เมื่อ androide คุยกับ alien

 

 >>> เดือนกันยายน

>>> ผ่านไป

>>> สบายดีไหม?

>>> สวัสดี androide

<<< เธอคือใคร? ถ้าไม่แนะนำตัวดีๆ ฉันจะบล็อก

>>> Siciliano Sonata เธอจำเพลงนี้ได้ไหม

<<< ใครคือเธอ? และเกี่ยวอะไรกับเพลงของ Bach

>>> ดาวส่องแสงระยับ และฉันก็รู้ว่าทำไมมันถึงส่องแสงได้ อืมม..มันเศร้าที่โดดเดี่ยว แต่มันคือวิถีของชีวิต*

<<< อืมม..ใช่สิ…การเผาไหม้ครั้งสุดท้าย พลังงานตลอดชั่วอายุอันยาวนานหลายพันล้านปีของดาวฤกษ์ดวงหนึ่ง

<<< นั่นมันนานมาก นานจนลืม — เธอเป็นไง สบายดี?

<<< ไม่คาดคิด

<<< ทำไมโคจรมาเจอกันได้อีก

>>> ฉันสบายดี และเพราะฉันยังมีชีวิตอยู่

<<< ดีใจด้วยที่ยังมีชีวิต ฉันคิดว่าอะตอมของเธอแตกตัวไปแล้ว

>>> น่าเศร้าที่ฉันยังอยู่ และความคิดเกี่ยวกับเธอก็ยังคงอยู่ — อย่าคาดหวัง

<<< ไม่คาดหวัง — ไม่เคยคาดหวังเลย, ประหลาดนักที่ดาวเคราะห์สองดวงโคจรเจอกัน เพราะเดินทางมาตามเสียงฮัมเพลงของจักรวาล

>>> นั่นสินะ, แต่ก็เป็นไปแล้ว

<<< อืมม ฉันไม่ชอบเลยกะไอ้เรื่องเซอร์ไพรส์พรรค์นี้, แต่ก็ยินดีที่ได้พบกันอีก และมันเป็นเรื่องประหลาด มหัศจรรย์ที่สุดในรอบปีนี้

>>> ตอนเจอกันครั้งแรก ฉันแกะรอย Yoshiki จาก search engine จนมาเจอกับเธอเข้า

<<< อันที่จริงแล้ว ฉันไม่รู้จัก Yoshiki Hayashi** ไม่รู้แม้กระผีก — ทั้งๆ ที่เขาออกจะมีชื่อเสียงขนาดนั้น ฉันก็แค่หาเพลงคลาสสิคฟัง และดันไปเจอมันเข้าโดยบังเอิญ

<<< ใช่สินะ ก็มันทั้งไพเราะและหลอนพิลึกพิลั่น ฟังแล้วอยากผูกคอตาย

>>> ใน โลกของเธอฉันเจอ “Yoshiki Selection; classic music” เป็นหน้าแรก และจากนั้นก็เปิดอ่านหน้าอื่นๆ อันที่จริงฉันอยากบอกเธอว่า ฉันก็เห็นตัวเองในตัวหนังสือของเธอเหมือนกัน และมันคงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้มาคุยกันในตอนนี้

>>> ตอน เจอเธอ ฉันจำได้ว่าเหมือนถูกดาวหางพุ่งชน สะเทือนไปถึงแกน วิถีในการหมุนรอบตัวเองบิดเบี้ยว เหวียงเฉออกนอกวงโคจร และเธอก็ทิ้งหลุมอุกาบาตไว้ดูต่างหน้า

>>> มันเป็นห้วงเวลาที่คลุมเครือ แต่มันก็ผ่านไปแล้ว — ผ่านไปตลอดกาล

<<< นี่ alian เธอเป็นใครกันแน่ เธอคือใคร?

>>> เธอล่ะ?

<<< ฉันก็เป็นฉัน ฉันคือ androide

>>> ส่วน ฉันคือ alien ฉันพอใจให้เราทั้งคู่เป็นก้อนอะไรสักอย่างสองก้อนที่คุยกัน คบกันบนโลกสมมติของโลกที่ไม่มีอยู่จริง มากกว่านี้ก็ไม่เห็นจำเป็น

<<< เธอคิดงั้นสินะ ว่าแต่เธอยังฟังมันอยู่รึ?

>>> ฉันฟังมันเกือบทุกวัน กระทั่งตอนนี้

<<< รึ…อืมม ครั้งแรกที่ได้ฟัง ฉันสะดุดเข้ากับ violin concerto ของ Sibelius ฟังแล้วรู้สึกราวกับได้เห็นซากปรักหักพังของนครคาร์เทจหลังสิ้นสงครามพูนิคมาปรากฏอยู่ตรงหน้า

>>> ยังงั้นรึ เธอทำให้ฉันนึกถึงภาพภาพหนึ่งของ John Vanderlyn

<<< อืมม มาริอุส…สินะ แล้วตอนนี้เธอฟังอะไร

>>> Moonlight ของ Beethoven

<<< ทำไมเป็น Moonlight ล่ะ

>>> เพราะมันรันมาตรงเพลงนี้พอดิบพอดี รอบแล้วรอบเล่า หมุนวนรอบแล้วรอบเล่า

<<< อืมม..หมุนวนรอบแล้วรอบเล่า อุบัติซ้ำชั่วนิรันดร์…ต่อเนื่องตามลำดับเฉกเช่นเดิม กระทั่งแมงมุมตัวนี้และแม้แต่แสงจันทร์ที่ทอดลอดระหว่างคาคบไม้นี้…*** โซนาตาหมายเลข 14 นี้ทำให้ฉันนึกถึงความตายซ้ำซ้อนคืนแล้วคืนเล่า ความตายหมดจด งามเหมือน Moonlight

>>> ดวงจันทร์นั้นมีอิทธิพลประหลาดล้ำ นอกจากจะส่งแรงดึงดูดมายังโลกทำให้เกิดน้ำขึ้นน้ำลงแล้ว ว่ากันว่า ในคืนเพ็ญนั้น นอกจากมันจะเป็นคืนที่เสียงหอนของหมาป่าฟังดูโหยหวนกว่าที่เคยแล้ว คนวิกลจริตยังคลุ้มคลั่งมากกว่าคืนอื่นๆ มันอาจเป็นอิทธิพลของแสงจันทร์ บางครั้งฉันรู้สึก อาจเป็นเพราะอิทธิพลของดวงจันทร์ โซนาตาหมายเลข 14 จึงทั้งเศร้าสร้อยละมุนและแปลกเปลี่ยวราวคนวิกลจริต

<<< เธอเหมือนดวงจันทร์ ดวงจันทร์ซีกไกล ด้านที่มืดมิดชั่วกัปชั่วกัลป์ ซ่อนหน้าจากโลกเสมอๆ แม้ดวงจันทร์ซีกไกลจะมีความสว่างและมืดสลับกันก็จริง ทว่า เราที่อยู่บนโลกยังไงเสียก็ไม่มีวันได้เห็นอีกครึ่งที่ซ่อนเร้น — ด้านมืดของดวงจันทร์ ผิวหน้าด้านไกล หลุมอุกาบาตมากมายซ้อนเหลื่อมกันจบแทบจะหาแอ่งลาวาไม่เห็น…

>>> ใครจะรู้ได้จริง พื้นผิวอีกซีกด้านจะเป็นเช่นไร

<<< นักดาราศาสตร์ไง

>>> พวกนั้นขี้โกง!

<<< แต่..เราไม่ใช่รึ ที่ได้ประโยชน์จากความขี้โกงนั้น

>>> ชะตากรรมของดวงดาวในอุ้งมือนักดาราศาสตร์ 5555

<<< ชะตากรรมรึ จริงสิ ฉันเพิ่งจะนึกขึ้นได้ ฉันว่า Ballade หมายเลขหนึ่งของ Chopin มันฟังดูคล้ายชะตากรรม

>>> ชะตากรรม!

<<< ใช่ชะตากรรม - ชะตากรรมของซิซีฟ ซิซีฟผู้ถูกศิลาทัณฑ์ ให้กลิ้งหินขึ้นยอดเขาแล้วยืนมองดูหินก้อนนั้นกลิ้งลงเขาไป และเขาก็ต้องกลับไปเข็นมันขึ้นมาใหม่ แล้วยืนมองมันกลิ้งหล่นลงไปอีก ครั้งแล้วครั้งเล่า วนเวียนซ้ำซากรอบแล้วรอบเล่า มันเป็นทัณฑ์กรรมที่ช่างไร้สาระและโง่งม ทว่ามันคือความจริงของชีวิต ซิซีฟค้นพบความสุขของเขา..เพียงเสี้ยวนาทีที่ก้อนหินก้อนนั้นสงบนิ่งอยู่บน ยอด..ก่อนที่มันจะร่วงหล่นลงอีกครั้ง.. เขาค้นพบความงดงามของชีวิตที่ถูกสาปนี้ ..ระหว่างสองข้างทาง..ดอกไม้ใบหญ้า..มันมีความงดงามเล็กๆเกิดขึ้นเสมอ ระหว่างทาง****

<<< อืมม..ฉันเลิกสงสัยเสียแล้วละ

>>> สงสัยเรื่อง?

<<< เลิกสงสัยในตัวเธอเสียแล้ว มาคิดๆ ดู ฉันก็ว่ามันดีแล้วที่การสื่อสารระหว่างเธอกับฉันมันคลุมเครือ ฉันเองก็ไม่อยากให้มันชัดเจนไปกว่านี้, นี่ ฉันรู้สึกว่าเพลงชุดนี้ บางครั้งบางคราท่วงทำนองของมันก็ฟังดูคลุมเครืออยู่เหมือนกัน การได้มารู้จักกับเธอ ราวกับว่าเราสองคนเดินทางผ่านรูหนอนมาพบกันที่ก้นหลุมดำ

<<< เรื่องนั้นไม่สำคัญหรอก เพราะเธอมาแล้วเธอก็ไป เหมือนสายลมแปลกหน้าที่พัดผ่านเข้ามาในฤดูกาลหนึ่งของชีวิต แต่ก็ได้ทิ้งร่องรอยบางอย่างในการพัดพานั้นมาด้วย

>>> อะไรทำให้เธอคิดอย่างนั้น

<<< สัญชาตญาณ

+ + + + + +

* บันดาลใจจาก Richard Feynman

** หนึ่งในสมาชิกของวง X Japan

*** ข้อความตอนหนึ่งจาก The Gay Science ของ นิทซ์เช่

**** ซีซีฟ ใน The Myth Of Sisyphus ของ Albert Camus

imeem music