madpitch's blog
Mon, 27/03/2006 - 14:02 — พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์
สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้น (อาจจะโดยมิได้ตั้งใจ) นับตั้งแต่การมีรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันก็คือการทำให้ระบบการเลือกตั้งกลายเป็นยาแก้ปวดมหัศจรรย์ที่รักษาได้ทุกโลก
ในแง่นี้ท่านรักษาการณ์นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคไทยรักไทย คงไม่(เข้าใจ)ผิดไปเสียคนเดียว ที่พยายามจะบอกว่าการเลือกตั้งคือเสียงสวรรค์และการตัดสินใจของประชาชน
จนถูกกล่าวหาว่ารักษาการณ์นายกใช้การเลือกตั้งเป็นการ "ฟอกตัว" เพื่อให้หลุดพ้นจากข้อกล่าวหาทางสังคม
ขณะที่ อีกกลุ่มหนึ่งก็มีท่าทีปฏิเสธการเลือกตั้งอย่างชัดเจน ไล่ตั้งแต่การไม่เข้าร่วมสมัครรับเลือกตั้ง หรือพยายามตีความกฏหมายในทุกด้านเพื่อไม่ให้เกิดการเลือกตั้งในวันที่ 2 เมษายน
ดังนั้นมีความเป็นไปได้ว่า แทนที่จะหมกมุ่นกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างเดียว เราอาจจะต้องเริ่มต้นจากวิธีง่ายๆ ขำๆด้วยการเรียกร้องให้สำนักงานอาหารและยา (หรือ อ.ย.) มาตรวจสอบการเลือกตั้งและสักหน่อย ว่าตกลงเราจะสามารถเรียกการเลือกตั้งว่าการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยได้หรือไม่ ?
หรือว่าเราอาจจะต้องใช้ชื่อใหม่มาเรียกการเลือกตั้ง ?
Sun, 26/03/2006 - 01:42 — พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์
- พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ -
1) ก่อนจะถึงมาตรา 7:
มาตรา 1 ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกมิได้
มาตรา 2 ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
มาตรา 3 อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหา กษัตริย์ผู้ ทรง เป็นประมุขทรงใช้อำนาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล ตามบทบัญญัติ แห่งรัฐธรรมนูญนี้
มาตรา 4 ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ และเสรีภาพของบุคคล ย่อมได้รับความคุ้ม ครอง
มาตรา 5 ประชาชนชาวไทยไม่ว่าเหล่ากำเนิด เพศ หรือศาสนาใด ย่อมอยู่ในความคุ้มครองแห่งรัฐธรรมนูญนี้เสมอกัน
มาตรา 6 รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ บทบัญญัติใดของกฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญนี้ บทบัญญัตินั้นเป็นอันใช้บังคับมิได้
มาตรา 7 ในเมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใด ให้วินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
… สำหรับคนที่ไม่ได้เป็น "นักกฏหมายมหาชน" แต่ต้องมีชีวิต "เกี่ยวข้อง" กับกฏหมายมหาชน และเป็นส่วนหนึ่งของ "มหาชน" ที่เป็น "ประเด็น" ของกฏหมายมหาชน ผมคิดว่ามาตราที่สร้างปัญหาในรัฐธรรมนูญในปัจจุบันที่น่าจะหยิบยกมาพูดถึงในครั้งนี้ก็คือมาตรา 6 ครับ
เพราะเราไปให้คำจำกัดความว่า รัฐธรรมนูญเป็น "กฏหมาย" และเป็นกฏหมายสูงสุดเสียด้วย
Mon, 20/03/2006 - 13:06 — พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์
สิ่งที่กำลังจะนำเสนอมิได้ได้เกี่ยวข้องกับการประเมิน "พรรคฝ่ายค้าน" และ "ฝ่ายพันธมิตร" แต่อย่างใด
หากแต่เป็นเรื่องของการนำเสนอภาพรวมของการเมืองฝ่ายค้าน (oppositional politics) ในระบอบประชาธิปไตย
ว่ากันว่า การสนทนาในทางการเมืองและทางรัฐศาสตร์ที่ผ่านมานั้น มิค่อยได้ให้ความสนใจกับบทบาทของการเมืองฝ่ายค้าน (ในภาพรวม ทั้งในและนอกสภา) กับประชาธิปไตยสักเท่าไหร่
ด้วยว่าเรามักสนใจเรื่องประชาธิปไตยจากมุมมองของรัฐบาล จากมุมมองของฝ่ายโค่นล้มรัฐบาล และจากมุมมองของระบบการเมือง มากกว่าจะสนใจประชาธิปไตยจากมุมมองของฝ่ายค้านสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะในประเด็นบทบาทหน้าที่ การดำรงอยู่ และพัฒนาการของ "พรรคฝ่ายค้านและกลุ่มคัดค้าน" ที่ไม่ใช่เรื่องเดียวกับการใช้กำลังและความรุนแรงในการโค่นล้มรัฐบาล
Wed, 15/03/2006 - 00:01 — พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์
ท่ามกลางสถานการณ์บ้านเมืองที่จะเป็นจะตายกันเสียให้ได้ ... ผมเกิดความคิดอยากจะจัดตั้ง "เครือข่ายคอลัมนิสต์หน้าตาดี ที่ไม่ชอบข้อสอบแบบมีตัวเลือก " เพื่อจะออกแถลงการณ์แสดงท่าทีและประกาศจุดยืนต่อ "บ้านเมือง" กับเขาสักหน่อย
คิดไปคิดมาก็ดูจะเป็นปัญหาของความล่าช้าทางประวัติศาสตร์ไปซะแล้ว ด้วยว่าเขามีเครือข่ายออกมาเยอะแยะไปหมดในทุกๆวัน
เพราะหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมรู้สึกว่าการเมืองแบบการประกาศตนเป็น "เครือข่าย" หรือ "กลุ่ม" อะไรสักอย่างนั้นกลายเป็นเรื่องที่สำคัญ
น่าแปลกประหลาดที่การต่อสู้กับระบอบทักษิณ และ "ประชานิยม" นั้นไม่สามารถ "สวม" ความเป็นเพียง "พลเมือง" หรือ "ประชาชน" เฉยๆได้เลย แต่ต้องสู้กันที่การอ้างอิง "คุณภาพ" ของผู้เข้าร่วมการเรียกร้องที่นอกเหนือไปจากคุณภาพของการเป็นพลเมืองในชุมชนการเมืองที่สามารถร่วมกันกำหนดกฏเกณฑ์ของสังคมได้
Sat, 11/03/2006 - 14:34 — พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์
หมายเหตุ: ผมเขียนบทความชิ้นนี้ขึ้นในช่วงคืนวันที่ 24-25-26 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นห้วงเวลาที่นายกทักษิณประกาศยุบสภา พรรคฝ่ายค้านปฏิเสธไม่ลงสมัครเลือกตั้ง และมีการชุมนุมขับไล่นายกทักษิณในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ที่ท้องสนามหลวง
แต่ขณะที่เขียนบทความนั้นนายบรรหารยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะลงสัตยาบันร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์และพรรคมหาชนหรือไม่
บทความชิ้นนี้อาจจะ "หมดอายุ" ไปแล้ว หากพิจารณาจากพลวัตทางการเมืองที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา
แต่ผมคิดว่าเหตุการณ์ที่หมดอายุและดูไม่ได้น่าสนใจอะไรมากมายนัก มีมิติทางการเมืองที่สนใจอยู่ไม่น้อย ก็เลยอยากจะขอบันทึกเรื่องราวดังกล่าวเก็บเอาไว้ ในพื้นที่เล็กๆทางด้านซ้ายของ onopen.com ครับ : )
Sun, 05/03/2006 - 22:03 — พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์
หมายเหตุ: ก่อนเริ่มอ่านงานของผม น่าจะเปิดเพลง "ไว้ใจ" ของพี่หนุ่ย ในอัลบั้ม "ม้าเหล็ก" ประกอบด้วย หรือจะฮัมเพลงประกอบไปด้วยจะเป็นพระคุณยิ่ง .... จุดอ่อนจากการที่ ว้ายยยย จายยยยย ....
ปัจจุบันเราพบว่าบรรดานักวิชาการจำนวนไม่น้อยได้ออกมาขับไล่นายกรัฐมนตรี หรือออกมาเรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
เรื่องโม้ๆสัปดาห์นี้จะไม่เริ่มต้นด้วยการใช้ข้อกล่าวหาว่า นายกรัฐมนตรี "หมดความชอบธรรม" ในการบริหารบ้านเมือง แต่จะพยายามอธิบายในระดับทางทฤษฎีว่าทำไมคนจำนวนไม่น้อยจึง "หมดความไว้วางใจ" หรือ "ไม่ไว้วางใจ" ต่อนายกรัฐมนตรี
การหมดความชอบธรรมกับการไม่ไว้วางใจไม่ใช่เรื่องเดียวกัน การกล่าวหาว่านายกรัฐมนตรีขาดหรือหมดความชอบธรรมนั้นไม่สามารถทำให้นายกรัฐมนตรีจอมกะล่อนออกจากตำแหน่งได้
นายกรัฐมนตรีจอมกะล่อนที่ชอบเลี่ยงกฏหมายนั้นจะยิ่ง "ดิ้น" ด้วยการอ้างอิงสารพัดข้ออ้าง อาทิ "ผลงาน" ของรัฐบาล คะแนนเสียงเลือกตั้ง และตัวบทกฏหมาย และที่สำคัญก็คือการอ้างถึง "ความเชื่อมั่น" มากลบกระแสความไว้ใจ
คำว่า ความชอบธรรม (legitimacy) ที่ใช้กันในทุกแถลงการณ์ในช่วงนี้ จึงเป็นคำที่กว้างเกินไป และเมื่อปะทะกับรัฐบาลสันดานทราม เราจึงไม่ได้คำตอบอะไรจากพวกเขา
Tue, 28/02/2006 - 14:06 — พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์
ปรากฏการณ์ของการประชุมปรึกษาหารือร่วมกันระหว่างนายกรัฐมนตรีกับอธิการบดีทั่วประเทศได้เปิดเผยให้เห็นลักษณะประการสำคัญประการหนึ่งของระบอบทักษิณ
ตรงที่ว่าระบอบทักษิณนั้นพยายามที่จะ "ต่อติด" และ "ตัดตอน" พลังการเคลื่อนไหวทางสังคมในเวลาเดียวกัน
ในมิติแรก รัฐบาลเห็นความสำคัญกับการเคลื่อนไหวของนักวิชาการที่ผลักดันให้เกิดกระบวนการตรวจสอบตัวหัวหน้ารัฐบาล ทั้งในระดับของการเสนอให้นายกรัฐมนตรีลาออก ยุบสภา รวมถึง การปรับปรุงแก้ไขรัฐธรรมนูญ
การพยายามเข้าหาและเข้าถึงบรรดาอธิการบดีของนายกรัฐมนตรีนั้น จึงสามารถมองได้ในลักษณะของการพยายามต่อติดกับนักวิชาการโดยอาศัยช่องทางที่เป็นทางการ โดยเฉพาะอาศัยช่องทางการสื่อสารกับผู้บริหารมหาวิทยาลัยของรัฐ และพบปะกับบรรดา "ผู้บังคับบัญชา" ของนักวิชาการต่างๆ
ในขณะเดียวกัน สิ่งที่เราๆท่านๆก็ทราบกันอยู่ก็คือ การพยายามต่อติดเข้ากับมหาวิทยาลัยในครั้งนี้ของนายกรัฐมนตรีนั้น ย่อมถูกกระแสสังคมวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นเรื่องของการพยายามซื้อเวลาเพื่อลดความขัดแย้ง และแรงกดดันทางสังคม (ซึ่งในท้ายที่สุดก็ไม่สำเร็จ จนกระทั่งนายกรัฐมนตรีต้องยุบสภาในกาลต่อมา)
Fri, 24/02/2006 - 14:46 — พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์
บทความชิ้นนี้มิได้นำเสนอว่าประชาธิปไตยคืออะไร และประชาธิปไตยแบบไหนดีที่สุด แต่ทำหน้าที่ "ตรวจสอบ" ทั้ง "คำนิยาม" และ "ความหมาย" ของ "ประชาธิปไตย" ที่เกิดขึ้นในตอนนี้โดยเฉพาะในประเด็นเรื่อง "ความชอบธรรม" ในระบอบประชาธิปไตย
ที่ใช้คำว่า "คำนิยาม" และ "ความหมาย" ควบคู่กันไปก็เพราะ คำนิยามนั้นมันเกี่ยวพันกับความหมายด้วย เพราะถ้าคำนิยามนั้นมันไม่มีความหมายที่เกี่ยวของกับชีวิตของเรา เราก็คงไม่ได้รู้สึกอะไรกับคำนิยามต่างๆ
เราคงไม่เดือดร้อน ไม่หงุดหงิด รวมทั้งอาจจะเพิกเฉยต่อคำนิยามเหล่านั้นก็ได้
จะว่าไปแล้วประชาธิปไตยนั้นอาจมิได้เป็นปัญหาของคนส่วนใหญ่ และของคนจน เท่ากับ (หรือไม่น้อยไปกว่า) เป็นปัญหาของ "คนพอมี" ซึ่งเชื่อในความมีเหตุมีผลและความสามารถของตนเอง
เพราะถ้านับโดยจำนวนแล้วคนหน้าตาดี มีความรู้ และพอมีอาจจะมีน้อยกว่าเมื่อเทียบกับคนอีกจำนวนมาก
ประชาธิปไตยจึงเป็นทั้ง "สุข" และ "ทุกข์" สำหรับพวกเขา
และก็เป็น "เกราะป้องกันที่ดี" ในการดำรงอยู่ของคนเหล่านี้ (1)
Fri, 17/02/2006 - 13:37 — พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์
1. ถามว่าการประกาศชัยชนะของขบวนการ "ท๊ากกกกษิณ ... ออกไป๋" เมื่อ 4 ก.พ. นั้นควรจะอ้างอิงกับ 14 ต.ค. หรือ 17 พ.ค.?
ผมว่าคำตอบคือ "วันฟ้าเปิด" เมื่อ 1 ก.พ. เสียมากกว่า
เพราะเมื่อ วันที่ 31 ม.ค. ทั้งวันเป็นวันที่ "ป๋า" ปฏิวัติตนเอง ด้วยการทำเซอร์ไพร์ "เด็กแนว" ด้วยการเปิดเพลง "บุษบา" ของคณะ "หมาใหม่" ตลอดทั้งวันที่ 31 ม.ค. ที่ผ่านมาในแฟตเรดิโอ (104.5 หน่ะ ... ฟังด้วย อย่าฟังแต่ 92.5 หรือ 92.25) ก่อนจะเปิดแถลงการณ์ในวันที่ 1 ก.พ. ว่า "ป๋า" ใส่ใจ "เด็กของป๋า" ด้วยการกลับสู่ "แนวทาง" ของแฟตเรดิโอเช่นเดิม ด้วยการเปิดเพลงไม่เอาใจ "ตลาด" และให้โอกาสกับเพลงนอกกระแส ... เท่าที่ป๋าจะทำได้
ป๋ายังคงเป็นป๋า ... เด็กแนวพอใจ ... ดอกไม้ไม่หายไป ... หมาใหม่คือสัญลักษณ์ ... สัญลักษณ์ของการไม่เคยโกหก และไม่มีวันตาย ... เด็กแนวคงรักและศรัทธาป๋าเช่นเดิม ... และไม่ต้องคิดว่าป๋าจะต้องเป็นนายกรัฐมนตรีเพื่อชาติ ... มากู้บ้านกู้เมือง ...
ป๋าเป็นแค่คนเปิดเพลง ... ไม่ต้องพบและเยี่ยมประชาชน ... ป๋ายืนยันและพิสูจน์ตัวเองแล้วว่าป๋า "ฟัง" ประชาชน
Sat, 11/02/2006 - 13:40 — พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์
ประชาธิปไตยแบบปรึกษาหารือ (deliberative democracy) เป็นตัวแบบทางทฤษฎีว่าด้วยเรื่องประชาธิปไตยแบบหนึ่งท่ามกลางความเป็นไปได้ของตัวแบบประชาธิปไตยในหลายๆรูปแบบที่ดำรงอยู่ในโลก
ความสำคัญของประชาธิปไตยแบบปรึกษาหารือ อยู่ตรงที่คำว่า "ปรึกษาหารือ" ซึ่งเป็นกระบวนการได้มาซึ่งเหตุผล ดังนั้นประชาธิปไตยแบบปรึกษาหารือจึงเน้นที่ "กระบวนการสื่อสารระหว่างกัน" อยู่ร่วมกัน เข้าใจกัน อันเป็นฐานอันยั่งยืนของ "ความสามัคคี"