‘กัลปพฤกษ์’
ชูจิ เทรายามา เป็นศิลปินหัวก้าวหน้าชาวญี่ปุ่นที่มีผลงานโดดเด่นในช่วงคริสตศตวรรษ 1960’s – 1980’s แต่น่าเสียดายที่เขากลับไม่เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติเท่ากับผู้กำกับแหวกกระแสร่วมชาติอย่าง Shohei Imamura, Nagisa Oshima, Yasuzo Masumura หรือแม้แต่ Seijun Suzuki เขาเกิดเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม ค.ศ. 1935 ณ จังหวัดเอโอโมริ ทางตอนเหนือของประเทศญี่ปุ่นและสูญเสียบิดาไปจากการเข้าร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่สองเมื่ออายุได้เพียง 9 ขวบ ชูจิ เทรายามา ต้องอาศัยอยู่กับญาติที่เมืองมิซาวา ในขณะที่มารดาของเขาต้องไปรับจ้างทำงานให้กับฐานทัพสหรัฐ ณ ต่างเมือง ที่เมืองมิซาวานี้เองที่ชูจิ เทรายามา ต้องอาศัยพื้นที่ว่างหลังจอภาพยนตร์เป็นที่หลับนอน เปิดโอกาสให้เขาได้สัมผัสใกล้ชิดกับสื่อชนิดนี้มาตั้งแต่เด็กโดยปริยาย
ผลงานภาพยนตร์ของชูจิ เทรายามา นั้นโดดเด่นไปด้วยงานการกำกับศิลป์ที่มีสีสันฉูดฉาดจัดจ้าน ทั้งในส่วนของการออกแบบฉาก อุปกรณ์ประกอบ รวมทั้งเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายของนักแสดง หนังของชูจิ เทรายามา มักจะเน้นการสะท้อนถึงความเสื่อมของวัฒนธรรมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมที่ถูกทำลายด้วยการไหล่บ่าของวัฒนธรรมตะวันตกโดยเฉพาะในยุคคริสต์ศตวรรษที่ 18 ตัวละครในหนังของชูจิ เทรายามา จึงมีทั้งที่สวมกิโมโน และชุดสูทสากล และมักจะพอกหน้าพอกตากันด้วยแป้งขาวตามขนบของนาฏศิลป์ญี่ปุ่นและละครใบ้แบบตะวันตก นอกจากนี้หนังของชูจิ เทรายามา ยังมักจะมีการเล่นกับมิติหนังในหลาย ๆ รูปแบบ ทำให้ผู้ชมรู้สึกมีส่วนร่วมในการชมภาพยนตร์ของเขาได้อย่างแปลกใหม่น่าตื่นเต้น


ภาพยนตร์ที่สร้างความอื้อฉาวได้มากที่สุดของชูจิ เทรายามา ก็คือ Emperor Tomato Ketchup (1971) หนังใต้ดินสุดวินาศสันตะโรที่สมมติสถานการณ์ให้เด็ก ๆ ทั้งหลายยึดอำนาจอธิปไตยผู้ใหญ่ แล้วตั้งกฎหมายใหม่ที่ทุก ๆ อย่างจะต้องเป็นไปตามอำเภอใจของเหล่าเด็ก ๆ ไม่ว่าจะเป็นการประหัตประหารบุคลากรทางการศึกษาที่เคยมอมเมาเยาวชนกันด้วยหลักสูตรปัญญาอ่อนที่มีแต่จะบั่นทอนความคิดอันบริสุทธิ์ของพวกเขา การใช้อาวุธยุโธปกรณ์มาบังคับให้พวกผู้ใหญ่ต้องเชื่อฟังในทุก ๆ คำสั่ง ไปจนถึงการทดลองทำกิจกรรมต้องห้ามต่าง ๆ ที่เคยถูกห้ามปรามโดยพวกผู้ใหญ่อยู่เสมอ ผู้กำกับชูจิ เทรายามา ถ่ายทอดจินตนการสุดพิลึกพิลั่นเหล่านี้ด้วยลีลาในการกำกับศิลป์อันแปลกประหลาดพิสดารและจัดจ้านในเวลาเดียวกัน ชวนให้สะเทือนขวัญไปกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างน่าสะพรึง!
ผลงานเด่นอีกเรื่องของ ชูจิ เทรายามา ซึ่งออกฉายในปีเดียวกันคือ Throw Away Your Books, Rally in the Streets ซึ่งเป็นหนังวัยรุ่นปฏิวัติที่จะนำพาทุกท่านไปสัมผัสกับเรื่องราวชีวิตสุดเส็งเคร็งของวาตาชิหนุ่มญี่ปุ่นที่ต้องใช้ชีวิตร่วมกับสมาชิกในครอบครัวที่ไม่สมประกอบ ไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อจอมถ้ำมอง คุณย่ามือกาว และน้องสาวที่ชอบมีอะไรกับกระต่าย ท่ามกลางเสียงตวาดกราดเกรี้ยวโวยวายด้วยทำนองเพลงร็อคแอนด์โรลอันหนักหน่วงของเหล่าวัยรุ่นในยุค 1970’s ผู้ไม่เคยพอใจต่อสังคมอันจอมปลอม ผู้กำกับชูจิ เทรายามา เล่าเรื่องราวใน Throw Away Your Books, Rally in the Streets ด้วยการละเลงสีสันต่าง ๆ อย่างจัดจ้าน แถมยังมีการเล่นมิติเชิงหนังให้ได้งงงันกันในหลาย ๆ ฉากด้วย
ปี ค.ศ. 1974 ชูจิ เทรายามา ก็มีผลงาน เรื่อง Pastoral: To Die in the Country หนังแฟนตาซีสุดพิสดารที่เล่าขานตำนานในชนบทของเด็กชายวัยแตกเนื้อหนุ่มที่คิดจะลักพาตัวสาวใหญ่ข้างบ้านหนีไปจากสามีของเธอ หนังขัดจังหวะเรื่องราวของหนุ่มละอ่อนรายนี้ด้วยการมาเยือนของคณะละครสัตว์ซึ่งคลาคล่ำไปด้วยชาวคณะผู้มีลักษณะพิลึกพิลั่น ไม่ว่าจะเป็น คนร่างแคระ นางพญางูเขียว กะเทยทรามในชุดนักเรียนคอซอง หญิงสาวในชุดพองลม รวมถึงลูกคณะสติไม่เต็มเต็งรายอื่น ๆ ก่อนที่หนังจะหักมุมครั้งสำคัญ ชูจิ เทรายามาถ่ายทอดเรื่องราวต่าง ๆ ใน Pastoral: To Die in the Country ด้วยลีลาการกำกับศิลป์ที่เอิบอิ่มไปด้วยสีสันสุดพิลาศพิไลแถมยังจัดองค์ประกอบต่าง ๆ ได้อย่างแปลกหูแปลกตา ปีต่อมาชูจิ เทรายามาก็มีผลงานขนาดย่อมชื่อ Grass Labyrinth ที่เล่าเรื่องราวการตามหาเนื้อร้องเพลงพื้นบ้านบทหนึ่งของหนุ่มอากิราที่มารดาของเขาเคยร้องให้ฟัง เขาต้องกลับมายังบ้านเกิดเพื่อสอบถามครูใหญ่ พระประจำอาวาส และบรรดาโสเภณี เพื่อสืบสาวเรื่องราวที่ค้างไว้ในเนื้อเพลงเพลงนั้น สลับกับการย้อนอดีตไปเล่าเรื่องราวการผจญภัยต่อกรกับนางผีร้ายของเขาในวัยละอ่อน ซึ่งจะมาสร้างบรรยากาศทั้งอ่อนหวานและสยองขวัญไปได้พร้อม ๆ กัน
หนังเรื่องสุดท้ายที่ออกฉายหลังจาก ชูจิ เทรายามาเสียชีวิตลงแล้ว ก็คือ Farewell to the Ark (1984) สร้างจากนิยายเรื่องดัง One Hundred Years of Solitude ของ Gabriel Garcia Marquez โดยเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านในจินตนาการแห่งหนึ่ง ซึ่งอุดมไปด้วยเรื่องราวประหลาดพิสดาร ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวที่ลักขโมยนาฬิกาชาวบ้านไปฝังทิ้งเพื่อพวกเขาจะได้เป็นผู้ควบคุมเวลาในหมู่บ้านแต่เพียงผู้เดียว คู่สามีภรรยาที่ต้องหากระดาษมาเขียนชื่อสิ่งของต่าง ๆ แล้วนำไปติดไว้จนทั่วบ้าน หญิงสาวที่ไม่สามารถมีอะไรกับชายหนุ่มได้เพราะเธอไม่มีกุญแจไขตะปิ้งเหล็ก และหลุมลึกลับกลางหมู่บ้านที่ชวนให้สงสัยว่ามีอะไรอยู่ในนั้น
คุณผู้อ่านที่สนใจสามารถติดตามชมภาพยนตร์ต่าง ๆ เหล่านี้ของ ชูจิ เทรายามาได้ ในวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 26-27 เมษายนนี้ ที่ BANGKOK CODE ถนนสาทรใต้ ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://dkfilmhouse.blogspot.com และอ่านบทความเกี่ยวกับ Terayama อย่างละเอียดได้ในหนังสือชุด filmvirus เล่ม The 8 Masters ของสำนักพิมพ์ openbooks http://www.onopenbooks.com/product.detail.php?lang=th&id=1037515





