เศรษฐศาสตร์การเมืองเรื่องช่องว่างดิจิทัล (1)

ปัญหาทั้งหมดทั้งปวงในสังคมนั้นเกี่ยวพันกันกับส่วนต่างๆ อย่างแยกไม่ออก เราไม่สามารถแยกส่วนปัญหาสังคมแล้วทำความเข้าใจมันได้โดยปราศจากการเชื่อมโยง เช่นการศึกษาเรื่องบทบาทของสื่อ นอกจากจะต้องทำความเข้าใจสื่อโดยตัวของมันเอง ยังต้องเข้าใจตั้งแต่แรงจูงใจและข้อจำกัดที่ทำให้สถาบันสื่อมีพฤติกรรมต่างๆ สภาพแวดล้อมที่เป็นตัวกลางระหว่างสื่อกับผู้รับสาร ที่มีผลต่อการรับสาร ไปจนถึงพื้นเพทางวัฒนธรรมและสังคมของผู้รับสาร ที่ส่งผลต่อการตีความสารที่ส่งออกมา ความเข้าใจที่รอบด้านและเชื่อมโยงกันนี้นำไปสู่ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ต่อตัวปัญหา และหนทางที่จะแก้ไขปัญหาได้อย่างได้ผลและยั่งยืน

ช่องว่างดิจิทัล หรือ Digital Divide เป็นปัญหาใหม่ในสังคมที่มีการพูดถึงมานานและกว้างขวาง อย่างไรก็ตาม การอภิปรายถึงปัญหาช่องว่างดิจิทัลมักหนีไม่พ้นคำอธิบายง่ายๆ อย่างเช่นการขาดโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยีของคนชนบท น้อยครั้งที่จะมีการขยายขอบเขตการพิจารณาให้ลึกซึ้ง ครอบคลุม และเข้มข้น ซึ่งนี่คือเป้าหมายที่ผู้เขียนตั้งใจจะเริ่มสำรวจในบทความนี้เพื่อนำไปสู่การคิดต่อยอดต่อไป

ทำไมต้องสนใจเรื่องช่องว่างดิจิทัล

ช่องว่างดิจิทัลเป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่เกิดขึ้นพร้อมๆ กับการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยีสื่อสารสารสนเทศ (ICT) โดยทั่วไปเรามักมองอาการของปัญหาช่องว่างดิจิทัลว่า เป็นการที่คนบางกลุ่ม เช่นคนเมือง คนที่มีฐานะทางเศรษฐกิจและโอกาสทางการศึกษา สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเพื่อเป้าหมายต่างๆ ได้มากกว่าคนอีกกลุ่ม เช่นคนต่างจังหวัด คนชนบทที่ใช้ชีวิตท้องถิ่นแบบดั้งเดิม อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างดังกล่าวไม่เพียงส่งผลต่อสังคมในส่วนเล็กๆ เช่นชุมชน ท้องถิ่น หากแต่รวมไปถึงภาคใหญ่เช่นพัฒนาการทางเศรษฐกิจของคนในประเทศและความสามารถในการแข่งขัน ผลของช่องว่างดิจิทัลยังครอบคลุมมิติอื่นๆ เช่นเรื่องสิทธิพลเมือง ความเท่าเทียม อำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจ สถาบันต่างๆ ในสังคม จนไปถึงการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม

ยกตัวอย่างคำถามที่เกิดขึ้นเวลาพูดถึงช่องว่างดิจิทัล ก็เช่นเมื่อคนกลุ่มที่เข้าไม่ถึงเทคโนโลยีไม่สามารถใช้บริการระบบอิเล็กทรอนิกส์ของรัฐบาลเช่นระบบการแจ้งและขอคืนภาษี การสมัครสอบเข้าเรียนและตรวจผลสอบ คนกลุ่มนั้นอาจขาดไม่ได้รับสิทธิ์เหมือนคนที่เข้าถึงเครื่องมือเหล่านั้น ทั้งๆ ที่ทุกคนมีสิทธิ (และหน้าที่ในบางกรณี) ที่จะใช้บริการเหล่านั้นในฐานะพลเมืองคนหนึ่ง หรือการที่ชาวนาถูกโรงสีโก่งและโกงราคาข้าว ก็เพราะชาวนาขาดเครื่องมือและช่องทางทางเทคโนโลยีในการตรวจสอบราคารับซื้อ ไม่เหมือนกับพ่อค้าในเมืองที่ขายของผ่านบริการประมูลออนไลน์ที่ข้อมูล ทุกอย่างถูกนำเสนออยู่ตรงหน้า ที่ให้การตัดสินใจซื้อขายทำได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม

คำถามเรื่องชอ่งว่างดิจิทัลยังมีต่ออีกไม่รู้จบสิ้น เช่นปัญหาเชิงสถาบัน เช่นสถาบันการศึกษา ที่บางโรงเรียนขาดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเครือข่ายอินเทอร์เน็ต จึงไม่สามารถทำหน้าที่ของสถาบันการศึกษาในการให้ความรู้และทักษะผู้เรียนให้พร้อมต่อการทำงานบนโลกจริง ผู้เรียนที่ขาดโอกาสเหล่านี้ไม่สามารถแข่งขันกับผู้ที่จบจากสถาบันที่มีเครื่องไม้เครื่องมือพร้อม จึงตกอยู่ในวังวนของความยากจนเพราะตนเป็นแรงงานชั้นสอง ไม่สามารถนำพาให้ตนเองหลุดพ้นจากสภาพอันยากลำบากและความไม่รู้ ส่งผลต่อเนื่องไปยังความล้มเหลวของสถาบันครอบครัวที่พ่อแม่ที่ขาดความรู้ ต้องปากกัดตีนถีบทำงานที่ต้องใช้เวลาและแรงงานมากแต่ค่าแรงน้อย ไม่มีความรู้และเวลาพอที่จะเลี้ยงลูกอย่างถูกต้องเหมาะสม

ในโลกที่สังคมแบบดั้งเดิมถูกท้าทายด้วยทุนนิยม โลกาภิวัตน์ และการถ่ายเททรัพยากรต่างๆ เพื่อความอยู่รอด ช่องว่างดิจิทัลกำลังทำให้คนกลุ่มหนึ่งถูกทิ้งให้กลายเป็นคนชายขอบ ไม่มีปากมีเสียง ไม่มีโอกาสและอำนาจ ไม่มีความสามารถในการอยู่ได้ด้วยตนเอง เพราะพวกเขาไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ที่ประเดประดังเข้ามา และไม่มีความรู้และโอกาสเพียงพอที่จะเข้าใจธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น ที่หลายครั้งก็คุกคามคุณค่าและตัวตนของพวกเขาเหล่านั้น การที่เด็กต่างจังหวัดคลั่งไคล้การเล่นเกมในร้านเน็ตและแฟชั่นโทรศัพท์มือถือ ไม่ได้เป็นสัญญาณว่าช่องว่างดิจิทัลกำลังลดลง แต่เขากำลังตกเป็นเหยื่อของความอสมมาตรในสังคมยุคใหม่ที่พวกเขารับสื่อและความก้าวหน้า โดยไม่มีโอกาสได้ใช้มันในแบบที่ควรจะเป็นและมีประโยชน์ต่อตัวเขาอย่างแท้จริง