กว่าจะเป็นหนังสือของเจ้ย อภิชาติพงศ์
ชื่อหนังสือคือ Unknown Forces : สัตว์วิกาล - ภาพเรืองแสงของอภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล
By Ninamori
ช่วงต้นปี 2548 สนธยา ทรัพย์เย็น - เจ้าสำนักฟิล์มไวรัส เจอ ทีฆะเดช วัชรธานินทร์ – ผู้กำกับหนัง Ordinary Romance โดยบังเอิญหน้าโรงหนังสกาล่า ไม่น่าเชื่อว่าช่วงเวลาสั้นๆ เพียง 10 นาที บทความรายงานกองถ่ายหนังของอภิชาติพงศ์ ก็งอกเงยขึ้นเพื่อหนังสือ ฟิล์มไวรัส 3 สนธยา เชิญชวนให้ทีฆะเดช เขียนบทความนั้นเพราะเห็นว่า ทีฆะเดช เคยเป็นทีมงานและรู้จักพลพรรคในกองถ่ายของพี่เจ้ยเป็นอย่างดี และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นโปรเจ็คท์ต่อมาซึ่งทั้งคู่ได้จับมือกันทำหนังสือหนังเล่มใหม่อีกเล่ม คราวนี้เกี่ยวกับหนังและงานศิลปะของ อภิชาติพงศ์ล้วน ๆ โดยได้เสนอคุณภิญโญ ไตรสุริยธรรมา เจ้าสำนักโอเพ่นบุ๊ค ซึ่งคุณภิญโญก็ตอบรับเป็นที่เรียบร้อยตั้งแต่พฤษภาคม 49
โทรศัพท์สองเครื่องจากสองทิศทางถูกเจ้าของมันใช้งานมากขึ้นและบ่อยขึ้น เสียงหัวเราะทั้งจากต้นทางและปลายทาง บ่งบอกถึงความสนุกสนานในการวาดอักษรของเนื้อหาหนังสือในเล่ม... งานเดินหน้าไปอีกขั้น
เมื่อทุกอย่างเป็นรูปเป็นร่าง การนัดหมายกับพี่เจ้ย –อภิชาติพงศ์ ก็เกิดขึ้น เป็นการบอกกล่าวอย่างเป็นทางการถึงวัตถุประสงค์ที่จัดทำหนังสือ ซึ่งก่อนหน้านั้นมีการติดต่อเพียงทางโทรศัพท์เพื่อขออนุญาตให้ ทีฆะเดชตามถ่ายในกองถ่ายของพี่เจ้ย
ตอนเย็นช่วงเทศกาลหนังเวิล์ดฟิล์ม ตุลาคม 2549 ทั้ง 3 หนุ่ม ก็มาเจอกันตามนัดหมายเพื่อตกลงรูปแบบและเนื้อหาของหนังสือให้ชัดเจนขึ้น เป้าหมายของพวกเขาคือบิ๊กซี สาขาราชดำริ
ไม่ได้เจอพี่เจ้ยนานมากแล้ว พี่เจ้ยวันนี้ ผู้สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยให้ทั่วโลกได้รู้จัก ผู้มีศาสตร์และศิลป์สร้างสรรค์งานเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว เขาคือคนไทยเพียงคนเดียวที่นิตยสารฝรั่งเศส กาเย่ส์ ดู ซีนีม่า (Cahiers du Cinema) และ Film Comment ของอเมริกา ยกย่องและโปรโมทผลงานอย่างต่อเนื่องหลายฉบับ (“สัตว์ประหลาด!”ได้มีรูปขึ้นปกหนังสือกาเย่ส์ด้วย) แต่พี่เจ้ยวันนี้ยังเหมือนพี่เจ้ยคนเดิมที่เจอเมื่อสิบกว่าปีก่อน ที่ห้องฉายหนังดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ ซีคอนสแควร์ ตอนที่เพิ่งเริ่มถ่ายหนังเรื่อง “ดอกฟ้าในมือมาร” (Mysterious Object at Noon) เขาเป็นคนสุภาพ อ่อนโยน ใส่ใจในทุกรายละเอียด และเป็นกันเองเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง จำได้ว่าช่วงที่หยุดถ่ายทำหนังแต่ละคราว พี่เจ้ยยังมา ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ ซีคอนสแควร์ กับพี่เคี้ยง (ไพสิฐ พันธุ์พฤกษชาติ –ต่อมากำกับ “จอมโหดมนุษย์ซีอิ๊ว”) และนั่งดูหนังของโหวเสี่ยวเสี้ยนเรื่อง The Puppetmaster ด้วยกัน
และนั่นเป็นอีกจุดเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง เพราะพี่เจ้ยขอเปลี่ยนและเพิ่มเติมเนื้อหาของหนังสือ มีการเพิ่มรายละเอียดในส่วนทีมงาน โดยเขาจะเป็นคนเก็บภาพของเหล่าทีมงานคู่ทุกข์คู่ยากด้วยตัวเอง แถมยังเขียนบทความเพิ่มให้ด้วย
มีการนัดอย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่สองและสาม ที่บ้านของพี่เจ้ย มีการแบ่งงานกันทำ มีพี่เจี๊ยบ- กฤติยา กาวีวงศ์ – อดีตผู้บุกเบิก Project 304 และปัจจุบันเป็นผู้บริหารจิม ทอมป์สัน ไกรวุฒิ จุลพงศธร - หนึ่งในกองบก. คนเก่งจากนิตยสารไบโอสโคป และ Filmsick จอมขยันร่วมเขียนบทความในส่วนของหนังทดลอง หนังสั้นและหนังยาวทั้งหมดของพี่เจ้ย
จากโทรศัพท์สองเครื่องเพิ่มเป็นสามและสี่ มีการส่งอีเมล์เป็นระยะๆ ข่าวดีจากพี่เจ้ยบอกว่า Eungie Joo ผู้บริหารของ Cal Art (Gallery at REDCAT) ที่แคลิฟอร์เนีย อเมริกา และแกลเลอรี่ที่เม็กซิโก สนใจให้ทุนทำหนังสือดังกล่าวเป็นเวอร์ชั่นสองภาษาคืออังกฤษและสเปน โดยมีการทำเป็นกล่องบ๊อกซ์เซ็ต รวมกับเวอร์ชั่นไทย และจัดพิมพ์หนังสือในประเทศไทย
จากโปรเจ็คท์เล็กๆ กลายเป็นโปรเจ็คท์นานาชาติ ทางฟิล์มไวรัส พยายามติดต่อขอนัดทุกฝ่ายมาเจอกันอีกครั้งที่สตาร์บั๊ค สยามพารากอน วันที่ 11 มิ.ย.50 มีทั้งพี่เจ้ย ทีฆะเดช น้องก้อง (คนทำ Artwork) ทีมงานฟิล์มไวรัส 2 คน และคุณภิญโญ ซึ่งวันนั้นป่วยกะทันหันจึงส่งตัวแทนมาอีก 4 คน
สรุปว่า หนังสือ Unknown Forces จะพิมพ์ 3 ภาษาคือ
ภาษาไทยซึ่งเป็นต้นแบบของภาษาต่างประเทศ จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์โอเพ่นบุ๊คส์ ความหนาประมาณ 300 หน้า
ส่วนภาษาอังกฤษและสเปนซึ่งแต่แรกคุยกันว่าอาจจะจัดพิมพ์ที่เมืองไทยทั้งหมด จัดพิมพ์โดย Gallery at REDCAT ประเทศอเมริกา และแกลเลอรี่ที่เม็กซิโก โดยรวมสองภาษาเป็นเล่มเดียวกัน หนา 400 หน้า พิมพ์จำนวน 2,000 เล่ม ขนาดของหนังสือทุกเวอร์ชั่นคือ 173 มม. x 200 มม. และมีการจัดทำกล่องหนังสือรวมทั้งสามภาษาส่งไปขายที่เมืองนอก โดยจัดส่งหนังสือที่เสร็จสมบูรณ์รวมทั้งภาษาไทยไปที่อเมริกา 2,000 เล่มและส่งที่เม็กซิโกซิตี้อีก 2,000 เล่ม
กว่าจะเป็นหนังสืออภิชาติพงศ์ (ตอน 2)

ต่อจากตอนที่1 http://ninamori.blogspot.com/2007/07/unknown-forces_3454.html
ใครจะไปคิดว่าการทำหนังสือ Unknown Forces : สัตว์วิกาล - ภาพเรืองแสงของอภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล เล่มนี้ เหมือนได้ไปอยู่ในกองถ่ายหนังอีกเรื่องของอภิชาติพงศ์ เพราะเขามักมีไอเดียใหม่ๆ มาเพิ่มเติมเสมอจากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสี่... เฮ้ย ! เราว่าน่าจะมีส่วนนี้เพิ่มด้วยนะ เสียงนุ่มๆ อย่างสุภาพของเขาบอกให้ ทีฆะเดช -บรรณาธิการเล่ม) ช่วยเพิ่มเติมเนื้อหาในเล่ม
เมื่อแผนงานการจัดทำหนังสือทุกอย่างลงตัว เหล่านักเขียนและผู้มีส่วนร่วมต่างออกลู่วิ่งสุดตัว
เวลาผ่านไป ต้นฉบับของแต่ละคนก็เริ่มทยอยเข้ามา ด่านแรกที่ต้องทำคือตรวจสอบความเรียบร้อยของบทความก่อนที่จะลำเลียงส่งต่อให้กับคนทำอาร์ต
ด่านต่อไปที่ค่อนข้างทำให้ใครหลายคนปวดกระบาลคือการตั้งชื่อหนังสือ ตอนแรกยังมีแค่ชื่อ Unknown Forces ที่เดิมเป็นชื่องานแสดงศิลปะของพี่เจ้ยที่ต่างประเทศ ซึ่งตั้งใจให้เป็นชื่อหนังสือด้วย ต่างฝ่ายต่างรวมสมองช่วยกันตั้งชื่อ ชื่อแล้วชื่อเล่าที่เสนอไปล้วนยังไม่ถูกใจพี่เจ้ย จนกระทั่งสุดท้าย บรรณาธิการปากจัด – สนธยา ทรัพย์เย็น เสนอชื่อ สัตว์วิกาล - ภาพเรืองแสงของอภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล กับคำขยายความในภาษาอังกฤษ The Illumiated Art of Apichatpong Weerasethakul

ในช่วงที่อ่านต้นฉบับรอบแรกรู้สึกฮามาก อ่านไปหัวเราะไป สนธยา คิดถูกแล้วที่ให้ทีฆะเดชทำหนังสือเล่มนี้ เพราะนอกจากเขาเคยเป็นหนึ่งในกองถ่ายของพี่เจ้ยแล้ว เขายังสนิทสนมกับทีมงานในกองถ่ายเป็นอย่างดี ทำให้บทสัมภาษณ์ของเหล่าทีมงานออกมาสนุกสนานแบบไม่ต้องกั๊กกันเลย พวกเขาทำให้เรารู้อะไรหลายอย่างเกี่ยวกับพี่เจ้ยที่ไม่เคยถูกเปิดเผยที่ไหนมาก่อน นับเป็นประสบการณ์ชีวิตนอกห้องเรียนที่ดีเลยทีเดียว
ส่วนบทความอื่นๆ ล้วนน่าสนใจทั้งสิ้น เราเดินไต่ตัวหนังสือและดื่มด่ำผลงานต่างๆ มากมายของ อภิชาติพงศ์ ที่ไม่ใช่เฉพาะด้านภาพยนตร์เท่านั้น มันยังมีงานทางด้านศิลปะอีกมากที่รอแนะนำให้คุณเยี่ยมชม ยิ่งบทความเหล่านี้ได้ผ่านปลายปากกาของ พี่เจี๊ยบ- กฤติยา กาวีวงศ์ (เจ้าสำนัก จิม ทอมป์สัน), ไกรวุฒิ (หัวหน้ากองบรรณาธิการไบโอสโคป), วิวัฒน์ (กูรูฟิล์มไซเบอร์ หรือที่รู้จักกันดีในนาม Filmsick), ทีฆะเดช แห่ง Thai Short Film รวมทั้งเป็นบรรณาธิการเล่มนี้ และบทความพิเศษ 2 ชิ้นโดย อภิชาติพงศ์ ที่มีทีเด็ดคือ การเผชิญหน้าระหว่าง เจ้ย กับ ทรนง ศรีเชื้อ ผู้กำกับสุดห้าวของวงการหนังไทย อีกทั้งยังมี 2 แขกรับเชิญพิเศษที่มาร่วมประกอบคำนิยมด้วยคือ อ.เบน เอนเดอร์สัน และ คุณมุกหอม
จาก Deadline ส่งต้นฉบับให้โอเพ่น ที่ขอเลื่อนไปเรื่อยๆ ด้วยปัญหายิบย่อยร้อยแปดพันเก้าจากปลาย มิ.ย. --> ก.ค. --> ส.ค. --> วันที่ 15 ก.ย. --> 17 ก.ย.--> 24 ก.ย. --> 28 ก.ย. และสุดท้ายต้นเดือนตุลาเพิ่งลากเข้าโรงพิมพ์ได้
ระหว่างรอโรงพิมพ์ทำคลอดหนังสือ ก่อนหน้านั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง
วันที่ 16 ก.ย.50 หลังจากเสร็จสิ้นจากฉายหนังที่ ม.ธรรมศาสตร์ เราต่างเดินทางไปตามที่นัดหมายเพื่อตรวจต้นฉบับที่เซ็นทรัลปิ่นเกล้า บริเวณศูนย์อาหาร ชั้น 5 วันนั้นมี อภิชาติพงศ์, สนธยา, ทีฆะเดช และฉัน
นี่หรือพี่เจ้ย – อภิชาติพงศ์ เขาเป็นคนละเอียดมากเลยนะ ทั้งสุภาพอ่อนโยน เป็นคนเรียบง่าย และจริงใจเอามากๆ อันที่จริงเวลาของเขาน่าจะอยู่กับการคิดบทหนังหรือสร้างงานชิ้นต่อๆ ไป แต่เขากลับมานั่งจ๊กม๊กตรวจต้นฉบับกับพวกเรา 4 คน นับเป็นครั้งแรกในชีวิตการพิสูจน์อักษรที่อบอุ่นที่สุด ทุกคนนั่งทำงานจริงจัง แต่บางขณะก็พูดคุยกับพี่เจ้ยเรื่อยเปื่อย เพราะโอกาสที่จะได้มานั่งคุยกับเขาสบายๆ แบบนั้นนับว่าหาได้ยากมาก ๆ
เมื่อบทความชิ้นแรกถูกตรวจสอบ มันก็จะถูกส่งต่อให้คนที่ 2, 3 และ 4 เวลาช่างผ่านไปอย่างรวดเร็วจนห้างปิด แต่เรายังคงตรวจกันต่อ เวลาผ่านไปอีก 1 และ 2 ชั่วโมง พวกเราก็ยังตรวจกันต่อ หน่วยรักษาความปลอดภัยรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ กับพวกเรา แต่เขาก็น่ารักพอที่ไม่เสียมารยาทมาไล่พวกเรา จนกระทั่งยามคนหนึ่งเริ่มไอเดียบรรเจิดปิดไฟบริเวณที่เรานั่ง แค่นั้นแหละวงแตก
หลังจากวันนั้นยังมีการตรวจต้นฉบับต่อไปอีกหลายครั้ง โดยพี่เจ้ยเป็นโต้โผหลัก ทั้งตรวจต้นฉบับที่พริ้นท์เป็นกระดาษ และบนจอคอมพิวเตอร์
มุมหนึ่งในสยามพารากอน 17 ก.ย. 50 เวลา 14.00 น.
วันนี้เป็นวันแรกที่เราทุกคนมาพบกันพร้อมหน้ากับเจ้าสำนักโอเพ่น - คุณภิญโญ ไตรสุริยธรรมา เพื่อพูดคุย ถึงรายละเอียดต่างๆ ที่อยากให้มี(เพิ่ม)ในหนังสือ ซึ่งก่อนหน้านั้นติดต่อผ่านตัวแทนคนขยันอย่างน้องหญิงมาตลอด เธอคอยอำนวยความสะดวกและเป็นที่ปรึกษาให้กับเราได้เป็นอย่างดี เพราะพี่โญมีงานแน่นเอี๊ยด นอกจากพี่โญจะเป็นผู้บริหาร/บรรณาธิการ สำนักพิมพ์โอเพ่นและโอเพ่นออนไลน์แล้ว เขายังมีบทบาทหลายอย่างทั้งเป็นนักคิดนักเขียน ออกพ็อตเก็ตบุ๊คดีๆ หลายเล่มที่เขียนเอง เป็นนักเขียนให้กับนิตยสารอื่นๆ หลายสำนัก เป็นพิธีกรและแขกรับเชิญตามเวทีสำคัญๆ นับไม่ถ้วน เป็นดีเจจัดรายการวิทยุ ร่วมกับ FAT RADIOPEN คลื่น FM 104.5 ชื่อรายการ “เปิดสมอง ลองตั้งคำถาม” ทุกคืนวันเสาร์ เวลา 20.00 – 21.30 น. และเขาคนนี้แหละที่ได้เป็นตัวแทนของประเทศไทยถูกเสนอชื่อจาก 10 ประเทศทั่วโลก เข้าชิงรางวัล British Council International Young Publisher of the Year 2005
พี่โญวันนี้ไม่เปลี่ยนเลย หน้าเด็กมาก เขาเป็นบรรณาธิการที่อายุน้อย ใจกว้าง กล้าคิดกล้าทำ คุยสนุก และยิ้มแย้ม เขาคอยหยอดมุขตลอดเวลา ทำให้พวกเราสนุกไปด้วย คุยงานไปหัวเราะไป พร้อมช่วยกันหารือเลือกปกหนังสือ การเจรจาวันนั้นลุล่วงด้วยดีพร้อมกับหน้าสีที่ต้องเพิ่มขึ้น กระดาษแบบที่พี่เจ้ยพอใจ ไซ้ส์หนังสือแบบแหวกแนว และปกที่ไม่เกรงใจหน้าอินทร์หน้าพรหม
.............................................................................................................
Unknown Forces : The Illumiated Art of Apichatpong Weerasethakul
สัตว์วิกาล - ภาพเรืองแสงของอภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล สำนักพิมพ์โอเพน บุ๊ก และฟิล์มไวรัส
หนังสือขนาดพิเศษ 173 x 200 มม.
จำนวน 336 หน้า
หน้าขาวดำ ผสม หน้าสี
กระดาษ 2 แบบ (กระดาษปอนด์ถนอมสายตา + กระดาษอาร์ตแบบบาง (ในแบบที่พี่เจ้ยชอบ))
ราคา 300 บาท
ที่มา : http://ninamori.blogspot.com/2007/10/blog-post.html