แม้จอห์น แม็คเคน และบารัค โอบามา จะเริ่มแข่งขันหาเสียงชิงทำเนียบขาวกันอย่างขะมักเขม้นมาพักหนึ่งแล้ว แต่ทั้งคู่ยังไม่ถือว่าเป็นตัวแทนพรรคอย่างเป็นทางการ จนกว่าจะได้รับคัดเลือกจากที่ประชุมใหญ่ระดับชาติ (National Convention) ของพรรค
ที่ประชุมใหญ่ระดับชาติของพรรคเป็นเวทีที่ตัวแทนผู้เลือกตั้ง (Delegates) ซึ่งได้รับเลือกมาจากการเลือกตั้งขั้นต้นในทุกมลรัฐและเขตปกครองพิเศษ และเหล่า Superdelegates (กลุ่มผู้นำพรรค) ลงคะแนนเลือกตั้งตัวแทนของพรรคเข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดี
โดยธรรมเนียมแล้ว พรรคผู้ท้าชิงจะจัดประชุมก่อนหน้าพรรคเจ้าของทำเนียบขาว ปีนี้ พรรคเดโมแครตจัดระหว่างวันที่ 25 ถึง 28 สิงหาคม ที่เมืองเดนเวอร์ มลรัฐโคโลราโด ส่วนพรรครีพับลิกันจัดระหว่างวันที่ 1 ถึง 4 กันยายน ที่เมืองมินนิอาโปลิส-เซนต์พอล มลรัฐมินนิโซตา ดูจากกำหนดการแล้ว ถือว่าล่าช้ากว่าปกติ เพราะทางฝ่ายเดโมแครตตั้งใจให้กีฬาโอลิมปิคจบลงก่อน ส่วนฝ่ายรีพับลิกันก็ไม่อยากจัดก่อน เพราะต้องการรักษาความได้เปรียบทางการเมือง เพราะอยากให้คู่แข่งแบไพ่ออกมาก่อน ข่าวว่าแม็คเคนจะประกาศตัวผู้สมัครรองประธานาธิบดีหลังจากพรรคเดโมแครตประชุมใหญ่และเปิดตัวผู้สมัครครบแล้ว
เหตุที่การประชุมใช้เวลายาวนาน 4 วันเต็ม เพราะงานนี้ไม่ได้จัดเพื่อเลือกผู้แทนพรรคเท่านั้น แต่ยังเป็นการประชุมพรรคครั้งใหญ่ในเรื่องสำคัญต่างๆ เช่น การประกาศนโยบายพื้นฐานของพรรคในช่วง 4 ปีข้างหน้า นอกจากนั้น ยังมีการกล่าวสุนทรพจน์โดยสมาชิกพรรคคนสำคัญ ซึ่งมีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ด้วย
แต่เมื่อทั้งแม็คแคนและโอบามาต่างก็เก็บคะแนนเสียงจากตัวแทนผู้เลือกตั้งได้เกินครึ่งหนึ่งของทั้งหมดไปแล้ว ก็เท่ากับว่า ทั้งคู่เป็นตัวแทนพรรคอย่างไม่เป็นทางการ การเลือกตั้งในที่ประชุมใหญ่ก็เป็นเพียงแค่พิธีกรรมเท่านั้น สิ่งที่ผู้คนเฝ้าจับตาดูตอนนี้จึงอยู่ที่ ใครจะถูกเลือกเป็นคู่สมัครชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดี และใครจะได้รับเลือกให้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในที่ประชุมบ้าง
การกล่าวสุนทรพจน์ในที่ประชุมใหญ่ถือว่าเป็นเกียรติยศครั้งสำคัญ นักการเมืองไร้ชื่อหลายคนใช้เวทีดังกล่าว ‘แจ้งเกิด’ ในระดับประเทศ โอบามาก็เป็นหนึ่งในนั้น ในปี 2004 เขาขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ ‘Greatness of America’ ในช่วงที่กำลังลงชิงตำแหน่งวุฒิสมาชิกมลรัฐอิลลินอยส์สมัยแรก จนกลายเป็นนักการเมืองดาวรุ่งที่โด่งดังไปทั่วอเมริกา
ธีมของพรรคเดโมแครตในปีนี้คือ America’s Townhall โดยพรรคได้ประกาศตัวผู้กล่าวสุนทรพจน์ในช่วงเวลาทองของแต่ละวันแล้ว วันแรกเริ่มด้วย มิเชลล์ โอบามา ศรีภรรยาของบารัค โอบามา วันที่สอง ฮิลลารี คลินตัน จะเป็นตัวเอกในวันครบรอบ 88 ปี ที่ผู้หญิงมีสิทธิเลือกตั้ง วันที่สาม เป็นคิวของตัวแทนพรรคชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดี ซึ่งยังไม่รู้ว่าเป็นใคร โดยบิล คลินตันจะได้ขึ้นพูดในวันนี้ด้วย และวันสุดท้าย 28 สิงหาคม ตามธรรมเนียมจะเป็นการกล่าวสุนทรพจน์ตอบรับเป็นตัวแทนพรรคของผู้ได้รับคัดเลือกให้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดี
วันที่ 28 สิงหาคม ยังมีนัยทางประวัติศาสตร์ เนื่องจากเป็นวันครบรอบ 45 ปี ของสุนทรพจน์ประวัติศาสตร์ ‘I have a dream.’ ของมาร์ติน ลูเธอร์ คิง อีกด้วย บารัค โอบามา จะกล่าวสุนทรพจน์หัวข้อ ‘Change You can Believe in’ แต่จะไม่ได้ขึ้นพูดบนเวทีที่ประชุมใหญ่ เพราะโอบามาเลือกอินเวสโกฟิลด์ (Investco Field) ซึ่งเป็นสนามเหย้าของทีมอเมริกันฟุตบอลเดนเวอร์ บรองโกส์ ความจุ 75,000 ที่นั่งเป็นเวทีกล่าวสุนทรพจน์ ซึ่งบัตรที่นำออกขาย 60,000 ที่นั่งขายหมดในเวลา 24 ชั่วโมง
ตัวแทนพรรคคนสุดท้ายที่ทำเช่นนี้คือจอห์น เอฟ เคเนดี้ ซึ่งกล่าวสุนทรพจน์ตอบรับเป็นตัวแทนพรรคในเมมโมเรียลโคลีเซียมในลอสแองเจิลลิส ซึ่งจุคนได้ประมาณ 90,000 คน
นอกจากนั้น ทีมงานของโอบามา ยังบอกว่า หากโอบามาตัดสินใจเลือกคู่สมัครรองประธานาธิบดีเมื่อไหร่ จะแจ้งให้กลุ่มผู้สนับสนุนทราบทันทีทาง SMS และอีเมล์ เพราะต้องการให้ผู้สนับสนุนรู้ทันทีที่มีการตัดสินใจแทนที่จะรู้ภายหลังจากสื่อมวลชน
คาดว่าจะมีการประกาศตัวคู่ชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีในช่วงท้ายกีฬาโอลิมปิค ซึ่งถ้าดูจากคิวกล่าวสุนทรพจน์ในที่ประชุมใหญ่ จะเห็นว่าประตูแห่งโอกาสของนางคลินตันแทบจะปิดลงแล้ว

