รายชื่อ "ครม.สมชาย" ดูเหมือนสังคมไม่ค่อยกระหายใคร่รู้สักเท่าไหร่ บรรยากาศเนือยๆ ทำนองว่า "ฮื่อ..จะตั้งใครก็..เชิญ" จะว่าไปแล้วเมืองไทยตอนนี้ เหมือนเมือง "คนหมดอาลัยตายอยาก" ซึ่งมันก็สบายใจไปอย่าง คือในเมื่อไม่หวังอะไร ก็จะไม่ผิดหวัง!
เท่าที่ฟัง นายกฯ สมชายท่านไม่ได้เป็นคนตั้ง ครม.เป็นเพียงผู้รวบรวมรายชื่อที่แต่ละพรรคร่วม และแต่ละแก๊งในพรรคพลังประชาชนเขาส่งรายชื่อใคร ให้มาเป็นอะไร-ตรงไหน เท่านั้น
เอามาบวกกับรายชื่อ "ออเดอร์ลอนดอน" แล้วก็ทำหน้าที่เสมียน เรียงรายชื่อไปให้ครบ ๓๕ คน เหมือนกรอกคะแนนสอบใน ต.๒ ก.อย่างไรก็อย่างนั้น!
ที่คนภายนอกจะสนใจกันมากหน่อย ก็จากข่าวที่ว่า "พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ" จะมาเป็นรองนายกฯ เพื่อรับหน้าเสื่อปัญหาระหว่างประเทศ โดยเฉพาะปัญหา ไทย-กัมพูชา และปัญหา ๓ จังหวัดภาคใต้
ถ้าถามว่า "พลเอกชวลิตเคยเป็นถึงนายกฯ แล้วจะยอมมาเป็นรองนายกฯ หรือ?" คำตอบก็มีอยู่ว่า
พลเอกชวลิต กับ พ.ต.ท.ทักษิณ เหมือนเหล็กไหล ต่อให้ยืดออกจากกันเหมือนจะหยดหายไปคนละข้าง แต่ก็ไม่มีทางขาดออกจากกันได้ เพราะทั้ง ๒ มีอะไรล้ำลึกต่างต้องเหยียบซ่อนไว้ ยากแยกขาดให้เกิดรูโหว่
แค่วิกฤติ "ถล่มค่าเงินบาท" ตอนปี ๒๕๔๐ อย่างเดียว เป็นความรักที่เสียวไม่สุดต่อกันแล้ว!
ความจริง คนเคยเป็นนิ้วโป้ง แล้วลงมาเป็นนิ้วก้อย ในประวัติศาสตร์ชีวิตพลเอกชวลิตใช่ว่าไม่เคย ดูในสมัยรัฐบาลทักษิณนั่นเป็นไง จากอดีตนายกฯ ยอมมาเป็น "รองนายกฯ" ไปครั้งหนึ่ง
ทั้งโค้ง ทั้งพนม-ก้มคารวะ พ.ต.ท.ทักษิณ จนมีคนออกปากตอนนั้นว่า "สงสารบิ๊กจิ๋ว..ปูนนี้แล้ว ไม่น่าต้องมาให้คนอย่างทักษิณโขกสับเล่นเลย"
จำกันได้ไหม ในเหตุการณ์ภาคใต้ พ.ต.ท.ทักษิณส่งให้พลเอกชวลิตลงไปจัดการด้วยคำสั่งว่า
"ถ้าไม่เรียบร้อยอย่ากลับมาให้เห็นหน้า"!!
นี่..สมมุติว่า โผ ครม.สมชายประกาศตูมออกมา มีรายชื่อพลเอกชวลิตเป็นรองนายกฯ จริงๆ ก็รู้กันไว้เสียแต่เดี๋ยวนี้เลยว่า นี่คือผลงานการสร้างของ "พ.ต.ท.ทักษิณ" ออเดอร์ตรงมาที่ "นายกฯ สมชาย"
เพราะลำพังนายสมชายเอง ขอโทษ..นอกจากไม่คิดอ่านอะไรให้พิสดารไปปานนั้นแล้ว โดยเฉพาะการคิด "แหกกรอบ" นำคนนอกอย่างพลเอกชวลิตมาร่วม ครม.
ถ้าทักษิณไม่สั่ง สมชายรึจะกล้า?
ในความเห็นผม การคิดแผลง-ทำแผลง ด้วยการงัดไพ่พลเอกชวลิตออกมาเล่นในสถานการณ์นี้ ถือว่างัดมา "ถูกที่-ถูกเวลา" เพราะเหลือบดูโผรายชื่อทั้ง ๓๕ คนแล้ว
ใครเป็นนายกฯ ก็เสียวสันหลังครับ!
เพราะตัวนายกฯ เองก็อยู่ในสภาพ "เพิ่งพ้นโปร" ยิ่ง ครม.อีก ๓๕ คน-ยิ่งแล้วใหญ่ เพิ่งฟักออกจากไข่กันแทบทั้งนั้น
แล้วจะหวังพึ่งพา "ความเก๋า" จากใคร ในขณะที่เรือต้องวิ่งไปในทะเลมรสุมสารพัดชนิด?
ถ้าพลเอกชวลิตมาจริง ก็แสดงว่า พ.ต.ท.ทักษิณยังห่วง "น้องเขย" กลัวจะเชยในบทนายกฯ มือใหม่ จึงส่งพี่เลี้ยงชวลิตมาให้ เพื่อช่วยสู้ทั้งศึกใน-ศึกนอก!
ไหนจะศึกฮุน เซน-เด็กเก่า ไหนจะศึกพันธมิตรฯ-เพื่อนเก่า และไหนศึก ๓ จังหวัดใต้-ความล้มเหลวเก่า ลำพังนายกฯ สมชายคงจอดไม่ต้องแจวตั้งแต่ระฆังยกแรก แต่ถ้าได้ "ลูกเก๋า" ของพลเอกชวลิตมาช่วย
จะยืด "เวลาตาย" ให้รัฐบาลสมชายไปได้อีกซักระยะ!
สถานการณ์โลก-สถานการณ์ประเทศตอนนี้ การเมืองคลั่ง เศรษฐกิจเครียด ใครมาเป็นรัฐบาล-มาเป็นนายกฯ ก็เหมือนเป็นกัปตันตอนนำเครื่องบิน-บินขึ้น และนำเครื่องบิน-บินลง
ต้องชัวร์ครับ ต้องกัปตัน "มืออาชีพ" เท่านั้น ไม่มีสายการบินไหนยอมให้กัปตันที่ "ยังไม่มีประสบการณ์" นำเครื่องขึ้น-ลงหรอก ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ!
รัฐบาลสมชายนี่ อาจพูดได้ว่า "เด็กฝึกหัด" เกือบทั้งคณะ ยิ่งคนที่จะมารับหน้าเสื่อเศรษฐกิจ โดยเฉพาะ "รัฐมนตรีคลัง" ถึงกับต้องครางกันว่า..โอ พระเจ้า! "ดีที่สุดของสมชาย" อย่างนายสุชาติ ธาดาธำรงเวช เป็นคนเก่ง-คนดี ไม่เถียง แต่จะให้ถึงขั้น "คนมีบารมี" ถึงระดับรัฐมนตรีคลังของประเทศ ยังไม่น่าจะใช่ ถึงจะมั่นใจมีทีม "ทักษิโณมิกส์" คอยทำหน้าที่แบ็กอัพ ก็เถอะ
จะให้คนในระบบธุรกิจ-เศรษฐกิจ และบรรดาข้าราชการกระทรวงคลัง เชื่อมือและศรัทธาในบารมี
ก็คงยาก!
และผมขอย้ำอีกครั้งว่า "อาถรรพณ์" กระทรวงคลัง ขณะนี้ก็ยังขลังเข้มเหมือนเดิม
ธนาคารแห่งประเทศไทย ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา-เหมือนพญามังกร แต่ "กระทรวงคลัง" ตั้งอยู่ริมคลองประปา-เหมือนงูดิน ฉะนั้น ไม่ต้องแปลกใจว่า..ชาตินี้ รัฐมนตรีคลังจะไปมีบารมีเหนือกว่า "ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ"
ยากสสสส์!
รัฐมนตรีคลังเหมือนนั่งเรืออีแปะไปตามคลอง ส่วนผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ นั่งเรือรบผงาดไปตามแม่น้ำเจ้าพระยา แค่นี้ก็เห็นแล้วว่า..บารมีใครข่มใคร?
กระทรวงคลังตั้งอยู่ริมฝั่งคลองก็แย่อยู่แล้ว ดันเอา "ช้างเอราวัณ" อันเป็นช้างทรงขององค์พระอิศวรมาเลี้ยงไว้อีกเชือก เลี้ยงนั้น-เลี้ยงได้ แต่เลี้ยงเป็นหรือเปล่า ตรงนี้น่าสงสัย
กระทรวงคลัง เป็นถิ่นของพญาครุฑ-จ้าวเวหา แต่กลับเอาพญาช้าง-จ้าวป่า มาเลี้ยงไว้เหมือนช้างสุรินทร์ และแค่ตลิ่งคลองประปา จะไปครนาอะไรกับพญาช้างสาร ยกเท้ากระทืบเบาๆ
เจ้ากระทรวงก็ "ร่วง" จ๋อมแล้ว!
ตั้งแต่ย้ายกระทรวงมาอยู่ที่คลองประปา ยังไม่ปรากฏว่ามี "รัฐมนตรีว่าการ" คนไหน อยู่ได้ทนทานนิรโทษทุกข์สักราย?!
พูดถึงรัฐมนตรีช่วยคลัง "เด็กสร้าง" ของนายกฯ สมชาย ที่ชื่อ "สุชาติ ธาดาธำรงเวช" ก็นึกขึ้นได้ว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาได้รับเลือกเป็น "หัวหน้าพรรคเพื่อไทย" พรรคอะไหล่ของพลังประชาชน "ค่ายเจ๊แดง" เรียบร้อยแล้ว
อย่างนี้ก็หมายความว่า "รัฐบาลสมชาย" ไม่ใช่พรรคร่วม ๖ พรรคเสียแล้ว แต่เป็น "พรรคร่วม ๗ พรรค" คือ พลังประชาชน ชาติไทย เพื่อแผ่นดิน รวมใจไทยชาติพัฒนา มัชฌิมาธิปไตย ประชาราช และเพื่อไทย
นายสุชาติประกาศไปแล้วด้วยว่า "พร้อมเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป" ซึ่งก็หมายความว่า พ.ต.ท.ทักษิณคัดสรรคนมาตั้งเป็น "ทายาทนายกฯ" เสร็จสรรพไปแล้วคือ ส.สุชาติ ไม่ใช่ ส. "สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี"!?
ระบอบทักษิณนี่ ให้กำเนิดนายกฯ มา ๓ สมัย ๓ นายกฯ แล้ว เริ่มจาก พ.ต.ท.ทักษิณ "ต้นตระกูลนายกฯ" ต่อด้วยนายสมัคร สุนทรเวช ผู้จะต้องไปฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในวันที่ ๒๕ ก.ย.นี้ว่าจะติด หรือจะหลุด และคนที่ ๓ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์
พรรค "เพื่อไทย" ถือว่าเป็นพรรคในตระกูลทักษิณ ใครเป็นหัวหน้ามีโอกาสได้เป็นนายกฯ เร็ว และตกลงมาตายเร็ว ฉะนั้น นายสุชาติตอนนี้พูดได้ว่า เป็นผู้ถือตั๋วรอคิวนายกฯ ในระบอบทักษิณคนต่อไป
พรรค "ไทยรักไทย" ใช้อักษรย่อ ท
พรรค "พลังแผ่นดิน" ใช้อักษรย่อ พ
พรรค "เพื่อไทย" ใช้อักษรย่อ พท
เข้าใจตั้งดีนะครับ เอาอักษรย่อ ๒ พรรค มารวมอยู่ในพรรคใหม่-พรรคเดียว แถมใช้แบบตัวอักษร และสีแดง-น้ำเงินเหมือนกันหมด
แต่ผมอยากให้ข้อสังเกตนิดหนึ่ง ทั้งตัว ท ตัว พ และตัว พท เวลาเขียน จะเขียนตัวให้ "ขาด" ออกจากกัน ตรงที่ขาด เขาใช้ขีดสีแดงเชื่อมเป็นตัวอักษรสีน้ำเงิน
ทางศิลป์สัญลักษณ์ ก็ถือว่าใช้ได้ แต่ทางฮวยจุ้ยอักษรบ่งบอกชัดว่า ตัวอักษร-นอกจากไม่มีหัว หรือหัวขาดแล้ว ไปได้ครึ่งเดียว ตัวก็จะ..ขาดท่อนด้วย!
ฉะนั้น จึงไม่น่าแปลกที่ ทั้งไทยรักไทย ทั้งพลังประชาชน หัวหน้า "หัวขาด" ตายเรียบ แล้วลำตัว-คือพรรค ก็จะค่อยๆ ขาดสะพายแล่งตามสัญลักษณ์ตัวอักษรไปเช่นกัน
ทักษิณก็แล้ว สมัครก็แล้ว นายกฯ สมชาย และนายสุชาติ จะเป็นรายต่อไปตามอาถรรพณ์ "อักษรไม่มีหัว-แถมตัวขาด" หรือไม่ ก็ต้องไปตามไปดู! ๗ พรรคร่วม "รัฐบาลสมชาย" ถ้าจะมีความแปลก-ใหม่ ไม่ใช่สมชาย แต่จะเป็น "ผู้ช่วยพระเอกสมชาย" ที่ชื่อพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ที่สั่งตรงจากลอนดอนให้มารับบท "รองนายกฯ" ถ้าการมาของบิ๊กจิ๋ว ช่วยแก้ปัญหาเขมร และปัญหา ๓ จังหวัดใต้ แถมเป็นกาวใจกับฝ่ายพันธมิตรฯ ได้สำเร็จ พรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งใหญ่ต้นปี จะมีหัวหน้าตัวจริงชื่อ "พลเอกชวลิต" ส่วนจะใช่ หรือ ไม่ใช่ ผมก็แค่คุยให้ฟังขัดตาทัพไปอีกวันเท่านั้นนะครับ.
ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 23 กันยายน 2551

