จริยธรรมของสังคม​ "​ไทย​ใหม่​"

นอก​จาก​พื้นฐาน​ความ​แตกต่างทางด้านต่างๆ​ ​ของคน​ใน​สังคมไทยที่ทำ​ให้​ความ​ขัดแย้งทาง​ความ​คิด​ใน​วันนี้รุนแรงมากขึ้น​แล้ว​ ​การไร้​ความ​สามารถ​ใน​การสร้าง​ “​จริยธรรม​” ​ใน​การ​อยู่​ร่วม​กัน​ใน​สังคมปัจจุบันก็​เป็น​ปัจจัยสำ​คัญอีกประการหนึ่ง​ ​โดย​เฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสังคมไทยกำ​ลัง​​เปลี่ยนแปลงอย่างรวด​เร็ว​เช่นนี้


หาก​จะ​นิยาม​ความ​หมายของ​ “​จริยธรรม​” ​อย่างกว้างๆ​ ​เพื่อ​ความ​เข้า​ใจร่วม​กัน​ ​ก็อาจกล่าว​ได้​ว่า​ “​จริยธรรม​” ​หมาย​ถึง​ระบบการตัดสิน​ให้​คุณค่าต่อ​ความ​สัมพันธ์ทางสังคม​ใน​ทุกมิติ​ ​จริยธรรมประกอบ​ด้วย​การตัดสิน​ให้​คุณค่าอย่างน้อยสี่ลักษณะ​ด้วย​กัน​ ​ได้​แก่​ ​สิ่งดีที่​ต้อง​ทำ​ ​สิ่งดีที่ควรทำ​ ​สิ่งเลวร้ายที่​ไม่​ควรทำ​ ​และ​สิ่งเลวร้ายที่​ต้อง​ไม่​ทำ​


มาตรฐานของการตัดสิน​ให้​คุณค่า​ใน​ชุดการกระทำ​สองชุดระหว่าง​ “​ทำ​” ​และ​ “​ไม่​ทำ​” ​จะ​ขึ้น​อยู่​กับ​กรอบ​ความ​คิดหลักที่อธิบายการดำ​รง​อยู่​ของ​ความ​สัมพันธ์ทางสังคม​ทั้ง​หมด​ ​ดัง​นั้น​การทำ​หรือ​ไม่​ทำ​อะ​ไร​จึง​ต้อง​อ้างอิง​อยู่​กับ​กรอบ​ความ​คิดหลัก​ใน​การอธิบายสังคมเสมอ​


ใน​สมัยที่กรอบ​ความ​คิดหลัก​ใน​การอธิบายสังคมผูกพัน​อยู่​กับ​จักรวาลวิทยา​แบบไตรภูมิ​ ​มีคติทางเวลา​แบบปัญจอันตรธาน​ (พุทธศาสนามีอายุ​ 5,000 ​ปี​ ​ซึ่ง​หมาย​ความ​ว่าสังคมเสื่อมลงเรื่อยๆ​ ​จนเกิดกลียุค​ ​แล้ว​จึง​เริ่มต้นวงจร​ใหม่​ของสังคม​โดย​มีพระพุทธเจ้าอีกองค์หนึ่งมาตรัส) ​และ​มีนิพพาน​เป็น​เป้าหมายของชีวิต​ ​การทำ​บุญทำ​ทาน​จึง​เป็น​สิ่งที่​ต้อง​ทำ​และ​ควรทำ​ ​ส่วน​การกระทำ​ที่​เป็น​การเบียดเบียนชีวิต​อื่น​เป็น​สิ่งที่​ไม่​ควรทำ​และ​ต้อง​ไม่​ทำ​ ​มาตรฐานการตัดสิน​ให้​คุณค่า​จึง​ไม่​สับสน​เพราะ​วาง​อยู่​บนฐานระบบอารมณ์​ความ​รู้สึกนึกคิดชุดเดียว​กัน


ความ​เปลี่ยนแปลงที่​เกิดขึ้นภายหลัง​จาก​การล่มสลายของจักรวาลวิทยา​แบบไตรภูมิ​และ​คติทางเวลา​แบบปัญจอัตรฐาน​ ​อัน​ได้​แก่​ ​การเกิดรัฐสมบูรณาญาสิทธิราชย์​และ​ต่อมา​เปลี่ยนรูปมาสู่รัฐชาติ​ ​ทำ​ให้​กรอบ​ความ​คิดหลัก​ได้​เริ่มแบ่งแยกออก​เป็น​สอง​ส่วน​ ​ได้​แก่​ ​ทางโลก​และ​ทางธรรม​ ​ซึ่ง​เชื่อมโยง​กัน​น้อยลงมาก​ ​ดัง​นั้น​ ​มาตรฐานของ​ความ​สัมพันธ์​จึง​แยกออก​เป็น​สอง​ส่วน​ซึ่ง​ใน​หลายกรณี​ได้​ก่อ​ให้​เกิด​ความ​สับสน​ใน​การตัดสินใจ​ให้​คุณค่า​ ​เช่น​ ​การตัดสินใจ​เข้า​สู่สงครามโลกครั้งที่​ 1 ​ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า​เจ้า​อยู่​หัว​ ​ก็​ต้อง​ถกเถียง​และ​พยายามโต้​แย้งมาตรฐานการ​ให้​คุณค่า​ใน​เชิงศาสนา​ ​โดย​ยกเอาประ​เด็นของการกระทำ​เพื่อ​ “​ชาติ​” ​มา​เป็น​หลัก​ใน​การคิด​ ​แล้ว​ตี​ความ​คำ​สอนทางศาสนา​ให้​รับ​ใช้​ความ​คิดทางโลก​ ​เช่น​ ​การฆ่า​ผู้​อื่น​เพื่อชาติ​ไม่​บาป​ ​เป็น​ต้น


กล่าวอย่างรวบรัดก็คือ​ ​ใน​ช่วงเวลาของการก่อตัวของรัฐสมบูรณาญาสิทธิราชย์​และ​รัฐชาติ​ใน​เวลาต่อมา​ ​มีการอ้างอิงจริยธรรมที่สัมพันธ์​กับ​ความ​ก้าวหน้า​หรือ​การดำ​รง​อยู่​ของชาติ​เป็น​หลักอย่างชัดเจน​ 


การอ้างอิงจริยธรรมเพื่อ​ “​ชาติ​” ​นี้ดำ​เนินต่อมา​เป็น​เวลานาน​ ​โดย​เฉพาะอย่างยิ่ง​ใน​ช่วงเวลาของการต่อสู้​กับ​การขยายตัวของพรรคคอมมิวนิสต์​แห่งประ​เทศไทย​ ​ดัง​จะ​เห็น​ได้​จาก​คำ​กล่าวของพระภิกษุที่มีชื่อเสียงที่ว่า​ “​ฆ่าคอมมิวนิสต์​ไม่​บาป​”


นอก​จาก​นั้น​ ​ยัง​มีการขยายหลักการทางจริยธรรม​ “​เพื่อชาติ​” ​ออกไปครอบคลุมพฤติกรรม​ทั้ง​หมดของคนไทยอย่างเข้มข้น​ ​ความ​ดี​หรือ​สิ่งที่​ “​ต้อง​ทำ​” ​และ​ “​ควรทำ​” ​เพราะ​มันดี​ใน​ตัวเอง​หรือ​ดีต่อสังคม​นั้น​มี​ความ​หมายน้อยกว่าการทำ​ดี​เพื่อชาติอย่างเทียบ​กัน​ไม่​ได้​ ​จะ​เห็น​ได้​ว่าการถกเถียง​หรือ​การเสนอ​ให้​คนไทยทำ​ใน​สิ่งที่​ “​ต้อง​ทำ​” ​หรือ​ “​ควรทำ​” ​เพราะ​จะ​ทำ​ให้​อยู่​ร่วม​กัน​ใน​สังคมอย่างมี​ความ​สงบสุข​นั้น​ ​มี​อยู่​น้อยมาก​ ​นักสันติวิธีที่​เสนอหลักการการ​อยู่​ร่วม​กัน​โดย​สันติก็มัก​จะ​​ถูกดูหมิ่นเสมอมาว่าเอา​แต่​เรื่องอุดมคติมาพูด


หลักการ​ “​จริยธรรมเพื่อชาติ​” ​กลาย​เป็น​หลักการอ้างอิงที่สถาปนา​โดย​รัฐ​และ​ผู้​กุมอำ​นาจรัฐ​ ​ซึ่ง​เน้น​อยู่​แต่​เพียงว่าสิ่งที่​ “​ต้อง​ทำ​” ​หรือ​ “​ควรทำ​” ​ก็คือสิ่งที่รัฐ​ต้อง​การ​ให้​ทำ​ ​การสอนศีลธรรม​หรือ​จริยธรรม​ใน​โรงเรียน​จึง​ไม่​ใช่​การสอนหลักการ​หรือ​หลักคิดที่​จะ​ทำ​ให้​คน​ใน​สังคม​อยู่​ร่วม​กัน​อย่างสงบสุข​ ​อย่างมากก็​แค่ตัดทอนเอาศีลธรรมทางศาสนามาสอน​ ​โดย​ที่​ไม่​เชื่อมโยง​ให้​สัมพันธ์​กับ​บริบททางสังคมที่​เป็น​จริง​


ผมมักถามนักศึกษา​ใน​ชั้นเรียนว่าจริยธรรม​หรือ​ศีลธรรมคืออะ​ไร​ ​คำ​ตอบก็​ได้​เหมือนๆ​ ​กัน​ทุกปี​ ​ก็คือ​ความ​จำ​ที่ว่าศีลห้ามีอะ​ไรบ้าง​ ​โดย​ที่พวก​เขา​ไม่​ได้​ตระหนักมาก่อนเลยว่าศีล​ 5 ​เกี่ยว​กับ​ความ​สัมพันธ์ทางสังคมอย่างไร


เราสอนศีลธรรม​โดย​ไม่​ได้​เชื่อมโยง​เข้า​กับ​สังคม​และ​ทำ​ให้​เกิดปัญหาที่สำ​คัญ​ใน​วันนี้​ ​ที่อาจ​จะ​กล่าว​ได้​ว่า​ ​สังคมไทยปราศ​จาก​จริยธรรมทางสังคมที่สังคม​โดย​รวมเห็นพ้อง​ต้อง​กัน​ว่า​เป็น​หลักการอ้างอิงที่คนทุกคนควร​จะ​ยอมรับ​ใน​ระบบเหตุผลของจริยธรรม​นั้นๆ


การที่สังคมปราศ​จาก​จริยธรรมทางสังคมเช่นนี้​ ​ทำ​ให้​การกระทำ​ที่​ไม่​แยแสต่อ​ความ​เดือดร้อนของสังคมเกิดขึ้น​ได้​ง่ายมากขึ้น​ ​ลองนึก​ถึง​ชีวิตประจำ​วันของเรา​ทั้ง​หลายดูนะครับ​ ​การละ​เมิด​ใน​สิ่งที่​เราควร​จะ​กระทำ​นั้น​เกิดขึ้นมากน้อยเพียง​ใด​ ​ใน​ระดับสังคม​ ​ก็ปรากฏว่าสื่อสารมวลชน​ทั้ง​สื่อแท้​และ​สื่อเทียมล้วน​แล้ว​แต่พร้อมที่​จะ​โกหกพกลม​ ​หรือ​อธิบายเชื่อมโยงปรากฏการณ์​ใดๆ​ ​เข้า​ด้วย​กัน​เพื่อหวังผล​ใน​การทำ​ลายล้าง​ผู้​อื่น​ ​หรือ​เพื่อประ​โยชน์ของตนเอง​ ​ทั้งๆ​ ​ที่รู้ว่า​ไม่​เป็น​ความ​จริง​ ​แต่ก็ยินดีที่​จะ​กระทำ​โดย​ไม่​รู้สึกผิดเลยแม้​แต่น้อย


การป้ายสี​เพื่อทำ​ลาย​ “​ศัตรู​” ​ที่​เกิดขึ้นอย่างดาษดื่น​ใน​ปัจจุบัน​ ​ก็คือผล​จาก​การที่สังคมไทยปราศ​จาก​จริยธรรมของสังคมนั่นเอง​


ความ​เปลี่ยนแปลงสังคมไทยอย่างรวด​เร็ว​ที่ผ่านมา​ ​ได้​ทำ​ให้​เกิด​ความ​แตกต่างของกลุ่มคนขึ้นอย่างมากมาย​ ​และ​ความ​แตกต่างนี้​ต้อง​การหลักการคิด​และ​ให้​คุณค่าทางจริยธรรม​กัน​ใหม่​ ​แต่สังคมไทยกลับ​ไม่​พยายามร่วม​กัน​สร้างจริยธรรม​ใหม่​นี้ขึ้นมา​ ​กลับพยายามทำ​ให้​หลักจริยธรรมเพื่อชาติตามคำ​นิยามของกลุ่มตนเองมีอำ​นาจครอบงำ​สูงขึ้น​ ​ซึ่ง​ก่อ​ให้​เกิด​ความ​ตึงเครียดทางสังคมอย่างกว้างขวาง​


อะ​ไรคือจริยธรรมทางสังคมที่​เหมาะ​กับ​สังคมไทยที่​เปลี่ยนแปลงไป​จาก​เดิมอย่างลึกซึ้ง​แล้ว​นี้​ ​และ​เรา​จะ​สร้างหลักจริยธรรมทางสังคมร่วม​กัน​ขึ้นมา​ได้​อย่างไร​ ​เป็น​เรื่องที่​จะ​ต้อง​ช่วย​กัน​คิดอย่างเร่งด่วน​ ​ก่อนที่การปลุกเร้าทางการเมือง​โดย​ปราศ​จาก​จริยธรรม​จะ​นำ​พาสังคมของเรา​ไปสู่กลียุค

 

ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2552