนจะมายังริมฝั่งแม่น้ำ เธอเดินผ่านที่ดินว่างเปล่าริมแม่น้ำซึ่งยังไม่มีสิ่งปลูกสร้าง นอกจากวัชพืชที่ปกคลุมผิวดินก็อาจกล่าวได้ว่าผืนดินไร้เจ้าของนี้ไม่ได้มีไว้รองรับสิ่งใด ถ้าจะมีก็อาจเป็นเพียงรอยเท้าของคนสัญจรที่เหยียบย่ำเดินผ่านซึ่งเธอเองก็เป็นหนึ่งในคนที่ก้าวเท้าผ่านผืนดินบริเวณนั้น
แตกต่างก็ตรงที่ว่าเธอเดินผ่านด้วยเท้าเปล่า ฝ่าเท้าเปลือยของเธอย่ำลงไปบนยอดหญ้าฉ่ำน้ำ เธอชอบถอดรองเท้าในทุกที่ที่มีโอกาสและมีเนื้อดิน มันทำให้เธอนึกถึงสนามหญ้าหน้าบ้านวัยเด็ก ที่ซึ่งเท้าของเธอรู้จักหญ้าทุกต้นราวกับมันเป็นขนอ่อนที่ขึ้นตามแขนของเธอเอง
เธอเหลียวมองรอบๆ อีกครั้ง ยังเต็มไปด้วยบุคคลที่มีใบหน้าเลือนรางเช่นเดิม
นาฬิกาบอกเวลาสองทุ่มสิบนาที เข็มสั้นและยาวซ้อนทับเป็นเส้นตรง
เธอรู้...เขาจะมา ที่ที่เรา เธอและเขารู้กันเพียงสองคนแห่งนี้...เขาจะมา
เขาต้องรู้ว่ามันคือที่นี่ ริมฝั่งแม่น้ำที่เจ้าของนาฬิกาคาเรลล่าสำหรับสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีเคยยืนมองเงาพระจันทร์ในน้ำด้วยกัน
เธอรู้ หรืออย่างน้อยเท่าที่เธอรู้
2
สองทุ่มสิบนาที เข็มสั้นและยาวซ้อนทับเป็นเส้นตรง
เขาดูนาฬิกาที่เธอซื้อให้ เขาพยายามนึกว่าเธอซื้อนาฬิกาเรือนนี้ให้เขาเนื่องในโอกาสใด...ไม่มีโอกาสใดเป็นพิเศษ เธอแค่เฉลิมฉลองวันธรรมดาธรรมดาวันหนึ่งเท่านั้นเอง
ลมจากแม่น้ำพัดสอบไล่ขึ้นมาตามตอม่อสะพาน สายลมพัดเอาลมจากแม่น้ำข้างล่างขึ้นมาปะทะใบหน้าของคนที่ยืนอยู่กลางสะพาน รถบรรทุกขนาดใหญ่วิ่งผ่านด้านหลังของเขา ความแรงของรถมวลหนักวิ่งพัดเอาลมร้อนๆ ซึ่งเต็มไปด้วยควันพิษมากระหนาบด้านหลัง เขายืนอยู่ระหว่างลมสองสาย ลมร้อนและลมเย็น เขาชะโงกหน้ามองแม่น้ำที่ไหลเบื้องล่าง ลมเย็นยังคงพัดปะทะ
สะพานอยู่ห่างจากแม่น้ำมากเสียจนคนชะโงกหน้าต้องใจสั่น หากใครคนนั้นตกลงใจว่าจะตกลงไปล่ะก็เป็นได้ตายแน่นอน
เขาคิดว่ามันน่าสนใจไม่น้อย
เขานึกภาพตัวเองร่วงหล่นลงมาจากราวสะพาน ร่างร่วงควงลอยคว้าง สัมผัสแรกยามปะทะผิวน้ำคงสร้างฟองแตกกระจายเป็นวงกว้าง มันคงเจ็บน่าดูและน่าตาย เขาสงสัยว่ามันจะคล้ายความรู้สึกยามที่เขาตกมาจากต้นไม้หรือเปล่า
เขาเคยตกจากต้นไม้ มันเป็นความเจ็บปวดจากวัยเยาว์เพียงอย่างเดียวที่เขาไม่นึกรังเกียจ เขาจำได้ว่าหลังจากหล่นลงมาจากไม้ใหญ่ เขานอนแอ้งแม้งอยู่ใต้ต้นไม้ที่กิ่งก้านแผ่สาขากว้างใหญ่ราวจะปกคลุมผืนฟ้าได้ทั้งผืน เขามองกิ่งก้านเหล่านั้น ไม้ใหญ่มีกิ่งก้านสาขานับไม่ถ้วนเหมือนนิ้วของกิ้งกือยักษ์ที่งอกยาวและคืบคลานยั้วเยี้ย เขาคิดว่าเขารู้จักมันทุกกิ่ง ทุกนิ้วของกิ้งกือยักษ์
เขาคิดว่าความเจ็บปวดจากการปล่อยให้ร่างกายหล่นจากที่สูงกระทบผิวน้ำอย่างจังนี้น่าจะไม่ต่างอะไรกับการตกต้นไม้มากนัก เขาอยากรู้ว่าเมื่อจมลงไป เขาจะรู้จักผิวเนื้อของแม่น้ำได้ดีเท่ากิ่งไม้เหล่านั้นหรือเปล่า
มันน่าสนใจไม่น้อยเลยจริงๆ
เขารู้สึกว้าวุ่นใจ ใจหนึ่งก็อยากจะกระโดดให้มันจบๆ เรื่องไป เขาทำทุกอย่างเพื่อรอเพียงวันนี้ แต่อีกใจหนึ่งเขาก็อยากพบเธอเสียก่อนเพื่อจะได้เอ่ยคำลาให้มันจบๆ เรื่องไปอีกเช่นกัน เขารู้สึกว่าเขาไม่ควรจากไปโดยไม่ได้กล่าวคำล่ำลากับเธอ เธอคือคนๆ เดียวในโลกที่เขาอยากพูดคำว่าลาก่อน
หรือบางทีเธอก็อาจจะเป็นคนเดียวในโลกที่ยับยั้งเขาไว้ได้ หรือบางทีเธออาจเป็นเหตุผลในการอยู่ต่อไป
เพียงเธอปรากฏตัว เขาเชื่อว่าเขาจะพบคำตอบ...ง่ายๆ เพียงแค่นั้น
เข็มนาฬิกายังคงเดินหน้า เขาเหลียวมองรอบกาย ไม่ปรากฏแม้แต่เงาของเธอ
เธอหายไปไหน ทำไมเธอไม่อยู่ที่นี่ ที่ที่เธอควรรู้ ที่ซึ่งครั้งหนึ่งเขาและเธอเคยชะโงกมองแม่น้ำเบื้องล่างด้วยกัน แล้วเธอก็บอกกับเขาว่า สะพานนี้สูงเกินกว่าจะฆ่าตัวตาย
ใช่ สูงเกินกว่าจะฆ่าตัวตาย แต่ไม่สูงเกินกว่าจะเริ่มต้นใหม่
เขาเหนื่อยและล้าเหลือเกินกับชีวิตที่เป็นอยู่ เขาอยากหยุดและเริ่มต้นใหม่...เหมือนการปัดหมากบนกระดาน เหมือนการรีสตาร์ทคอมพิวเตอร์ ไม่ต้องรอการตัดสินผลแพ้ชนะ แค่กดปุ่มเริ่มต้นใหม่ เขาเชื่อว่าชีวิตคนเราจะไม่เหมือนเดิมอีก
เพียงอย่างเดียวเท่านั้นที่เขาต้องทำก่อนการรีสตาร์ทนั่นคือการกล่าวคำลา
เธออยู่ที่ไหน ใยจึงไม่มาอยู่ด้วยกันที่นี่
แม้น้ำเบื้องล่างเย้ายวนใจ เขาแทบรอไม่ไหวอีกแล้ว
3
เธอกระวนกระวายมากขึ้นเรื่อยๆ เขายังไม่ปรากฏตัว เธอเพียงหวังว่าการมาพบเขาครั้งนี้มันจะช่วยให้เขาอยู่ต่อไปได้ มากกว่านั้นการอยู่ต่อของเขาจะเป็นประโยชน์ต่อการมีอยู่ของเธอเอง ใช่ ความรักเป็นเรื่องเห็นแก่ตัว ถ้าจะว่าอย่างนั้น...มันก็มีส่วนถูกอยู่เหมือนกัน
เข็มนาฬิกายังคงกระดิกเดินหน้าอย่างเคร่งครัด เช่นเดียวกับความว้าวุ่นใจของเธอที่ก็กำลังก่อตัวอย่างเคร่งครัดเช่นเดียวกัน ความว้าวุ่นใจคล้ายพายุร้ายที่ค่อยๆ ตั้งเค้าจากวงเล็กๆ แล้วค่อยกินวงกว้างขึ้น กว้างขึ้น...
ถ้าเพียงเขาอยู่ตรงนี้แม้เพียงชั่วนาที
เธออยากถามเขาว่า ทำไมเขาถึงจะจากเธอไป ทำไมเขาถึงอยากเริ่มต้นใหม่ด้วยการยุติเรื่องเก่า เธอเชื่อว่าเขาสามารถเริ่มต้นในสิ่งใหม่ได้โดยไม่จำเป็นต้องลบเรื่องเก่าๆ ความทรงจำของคนไม่ใช่กระดานดำที่ต้องลบใหม่ให้สะอาดเอี่ยมทุกต้นชั่วโมง
แค่เท่านี้ที่เธออยากบอกเขา ถ้าเพียงเขามาอยู่ตรงนี้ให้เธอบอก เธอเชื่ออยู่เสมอว่า เขารู้จัก “ที่ตรงนี้” เป็นอย่างดี ริมฝั่งแม่น้ำ ที่ที่เขาและเธอรู้กัน
เธอยังรอ
4
ถ้านี่จะเป็นการจบสิ้นในทุกสิ่งทุกอย่าง เขาก็หวังว่าใบหน้าของเธอจะเป็นใบหน้าสุดท้ายที่เขาอยากเห็นก่อนที่เขาอาจจะไม่ได้เห็นอะไรอีก
เขาดูนาฬิกาของเธออีกครั้ง เข็มนาฬิกาเคลื่อนไหวไปข้างหน้า เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา การรอคอยทำให้เขารู้สึกเหมือนคนแก่ ความรู้สึกหนักหน่วงกดดันความรู้สึกของเขา เขาอยากเป็นอิสระจากทุกความรู้สึก แม้กระทั่งความรักที่เขาเองยอมรับว่าตนตกเป็นทาสนั้น บางครั้งเขาก็อยากเป็นอิสระจากมัน
การรอคอยตัวแทนของความรักของเขายังคงดำเนินต่อไป เธอยังไม่มา
ถ้า “ที่ตรงนี้” เป็นที่ของเขาและเธอจริง เขาเชื่อว่าเธอจะมายืนอยู่กลางสะพานใหญ่ที่ซึ่งเขาและเธอเคยใช้เวลาร่วมกันอีกครั้งหนึ่ง
เขาให้เวลาเธอและให้เวลาตัวเองอีกระยะหนึ่ง ถ้าถึงเวลานั้นแล้วเธอยังไม่มาปรากฏตัว เขาคงต้องออกเดินทางไปยังสถานที่ใหม่ บางแห่งที่เขาสามารถเริ่มต้นได้
เข็มนาฬิกาแสดงตัวว่าไม่เคยรีรอใคร เช่นเดียวกับสายน้ำที่ยังคงไหลลงสู่ทะเล
เมื่อเวลามาถึง เขาตัดสินใจ
5
จากความกระวนกระวายใจกลายเป็นความกระสับกระส่าย
เธอเริ่มควบคุมตัวเองไม่อยู่ ความมั่นใจกำลังถูกเข็มนาฬิกาสั่นคลอน จากที่เชื่อว่าเขาจะมาที่นี่ เวลานี้ กลับกลายเป็นว่าเธอภาวนาขอให้เขามาอยู่ที่นี่ เวลานี้
มันคงเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังถ้าจะต้องสรุปว่า ที่ที่เธอรู้ว่าเขาจะมา ไม่ใช่ที่ที่เธอคิดว่าเธอจะมา
มันจะน่าผิดหวังอย่างที่สุด ถ้าเพียงเธอไม่เห็นภาพหนึ่งปรากฏขึ้นเบื้องหน้าซึ่งไม่ไกลออกไปนัก
ร่างหนึ่งกำลังลอยคว้างลงสู่แม่น้ำ!
6
ภาพแม่น้ำใกล้เข้ามา ใกล้เข้ามา
เสียงลมหวีดหวิวอื้ออึงอยู่ในรูหู เขาไม่พยายามทบทวนอะไรเลย ไม่มีการรื้อฟื้นความทรงจำใด ไม่มีการหวนย้อนเรื่องราวแต่หนหลัง ที่เขาทำ...ก็เพียงแค่ไม่ต้องทำอะไร กระดานดำว่างเปล่า ปล่อยทุกอย่างให้ว่าง เพื่อรอดูร่างพุ่งทิ่มแม่น้ำ
มันคงเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังถ้าภาพสุดท้ายที่เขาเห็น จะเป็นแค่ภาพผิวน้ำ
แต่ก็เรียกไม่ได้ว่าน่าผิดหวังอย่างที่สุด เพราะอย่างน้อยชั่วขณะสุดท้ายก่อนปะทะผิวน้ำ เขามองเห็นภาพที่ต้องการ
เธอยืนอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ!
7
เมื่อได้สติกลับคืนมาจากความตกใจ เธอแน่ใจว่าเป็นเขา
เขาทำในสิ่งที่เธอรู้อยู่แล้วว่าเขาจะทำ สิ่งที่ทำให้เธอมาที่นี่เพื่อยับยั้ง
เธอรีบวิ่งไปยังกลุ่มเด็กผู้ชายที่กำลังเตะบอลอยู่ห่างออกไป เธอเริ่มมองเห็นหน้าพวกเขาชัดเจน เธอขอความช่วยเหลือจากเด็กหนุ่มเหล่านั้นให้รีบไปช่วยคนตกน้ำ เด็กหนุ่มต่างกระวีกระวาดช่วยเหลือ กลุ่มหนึ่งกระโดดลงสู่แม่น้ำอย่างไม่รอรี อีกกลุ่มวิ่งไปขอความช่วยเหลือจากคนอื่นๆ
เธอร้องเรียก เธอวิ่งวุ่น เธอร้องไห้ เธอยิ้ม เธอทำทุกอย่างที่ต้องทำและควรทำไปแล้ว
เธอดีใจ ถึงจะอยู่กันคนละที่ แต่อย่างน้อยมันก็ไม่ไกลกัน
8
แม่น้ำยังไม่ยอมบ้วนเขาออกมายังพื้นผิว
เขามองอะไรไม่เห็น รอบด้านมีแต่ความมืด แต่ภาพในหัวของเขากลับแจ่มชัด ภาพเกือบสุดท้ายที่เขาเห็น ภาพที่เธอยืนริมฝั่งแม่น้ำนั้นสวยงามยิ่งนัก
เขาดีใจที่แม้จะไม่ได้อยู่ที่เดียวกัน แต่อย่างน้อย เขาและเธอก็ต่างอยู่ร่วมเหตุการณ์เดียวกัน
เขาอึดอัด หายใจไม่ออก น้ำไหลเขาสู่ทวารทุกทวาร เมื่อจมูกไม่สามารถพ่นลมหายใจนั่นแปลว่าเขากำลังจะตัดขาดจากการเชื่อมโยงกับโลก
นาทีนั้นเขารู้แล้วว่าตัวเองไม่อยากตาย เขาอยากอยู่ต่อ เขาอยากให้เธอมาช่วย สำนึกสุดท้ายบอกเขาอย่างนั้น
เขาดีใจ เขาอยากตะโกนให้สุดเสียงว่า “ช่วยด้วย!”
(แรงบันดาลใจจากเพลง Somewhere Only We Know ของวง Keane)
Somewhere Only We Know by Keane
I walked across an empty land I knew the pathway like the back of my hand I felt the earth beneath my feet Sat by the river and it made me complete Oh simple thing where have you gone? I’m getting old and I need something to rely on So tell me when you’re gonna let me in I’m getting tired and I need somewhere to begin I came across a fallen tree I felt the branches of it looking at me Is this the place we used to love? Is this the place that I’ve been dreaming of? Oh simple thing where have you gone? I’m getting old and I need something to rely on So tell me when you’re gonna let me in I’m getting tired and I need somewhere to begin And if you have a minute why don’t we go Talk about it somewhere only we know? This could be the end of everything So why don’t we go somewhere only we know?

