คอลัมน์เก่า 02
Fri, 26/09/2008 - 06:56 — onopen
- มนตรี คำสิงห์ -
๑ กันยายน ๒๕๕๑
กรุงเทพมหานคร
๑...
ตำรวจนับร้อยนายพร้อมอุปกรณ์ปราบจราจลครบมือที่ยืนตั้งแถวเตรียมเข้าประจัญหน้านั้น หากเป็นสถานการณ์ที่ชาติกำลังถูกคุกคามภาพดังกล่าวคงช่วยให้ผู้คนเกิดความรู้สึกปลอดภัยจากอริราชศัตรู แต่ในช่วงเวลาที่อีกฟากฝ่ายเป็นเพียงประชาชนคนชาติเดียวกันเช่นนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นกลับส่งให้ความรู้สึกของผู้พบเห็นพลันต้องหดหู่ลงไปทันที น้ำดื่มและมวลดอกไม้ที่พลเมืองทยอยหยิบยื่นให้แก่ผู้พิทักษ์สันติราษฏ์ ได้รับการตอบกลับมาด้วยใบหน้าอันเรียบเฉยจนดูราวกับว่าทั้งสองฝ่ายไม่ได้ยืนอยู่บนผืนดินแผ่นเดียวกัน...
ในห้วงยามที่สังคมเกิดความปริร้าวทางความคิดเช่นนี้ เหตุการณ์การเผชิญหน้าย่อมเป็นที่สนใจจากสื่อมวลชนทุกแขนง ไม่ว่าจะหยิบฉวยหนังสือพิมพ์ฉบับใดต้องได้พบกับข่าวคราวอันชวนให้น่าเหนื่อยหน่ายหัวใจเหล่านั้น ครั้นได้เคลื่อนสายตาไปตามหัวข้อข่าวอื่นๆด้วยหวังว่าอาจได้พบกับเรื่องราวที่พอจะช่วยให้หัวใจชุ่มชื้นขึ้นมาบ้าง หากนั่นก็ดูหมือนว่าจะเป็นการกระทำที่ไม่ต่างจากการงมเข็มในมหาสมุทร และมิหนำซ้ำ ความรู้สึกอันน่าหดหู่กลับยิ่งถูกตอกย้ำลงไปด้วยข่าวเล็กๆชิ้นหนึ่งที่แทรกตัวอยู่ในความขัดแย้ง...
Wed, 03/09/2008 - 05:08 — onopen
จดหมายถึงทุกท่าน
Thu, 21/08/2008 - 03:39 — onopen
จิตใต้สำนึกของผมคงจะมีธาตุเหลวไหลฟุ้งซ่านเจือปนประกอบอยู่เยอะนะครับ จึงมักจะเก็บเอาไปแปรรูปเป็นความฝันพิลึกกึกกืออีตอนหลับอยู่เป็นประจำสม่ำเสมอ
ล่าสุดใหม่เอี่ยมแกะกล่องเมื่อคืนที่ผ่านมา ผมฝันว่าอยู่ดี ๆ ก็จรลีเดินทางไปยังประเทศรัสเซีย ด้วยสาเหตุต้นตอที่ยังคงลึกลับมืดมน ท่ามกลางข่าวลือซุบซิบว่าเป็นการลี้ภัย
ในความฝันนั้น ผมกำลังจะขึ้นรถเมล์เพื่อกลับบ้านตามปกติ แต่แล้วก็เผลองีบหลับสัปหงกระหว่างการจราจรติดหนึบขนาดหนัก มารู้ตัวอีกทีเมื่อรถเมล์เบรคดังเอี๊ยด จนผมหัวทิ่มหน้าคะมำตกใจตื่น (จากการงีบ แต่จริง ๆ แล้วยังหลับและฝันอยู่นะครับ)
ผมเหลือบมองไปทางหน้าต่าง เห็นหิมะตกโปรยปรายเต็มท้องถนน ตึกรามบ้านช่องสองข้างทาง หน้าตารูปทรงแปลก ๆ แบบที่ผมไม่เคยเห็นของจริงมาก่อน แต่คุ้นตาจากในหนังฝรั่งหลาย ๆ เรื่อง
“ที่นี่คือที่ไหนกัน” ผมหันไปถามเจ๊ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ (หน้าตาเหมือนอาร์แซน แวนเกอร์ ผู้จัดการทีมอาร์เซนอล แต่ตาตี่แบบคนมีเชื้อสายจีน และเลี่ยมฟันทอง) ด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้านตื่นตกใจ
Mon, 18/08/2008 - 07:17 — onopen
เป็นเวลาหลายปีแล้วที่ข้าพเจ้าละเลยความฝัน อยากทำอะไรตั้งหลายอย่าง แต่ไม่ได้ลงมือทำสักอย่างเดียว เป็นความฝันที่ค้างอยู่ในใจ แถมปล่อยให้ความฝันกองทิ้งไว้ แล้วก็เอาเวลาที่มีอยู่ไปทำอย่างอื่นนอกเหนือที่คิดไ
Mon, 11/08/2008 - 06:40 — onopen
ดิฉันอยากเป็นนักโปรแกรมเมอร์ ที่สามารถออกแบบเวปไซต์ ที่ทำให้คนทุกคนบนโลกนี้สามารถเชื่อมติดต่อความสัมพันธ์กันได้ง่าย การเป็นนักโปรแกรมเมอร์ไม่ไช่เรื่องยากเกินไปสำหรับสมัยนี้ ดิฉันอยากจะคิดเขียนโปรแกรมขึ
Thu, 07/08/2008 - 06:39 — onopen
.....
Thu, 07/08/2008 - 04:31 — onopen
- สุทธิ สุนทรานุรักษ์* -
จะว่าไปแล้วในแวดวงวิชาการเศรษฐศาสตร์นั้นพยายามเชื่อมโยงหลักเศรษฐศาสตร์เพื่ออธิบายพฤติกรรม เหตุการณ์ หรือปรากฏการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในสังคมมนุษย์
เช่นเดียวกับพฤติกรรมการคอร์รัปชั่นครับทั้งนี้นักเศรษฐศาสตร์ต่างพยายามหาวิธีการอธิบายพฤติกรรมนี้มาได้ระยะหนึ่งแล้ว
คำว่า “เศรษฐศาสตร์ว่าด้วยการคอร์รัปชั่น” หรือ Economics of Corruption นั้นปรากฏขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1975 ครับ โดยนักเศรษฐศาสตร์หญิงนามว่า “ซูซาน โรส แอคเคอร์แมน” (Susan Rose Ackerman) ได้เขียนบทความชื่อ “The Economics of Corruption” ตีพิมพ์ลงในวารสารวิชาการเศรษฐศาสตร์ชื่อดังอย่าง Journal of Political Economy
งานของแอคเคอร์แมนได้กลายเป็นหมุดหมายของนักเศรษฐศาสตร์ผู้สนใจเรื่องราวของการคอร์รัปชั่นซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งในการเหนี่ยวรั้งการพัฒนาประเทศ
นอกจากงานของแอคเคอร์แมนแล้ว, ช่วงเวลาใกล้เคียงกันนั้นยังมีงานของนักเศรษฐศาสตร์หญิงอีกเช่นกันที่ศึกษาเกี่ยวกับ “การแสวงหาค่าเช่าทางเศรษฐกิจ” หรือ Economic Rent Seeking นักเศรษฐศาสตร์ท่านนี้ คือ “แอนน์ โอ ครูเกอร์” (Ann O.Krueger) ครับ
Mon, 04/08/2008 - 06:38 — onopen
อยากเป็นช่างซ่อมรถ เพราะมีรายได้ดี ผมก็จะเล่าเรียนให้เต็มที่เพื่ออนาคตของผมที่อยากจะเป็นช่างซ่อมรถ
ด.ช.สมหมาย เจริญชัย
อายุ 13 ปี
Thu, 31/07/2008 - 06:37 — onopen
ความใฝ่ฝันของหนูคืออยากจะเป็นคุณครู และบางทีก็อยากจะเป็นพนักงานขายของในห้างสรรพสินค้า หรือบางทีก็อยากจะเปิดร้านขายของเป็นของตัวเอง คือหนูยังไม่รู้ทิศทางของอนาคต ก็จะต้องให้หนูโตกว่านี้ก็คงจะรู้นะค่ะ ใค
Mon, 28/07/2008 - 10:10 — onopen
เธอ
เธอรู้สึกสูญเสียอธิปไตยของตนเองเมื่อหล่อนรุกล้ำเข้ามาในกายเธอ เธอไม่ชอบสิ่งแปลกปลอมที่หล่อนใช้แม้จะหลงใหลเรือนร่างผุดผาดอันหมดจดงดงามของหล่อน หลงใหลในกิริยาท่าทางอันชวนซ่านสยิว สะโพกคอดกิ่วที่บิดแต่น้อยและเปลือยเปล่าขาวนวลอยู่ใต้แสงไฟสีส้ม หล่อนทาบทับอยู่บนร่างของเธอ พยายามสอดแทรกบางสิ่งเข้ามา บางสิ่งที่ทั้งแข็งทื่อและเย็นเยียบ มันคืออวัยวะเทียม เครื่องบำบัดความใคร่ราคาถูกที่ทั้งปลอมแปลงและบุกรุก เธอพบมันอยู่ในห้องเช่าตั้งแต่แรกที่เธอย้ายเข้ามาร่วมห้องกับหล่อน และแม้หล่อนอยู่ที่นั่นมาก่อนแต่ก็ปฏิเสธว่าไม่ใช่ของตัวเอง ตอนนั้นทั้งคู่ยังหัวเราะขบขันด้วยแก้มที่แดงเพราะความขวยเขิน แต่ยามนี้ขณะที่ทั้งคู่ใช้มันร่วมกัน เธอก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่ของเธอ แต่ก็ไม่ควรใช่ของหล่อนด้วย เธอไม่ได้มีอารมณ์ซ่านสุขจากการแทรกสอดนั้น ซ้ำความแข็งเกร็งของมัน ผิวสากระคายของมันยังทำให้เธอเจ็บปวดราวกับเนื้ออ่อนนุ่มนั้นถลอกปอกเปิกไปหมด
เธอพบกับหล่อนครั้งแรกในยามสาย เธอต้องรีบออกไปทำงานและหล่อนเพิ่งตื่น ห้องเช่านั้นที่จริงพอจะเรียกได้ว่าแฟลตรูหนูด้วยซ้ำ เธอสวมเครื่องแบบของโรงงาน ส่วนหล่อนนุ่งซิ่นกระโจมอก ผ้าเช็ดตัวคลุมไหล่ มือถือขัน และซ่อนผมไว้ในหมวกอาบน้ำพลาสติกสีเขียว หล่อนย้ายมาอยู่ใหม่ได้สักพัก และทั้งคู่ยังไม่ได้เจอกัน หล่อนเพิ่งเข้ามาถึงเมืองหลวงเพื่อหางานทำ ขณะที่เธอทำงานโรงงานมาหลายปี หล่อนยังสาวสะพรั่ง ดูท่าทางตื่นตระหนกกับทุกสิ่งรอบตัวราวกับลูกไก่ที่เพิ่งฟักออกจากไข่ ท่าทีแบบเหลียวซ้ายทีขวาที ความไร้เดียงสาและเปิ่นเทิ่งแบบเด็กๆ ทำให้เธอต้องตาหล่อน เด็กสาวจากท้องไร่ท้องนาที่อ่อนต่อโลก ยังฉ่ำและสดราวผลไม้แรกสุกที่เพิ่งปลิดจากขั้ว ทั้งคู่ถูกดึงดูดเข้าหากันอย่างรวดเร็ว เธอพาหล่อนไปสมัครงานที่โรงงาน พาหล่อนไปหาซื้อเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้ ชักชวนหล่อนมากินเลี้ยงที่ห้อง ลงเอยด้วยการดื่มกันเล็กน้อย ในความมึนเมาทั้งต่อเหล้าและแรงปรารถนาราคะของวัยกำดัด หล่อนและเธอต่างใช้ร่างของอีกคนตอบสนองความใคร่ของกันและกัน