เสาร์ที่ 31 พฤษภาคมที่ผ่านมา คณะผู้คุ้มกฎแห่งพรรค Democrat ประชุมนัดสำคัญเพื่อตัดสินชะตากรรมของเหล่า Delegates จากมลรัฐมิชิแกนและฟลอริดา ซึ่งแต่เดิมถูกตัดสินลงโทษแบนไม่ให้เข้าร่วมประชุมลงคะแนนคัดเลือกตัวแทนพรรคในที่ประชุมใหญ่ระดับชาติของพรรค เนื่องจากทั้งสองมลรัฐเลื่อนวันเลือกตั้งขั้นต้นให้เร็วขึ้น โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากพรรค
มลรัฐทั้งสองถือเป็น Swing State ขนาดใหญ่สำหรับการเลือกตั้งใหญ่ปลายปี และมีคณะผู้แทนเลือกตั้ง (Electoral College) จำนวนมาก ฟลอริดามี EC 27 เสียง ส่วนมิชิแกนมี 17 เสียง ด้วยมีความสำคัญยิ่งเยี่ยงนี้ เอาเข้าจริง พรรค Democrat เลยไม่กล้าแบนตัวแทนจากสองมลรัฐอย่างเด็ดขาด เพราะเกรงว่าสมาชิกพรรค Democrat ในมลรัฐทั้งสองจะลงโทษแบนพรรคคืนบ้าง โดยไม่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งประธานาธิบดีในเดือนพฤศจิกายน หรือประชดย้ายพรรคชั่วคราวไปเลือก John McCain แทน ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อชัยชนะของพรรคในบั้นปลาย
ในช่วงการเลือกตั้งขั้นต้น พรรคได้ตกลงกับผู้สมัครให้บอยคอตการเลือกตั้งขั้นต้นในมลรัฐทั้งสอง มิหนำซ้ำ ในมลรัฐมิชิแกน มีเพียง Hillary Clinton เท่านั้นที่มีชื่ออยู่ในบัตรเลือกตั้ง โดยไม่มีชื่อของ Barack Obama อยู่ในบัตรเลือกตั้ง จะมีก็แต่ช่อง ‘ไม่เลือกใคร’
ชัยชนะในการเลือกตั้งที่ไร้ความหมายและไม่เต็มรูปแบบตกเป็นของ Clinton ทั้งสองแห่ง ในมิชิแกน เธอได้คะแนนเสียง 55% โดยมีเสียง ‘ไม่เลือกใคร’ (ซึ่งส่วนใหญ่คือเสียงผู้สนับสนุน Obama รวมกับ Edwards) 40% ส่วนที่ฟลอริดา Clinton ชนะ Obama ด้วยคะแนนเสียง 50% ต่อ 33%
เห็นผลการเลือกตั้งแล้ว จึงไม่น่าแปลกใจว่าเหตุใด Clinton จึงพยายามผลักดันให้พรรคกลับมติยอมให้ Delegates จากมิชิแกนและฟลอริดามีสิทธิลงคะแนนเลือกตัวแทนพรรคได้ และให้จัดสรร Delegates ของทั้งสองมลรัฐตามสัดส่วนคะแนนเสียงที่เธอได้จากการเลือกตั้ง เพราะลำพังสนามเลือกตั้งขั้นต้นที่เหลืออยู่มี Delegates ไม่มากพอที่จะทำให้เธอเก็บคะแนนแซงหน้า Obama ได้
การประชุมในวันที่ 31 พฤษภาคมจึงไม่ใช่แค่การตัดสินชะตากรรมของ Delegates ของฟลอริดาและมิชิแกนเท่านั้น แต่เป็นการตัดสินชะตากรรมของ Clinton ด้วย
ท้ายที่สุด ที่ประชุมของคณะผู้คุ้มกฎมีมติคืนสิทธิให้ Delegates จากมิชิแกนและฟลอริดา โดยให้ทุกคนสามารถเข้าร่วมประชุมใหญ่ประจำปีของพรรคและให้ทุกคนมีสิทธิลงคะแนนเลือกตัวแทนพรรคได้ แต่ลงโทษด้วยการให้ Delegates แต่ละคนมีคะแนนเสียงเพียงแค่ ‘ครึ่งเสียง’ เท่านั้น และจัดสรร Delegates ให้ Clinton และ Obama ใกล้เคียงกับสัดส่วนคะแนนที่ได้รับจากการเลือกตั้ง โดยในกรณีของมิชิแกนให้เสียง ‘ไม่เลือกใคร’ เป็นของ Obama
สรุปแล้ว Clinton ได้ Delegates เพิ่มขึ้นจากฟลอริดาอีก 105 เสียง และจากมิชิแกนอีก 69 เสียง ซึ่งคิดเป็นเสียงลงคะแนนในที่ประชุมใหญ่ 87 เสียง ส่วน Obama ได้ Delegates เพิ่มขึ้นจากฟลอริดา 67 เสียง และมิชิแกน 59 เสียง คิดเป็นเสียงลงคะแนนในที่ประชุมใหญ่ 63 เสียง นั่นคือ มติที่ประชุมทำให้ Clinton ได้เปรียบ Obama เพิ่มขึ้นแค่ 24 เสียงเท่านั้น
โอกาสสุดท้ายของเธอจึงหมดลงแทบจะสิ้นเชิงแล้ว
เมื่อมีการนับรวม Delegates จากมิชิแกนและฟลอริดาเพิ่มเข้ามา ทำให้ Magic Number หรือตัวเลขมหัศจรรย์ที่ผู้สมัครต้องรวบรวมจำนวน Delegates ให้ถึงเพื่อชนะเป็นตัวแทนพรรค ขยับขึ้นจาก 2,025 เสียง เป็น 2,118 เสียง
คล้อยหลังการประชุมนัดสำคัญ ก็มาถึงการเลือกตั้งขั้นต้น 3 สนามสุดท้ายในสัปดาห์สุดท้าย ซึ่งแทบจะไม่มีความหมาย เพราะทุกคนต่างฟันธงแล้วว่า Obama คือตัวแทนพรรค Democrat ไม่มีทางที่ Clinton จะตามเก็บ Delegates จนแซงหน้าเข้าสู่เส้นชัย Magic Number ได้ กระทั่งผู้สนับสนุนคนสำคัญของ Clinton หลายคนยังออกมาให้สัมภาษณ์ว่า เธอควรจะยอมรับความจริง และประกาศถอนตัวจากการเลือกตั้งทันทีที่กระบวนการเลือกตั้งขั้นต้นสิ้นสุดลง แต่จะว่าไป เธอเองก็รู้ตัวมาพักใหญ่แล้ว เพราะนับตั้งแต่ศึกอินดีแอนาและนอร์ทแคโรไลนา เธอก็เลิกโจมตี Obama แล้ว
ก่อนวันเลือกตั้งขั้นต้นวันสุดท้าย 3 มิถุนายน Obama มี Delegates 2,083 เสียง (1,744 เสียงจากการเลือกตั้ง และ 339 เสียงจาก Superdelegates) ต้องการอีก 35 เสียงเท่านั้นจะได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนพรรค ในขณะที่ Clinton มี Delegates 1,917 เสียง (1,624 เสียงจากการเลือกตั้ง และ 293 เสียงจาก Superdelegates) ห่างจากเส้นชัยร่วม 200 เสียง
สำหรับผลการเลือกตั้งใน 3 สนามสุดท้าย Clinton ชนะในสนามเปอร์โตริโก (1 มิ.ย.) ด้วยเสียง 68% ต่อ 32% และเซาท์ดาโคตาด้วยเสียง 55% ต่อ 45% ส่วน Obama ชนะในมอนแทนาด้วยเสียง 57% ต่อ 40% ภายหลังปิดหีบ เมื่อรู้ว่า Obama ได้คะแนน Delegates จากการเลือกตั้งขั้นต้นมากกว่า Clinton เมื่อรวมเสียงครบทุกสนาม คะแนนเสียงจาก Superdelegates ก็ไหลมาเทมาสู่ Obama จนทะลุผ่านเส้นชัย 2,118 เสียงไปได้ ทำให้ Obama ประกาศชัยชนะเป็นตัวแทนพรรค Democrat ชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ส่วน Clinton แม้ยังไม่ประกาศยอมแพ้ในคืนวันเลือกตั้ง แต่คาดว่าคงจะประกาศยุติการหาเสียงเร็ววันนี้ และเจ้าตัวแบะท่าพร้อมรับเป็นคู่สมัครชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีคู่กับ Obama
จากการหาเสียงทั่วประเทศใน 50 มลรัฐ และนอกประเทศใน 4 เขตปกครอง รวมทั้ง Democrat Abroad (สมาชิกพรรค Democrat ทั่วโลกสามารถลงคะแนนได้) จากดีเบทรวมทั้งสิ้น 26 ครั้ง จากยอดระดมเงินหาเสียงรวมกัน 435 ล้านเหรียญสหรัฐ จากวันที่ 3 มกราคมที่ไอโอวา จนถึงวันที่ 3 มิถุนายนที่มอนแทนาและเซาท์ดาโคตา เป็นเวลา 5 เดือนเต็มที่ Clinton และ Obama ขับเคี่ยวชิงตำแหน่งตัวแทนพรรค Democrat อย่างดุเดือด ผู้ชมข้างสนามแข่งขันครั้งประวัติศาสตร์ต้องรอลุ้นกันจนนัดสุดท้ายในวันสุดท้ายกว่าที่ผู้ชนะจะวิ่งเข้าเส้นชัย Magic Number
ไม่แน่ว่า ศึกเล็กในพรรค Democrat อาจจะสนุกระทึกใจกว่าศึกใหญ่ระหว่างสองพรรคตอนสิ้นปีก็เป็นได้ เหมือนที่หลายคนพูดว่า คราวนี้ใครได้เป็นตัวแทนพรรค Democrat คนนั้นได้เป็นประธานาธิบดี
ถึงวันนี้ แม้พรรค Democrat จะมีแต้มต่อพรรค Republican แต่ปัญหาใหญ่ที่รออยู่ข้างหน้าคือจะสร้างความสมานฉันท์ในพรรคอย่างไร ให้ผู้สนับสนุน Clinton ยอมรับในตัว Obama ซึ่งคนที่จะทำหน้าที่นี้ได้ดีที่สุด มิใช่ Obama หากเป็นตัว Clinton เอง โอกาสของผู้ชนะอย่าง Obama จึงอยู่ที่ว่าผู้แพ้อย่าง Clinton จะทำตัวอย่างไร
ทันทีที่ภาค 1 จบลงในวันที่ 3 มิถุนายน ภาพยนตร์ ‘เล่นจริง เจ็บจริง’ เรื่องศึกชิงทำเนียบขาวก็เริ่มต้นภาค 2 ต่อทันที เหมือนดังที่ Obama ปิดฉากการเลือกตั้งขั้นต้น โดยเลือกเวทีประกาศชัยชนะที่เซนต์พอล มินนิโซตา สถานที่เดียวกับที่พรรค Republican จะจัดประชุมใหญ่ประจำปีเพื่อเลือก John McCain เป็นตัวแทนพรรค
เรียกว่า แก้เคล็ดข่มขวัญมาเหยียบถ้ำเสือก่อนเริ่มต้นศึกใหญ่ทันทีที่ศึกเล็กจบลง
ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันที่ 9 มิถุนายน 2551

