อย่าให้ยุบ-อย่าให้ลา-อย่าประชามติ

นึกว่าประเทศไทยจะมีนายกรัฐมนตรี "บ้า" คนเดียว แต่ปรากฏว่า "บ้าทั้งคณะ" จริงๆ ด้วย ออกเป็นมติ ครม.มาได้อย่างไร ที่จะใช้วิธี "ทำประชามติ" แก้ปัญหาวิกฤติขณะนี้ ขืนปล่อยให้บ้านเมืองตกอยู่ใน "ภาวะฉุกเฉิน" เนิ่นนานไปแม้วันเดียว-ชั่วโมงเดียว ประเทศชาติต้อง "พินาศ-ย่อยยับ" ทั้งด้านเครดิตและด้านธุรกิจการค้าประเมินมูลค่าไม่ได้

นายกฯ "ต้นทุนต่ำ" น่ะ ช่างแม่งมันเถอะ!

แต่เราจะปล่อยให้ "ต้นทุนประเทศ" ต่ำลงไปเรื่อยๆ ในขณะที่ "ต้นทุนธุรกิจ" ในภาคการค้า-การลงทุนของประเทศ "สูงขึ้น" จากค่าความเสี่ยง "ภาวะฉุกเฉิน" จนถึงจุด "ตายสนิท"

แบบนี้..เห็นจะปล่อยไปไม่ได้!

ยกเว้น พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ผู้ที่กำลังถูกนายสมัคร "ยึดอำนาจ" หัวหน้า พ.ร.ก.ฉุกเฉินคืน และอีก ๒ รองหัวหน้า พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. กับ พลโทประยุทธ์ จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่ ๑

พร้อมด้วย นายประสพสุข บุญเดช ในฐานะประธานวุฒิสภา นายชัย ชิดชอบ ในฐานะประธานสภาผู้แทนฯ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะหัวหน้าฝ่ายค้าน และหัวหน้าพรรคการเมืองทั้ง ๗

จะเห็นดี-เห็นงาม กับวิธี "ปิดประเทศ" ให้ แบ่งฝ่าย-แยกข้าง กัดกันไปตามใจชอบอย่างนี้ จนกว่าฉิบหายตายจาก ปัญหาก็จะคลาย เพราะเลิกรากันไปเอง-ด้วยเข็ดเขี้ยว

ถ้าคิดอย่างนี้ ก็..แล้วไป ปล่อยบ้านเมืองมันไว้อย่างนี้แหละ!

อีกประการหนึ่ง เราจะมองการแก้ปัญหาบ้านเมืองขณะนี้ แค่เอา "ภาคการเมือง" เป็นฐานคำนวณต้นทุน-กำไร โดยไม่มองถึง "ต้นทุน-กำไร" ทางภาคประชาชน รวมถึงภาคธุรกิจการค้าด้วย

ก็ไม่รู้จะจ่ายภาษีเลี้ยงรัฐบาลนี้ไว้ เพื่อพระแสงหอกอันใดมิทราบ..หือ?

ปรัชญา "การเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง" นั้น คิดด้วยให้เกียรติบนฐาน "การเมืองปัญญาชน" แต่การเมืองที่ไร้สปิริต-จิตรับผิดชอบดังที่เห็น มันเป็นการเมืองภายใต้ "คนบ้า-โมหคติ" บริหาร

ฉะนั้น มีแต่ต้องรีบตัดไฟเสียแต่ต้นลม เลิกล้ม พ.ร.ก.ฉุกเฉินโดยไว แล้วถือโอกาส "ปฏิรูปการเมืองไทย" แนวทางประชาธิปไตย "ไซส์ไทย-ออกแบบตัดใส่เอง"

พอกันทีกับ "ไซส์ไทย-เอาประชาธิปไตยฝรั่ง" มาใส่ ซึ่งได้แค่รูปแบบประชาธิปไตยอย่างที่เป็นมา ๗๖ ปีแล้ว ไม่สามารถขับเคลื่อนสังคมไทยไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยแท้จริงได้สักครั้ง

หยุดพัฒนาประชาธิปไตยรูปแบบ "เอาเงินซื้อคน" เสียที เพราะประชาธิปไตยแบบนี้ไม่มีชีวิตที่ต้องให้พัฒนา ควรตั้งเข็ม-มุ่งหน้า "พัฒนาคน" ให้มีจิตสำนึกเท่านั้น

จิตสำนึกนั้น ก็จะไปใฝ่หาสิ่งที่เรียกว่าประชาธิปไตยในรูปแบบ "จับต้องได้-ตอบสนองได้" ด้วยชีวิต-จิตวิญญาณของคนทั้งผู้ใช้ และผู้อยู่ใต้กลไกประชาธิปไตยนั้นเอง

ทุกคน "ทำเพื่อชาติ" ใช่ไหม?

ถ้าใช่..พลเอกอนุพงษ์น่าจะใช้โอกาสนี้ "ไม่ปฏิวัติ-แต่ปฏิรูปการเมืองไทย" คงสถาบันสัญลักษณ์ระบอบประชาธิปไตยไว้ ยกระดับรัฐสภาเป็น "รัฐสภาแห่งชาติ"

แล้วใช้อำนาจนิติบัญญัติรัฐสภาแห่งชาตินั้น พักใช้รัฐธรรมนูญบางมาตรา ตั้ง "รัฐบาลแห่งชาติ" บนความร่วมมือ-ร่วมใจ กับประมุข ส.ส. ประมุขวุฒิฯ ประมุข ๗ พรรค และ ๔๘๐ ส.ส.+ ๑๕๐ ส.ว.อันเป็นตัวแทนมหาชน

เป็นการด่วน!

ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้ ไม่มีอะไรที่ขัดกฎหมาย การใด-เป็นไปเพื่อ "ดับไฟ" ในบ้าน แล้วสร้างสุข-ประสานประโยชน์ชาติ

การนั้น "ถูกต้อง" มนุษย์บนดิน เทพไท้บนฟ้า ล้วนเปล่งวาจาสรรเสริญประการเดียว!

ช้าไป ๑ วัน ประเทศชาติก็ "จมลง" ไปอีก ๑ วัน ฉะนั้น ด้วยปรัชญาแห่ง "อำนาจเพื่อสังคมชาติ"

ภารกิจใหญ่หลวงนี้ ยามนี้..หวังพึ่งแต่บ่า "พลเอกอนุพงษ์" เท่านั้น เป็นผู้แบก!

รับภาระ "นำพา" เถิดครับ สงสารและเห็นใจชาวบ้านที่ทำมาหากินเลี้ยงตัว เลี้ยงครอบครัว เลี้ยงธุรกิจการค้า และ..จ่ายภาษี เลี้ยงคนในระบบรัฐเถิด เขาจะตายกันหมดแล้ว

ยามนี้ พึ่งใครก็ไม่ได้ และก็มองไม่เห็นใคร ก็มีแต่ท่านเท่านั้นพอจะมีบารมีช่วย "แยกฟืน-แยกไฟ"

ก่อนจะไหม้เผาเมือง!

กับการกระทำหลายๆ อย่างของ "นายสมัคร สุนทรเวช" ท่านเคยตอบนักข่าวว่า "ถ้ามีอำนาจทำได้อย่างที่ใจคิด ท่านก็คงทำไปแล้ว"

นี่ท่านก็ "มีอำนาจ" ที่จะทำอย่างใจคิดแล้วมิใช่หรือ...ฉะนั้น จงทำเถิด!

การทำ "ประชามติ" นั้น เลิกคิด-เลิกสนใจไปได้เลย ซุกศาล-ซุกทหาร-ซุก นปช.แล้วยังไม่สำนึกละอาย นี่..ยังจะเอาเรื่องประชามติมา

"ซุกประชาชน" อีก! ผมขอยืนยันว่า ๓ เงื่อนไขต่อไปนี้ จะต้องเป็นเงื่อนไขที่ "ห้ามนายสมัคร" ทำโดยเด็ดขาด นั่นคือ

-ห้ามยุบสภาฯ

-ห้ามลาออก และ

-ห้ามทำประชามติ

ต้องใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินนี้เป็น "หอกทมิฬแทงทมิฬ" เชิญนายสมัครพักผ่อน "ในสถานที่เหมาะสม" แล้ว "ปฏิรูปการเมือง" เปลี่ยนผ่านประชาธิปไตย ด้วยการตั้ง "รัฐบาลแห่งชาติ-รัฐสภาแห่งชาติ" ตามกระบวนการที่กล่าวไว้แล้ว

ถ้าปล่อยให้ "ยุบสภาฯ" เท่ากับรัฐบาลนายสมัครได้ "ใบรับประกัน" ตามกฎหมาย อยู่เป็น "รัฐบาลรักษาการ" ไปจนกว่าจะเลือกตั้ง กว่าจะมีรัฐบาลใหม่ ก็จะสบาย อยู่เป็นรัฐบาลไปได้ไม่หนี ๔-๕ เดือน

จับสันดานนายสมัครกันไม่ได้หรือว่า "พูดอย่างไหน แล้วจะเป็นไปทางตรงข้าม"

นายสมัครบอกไม่ยุบสภาฯ นั่นคือว่า งบประมาณปี ๒๕๕๒ นี้ผ่าน ๒ สภาฯ วันไหน มันก็จะ "ยุบสภาฯ" วันนั้น

ฉะนั้น..อย่าเสนอ อย่าปล่อยให้นายสมัครชิง "ยุบสภาฯ" ไม่งั้น จะกลายเป็นไอ้หน้าโง่กันทั้งเมือง!

ประเด็นสำคัญที่ "ทุกคน" ดูเหมือนจะลืมคิดไป คือถ้าให้ยุบสภาฯ ต้องเลือกตั้งใหม่ภายใน ๔๕ วัน ก็ตกประมาณเดือนพฤศจิกา แล้วจำกันไม่ได้แล้วหรือว่า ต้นเดือนพฤศจิกานั้น ประเทศไทยมี "พระราชพิธี" สำคัญ

นั่นคืองาน "พระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ" และนี่ก็เหลือไม่กี่วัน ระดับงานพระราชพิธีที่ "รัฐบาล" เหมือนเจ้าภาพกลายๆ ในฐานะประเทศ และตัวแทนประชาชน

แต่ดูเหมือนยังไม่ได้ทำอะไรกันเลย!

และนอกจากบ้านเมืองวุ่นวายขณะนี้แล้ว ขืนทั้งประเทศต้องไปวุ่นวะ-วุ่นวายกับงานเลือกตั้งช่วงนั้น มันเหมาะสมหรือไม่ ตรองรู้กันได้มิใช่หรือ ซึ่งนั่นก็คือว่า...

ต้องไม่ให้ยุบสภาฯ และการณ์ใดควรที่จะใช้ดับไฟแผ่นดิน ควรเด็ดขาด "ทำให้เสร็จสิ้น" ภายในกลางเดือนกันยานี้!

และอย่าปล่อยให้ "ลาออก" เพราะการให้นายสมัครลาออก ก็เท่ากับว่าที่มวลชนลงทุน-ลงแรงกันมา ขนาดกล้ายึดทำเนียบฯ เสี่ยงถูกตัดหัวเสียบประจานฐานกบฏ ขืนพอใจแค่ให้ "สมัครเก็ตเอาต์"

สมัครจะหัวเราะเยาะเอาว่า "ไอ้พวกพันธมิตรฯ หน้าโง่" ฮะๆๆๆ!

รู้จัก "ปูเสฉวน" กันมั้ย? รัฐบาลสมัครนอมินี ก็คือ "ปูเสฉวน" ดีๆ นี่เอง ปูเสฉวน นั้น มันไม่มีเปลือกนอกที่เรียกว่ากระดองห่อหุ้มตัว จะคลาน "ตัวโล้นๆ" เป็นปูชีเปลือยแสวงหาเปลือกซุกไปตามชายหาด

เจอเปลือกหอยสังข์ตรงไหน ก็จะผลุบเข้าไปอาศัยอยู่ข้างใน แล้วมันก็อาศัยเปลือกนั้นคลุมเนื้อตัวเอง คลานไปหากินที่โน่น-ที่นี่ในคราบของหอย

นี่คือ "ปูเสฉวน" ปูนอมินีหอยไงล่ะ!

นายสมัครก็สภาพนี้ ถ้าให้สมัครลาออก แล้วมันมีผลคุ้มค่าตรงไหนกับที่ลงทุน-ลงแรงไปแลกกับการ "กู้บ้าน-กู้เมือง" มันก็แค่ "ปูสมัคร-นอมินีหอย" หายไป แต่ "องค์กรระบอบทักษิณ" ที่เป็นเปลือก หรือกระดองจะไม่บุบสลายหายไปทางไหนเลย

คนพรรคพลังประชาชนจะส่งใบ "อนุโมทนาบัตร" ไปให้พันธมิตรฯ ให้ประชาธิปัตย์ ให้ทุกคนที่ตะโกนบอก "สมัครออกไป" คนละใบ..คนละใบ ด้วยซ้ำ

เพราะช่วยฆ่าสมัคร ชิงเก้าอี้นายกฯ มาคืนให้ "สมุนทักษิณ" ได้จับฉลากแบ่งกันนั่ง เลี้ยบมั่ง สามีเจ๊แดงมั่ง สมอก-สมใจกันไป อำนาจระบอบทักษิณคงโครงสร้างไว้ได้เหมือนเดิม!

นั่นคือ สมัครลาออก พลังประชาชนก็ยังเป็นรัฐบาล พันธมิตรฯ ก็ได้แต่ "ตูดบาน" เทียวไล้-เทียวขื่อ "ขึ้นศาล" โดยไม่ได้อะไรกะบ้าน-กะเมือง

"ประชามติ" ก็เหมือนกัน ถ้ายอมให้ทำประชามติ ผมก็ต้องกราบตีนสมาลาโทษนายสมัครที่วินิจฉัยโรคผิด-คิดว่าบ้า เพราะปรากฏว่ามี "คนบ้า" มากกว่า ที่ยอมปล่อยเสือเข้าป่า "ทำประชามติ"

และ "ประชามติ" นี้ จะเป็นชนวนฆ่ากันในรอบต่อๆ ไป!

เหล่านี้ เป็นแค่ "ความคิดหนึ่ง" เสนอไว้เท่านั้น ผมไม่ได้มุ่งหมาย-มุ่งมั่นอะไรที่ต้องให้ปฏิบัติ เพียงแต่ผมเห็นว่า จากเรื่องราวที่น่าสนุกในการชุมนุม นับนานวัน ด้วยกาลที่เนิ่นช้า

หายนะเมืองมาแทนความสนุกแล้วครับ!

ผมดูการเคลื่อนของจักรวาลแล้ว คราใดที่หมู่ "กุมารี-กุมารา" ในรูปของนักศึกษาออกมาร่วมวงเสวนาว่าด้วยการชุมนุมขับไล่รัฐบาล ครานั้น อีกมิช้า-มินาน ประมาณว่าไม่น่าเกิน ๙ กันยา ช้าสุดก็น่าจะไม่เกิน ๑๖ กันยา ปรากฏการณ์ "น่าอเนจอนาถ" ของคนในอำนาจการเมือง..จะพลันอุบัติ-สู่วิบัติ!


ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 5 กันยายน 2551