The West Wing 2008: โค้งสุดท้าย

 

อังคารที่ 4 พฤศจิกายนที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้าจะเป็นบทสรุปสุดท้ายของถนนสู่ทำเนียบขาวซึ่งทอดยาวมาเกือบ 1 ปีเต็มแล้ว

ความตื่นตัวของชาวอเมริกันต่อการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ครั้งนี้ดูได้จาก สถิติการออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้ากันอย่างคึกคักคับคั่ง ตัวอย่างเช่นในมลรัฐจอร์เจีย มลรัฐสนามรบหลักแห่งหนึ่งซึ่งแม็คเคนเป็นต่อโอบามาอยู่ มีผู้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าแล้ว 1 ล้านคน (นับถึงวันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม) จากผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิ์เลือกตั้งเกือบ 5 ล้านคน (ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งต้องลงทะเบียนใช้สิทธิ์ล่วงหน้าก่อน) เทียบกับ 4 หมื่นคนในการเลือกตั้งเมื่อ 4 ปีก่อน เช่นเดียวกับที่มลรัฐนอร์ทแคโรไลนา มลรัฐสนามรบที่สูสีที่สุดในเวลานี้ ก็มีผู้ออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าแล้ว 1.2 ล้านคน (นับถึงวันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม) คิดเป็น 20% ของผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิ์เลือกตั้งทั้งหมด

ตัวเลข ณ วันอังคารที่ 28 ตุลาคม มีผู้ออกไปใช้สิทธิ์ล่วงหน้าแล้วถึง 9.8 ล้านคนในมลรัฐ 31 แห่งที่อนุญาตให้มีการใช้สิทธิ์ล่วงหน้าได้แล้ว และมีผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิ์เลือกตั้งสูงถึง 213 ล้านคน ในขณะที่การเลือกตั้งครั้งที่แล้วมีผู้ลงคะแนนจริง 122 ล้านคน จากผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิ์ประมาณ 201 ล้านคน คิดเป็น 60.7% ของผู้ลงทะเบียน เป็นไปได้สูงว่า สถิติการใช้สิทธิ์เลือกตั้งครั้งนี้อาจทำลายสถิติสูงสุดที่เคยทำไว้ 66% ในปี 1908 และ 64% ในปี 1960 และมีผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิ์เลือกตั้งสูงถึง 213 ล้านคน

ประเมินกันว่า หากมีคนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งมาก โดยเฉพาะคนที่ไม่เคยหรือไม่ค่อยออกมาลงทะเบียนใช้สิทธิ์เลือกตั้งหรือออกมา ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง และกลุ่มคนหนุ่มสาวที่เพิ่งเคยลงคะแนนครั้งแรก โอบามาจะได้ประโยชน์มากกว่า เพราะเป็นตัวหลักที่ดึงดูดให้คนเหล่านี้อยากออกมาเลือกตั้ง ทีมงานหาเสียงของโอบามาให้ความสำคัญกับการทำงานมวลชนเพื่อดึงดูดให้คนลง ทะเบียนเลือกตั้งและออกจากบ้านมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งอย่างสูงยิ่ง เพราะถ้าดึงคนหน้าใหม่ได้มาก ยิ่งมีโอกาสสูงที่จะพลิกชนะในมลรัฐที่พรรคคู่แข่งมีฐานเสียงหลักดั้งเดิม อยู่มาก เช่น มลรัฐทางใต้อย่างจอร์เจีย มิสซูรี นอร์ทแคโรไลนา

ความสำเร็จในการหาเสียงของโอบามาอยู่ที่การทำงานมวลชน การจัดองค์กรในระดับรากหญ้า และการสร้างฐานสนับสนุนจากฐานล่าง ต้องไม่ลืมว่า ก่อนลงเล่นการเมือง โอบามาทำงานเป็นนักพัฒนาชุมชนมาก่อน และโครงการสำคัญที่โอบามาประสบความสำเร็จในระดับสร้างชื่อให้ตัวเขาคือ การรณรงค์ให้ประชาชน โดยเฉพาะชนกลุ่มน้อยและคนยากจน ลงทะเบียนใช้สิทธิ์เลือกตั้งและออกมาเลือกตั้งเพื่อกำหนดชะตาชีวิตของตัวเอง และเพิ่มอำนาจต่อรองในตลาดการเมือง

สำหรับคะแนนนิยมของสองผู้สมัครในช่วงโค้งสุดท้าย ผลสำรวจความนิยมของสื่อสำนักต่างๆ ชี้ว่า โอบามานำแม็คเคนอยู่ประมาณ 7-8% และในมลรัฐสนามรบเกือบทั้งหมด เช่น เพนซิลเวเนีย โอไฮโอ เนวาดา โคโลราโด โอบามาเป็นต่อแม็คเคนอยู่มาก ส่วนสนามที่ยังสูสีน่าลุ้นก็คือ นอร์ทแคโรไลนา มิสซูรี และฟลอริดา ที่คะแนนของทั้งคู่สูสีกันมาก

แต่ตัวโอบามาเองก็ไม่วางใจในคะแนนขึ้นนำของตน โอบามาปราศรัยบอกผู้สนับสนุนว่า สำหรับคนที่นิ่งนอนใจว่าชนะแน่แล้ว เขาขอเตือนสติด้วยคำๆ เดียว นั่นคือ “นิวแฮมป์เชียร์” ทั้งนี้ เพราะในศึกชิงตำแหน่งตัวแทนพรรคเดโมแครตเมื่อต้นปี หลังจากโอบามาชนะคลินตันในสนามแรกที่ไอโอวา ผลโพลล์ทุกสำนักก็ชี้เหมือนกันหมดว่า เขามีคะแนนนิยมนำโด่ง 10-15% ในนิวแฮมป์เชียร์ ซึ่งเป็นสนามถัดไป แต่ผลสุดท้าย คลินตันกลับเป็นฝ่ายหักโพลล์ คว้าชัยได้อย่างเฉียดฉิว

หรือถ้าย้อนประวัติศาสตร์ไปไกลสักหน่อย เมื่อปี 1982 ในศึกชิงตำแหน่งผู้ว่าการมลรัฐแคลิฟอร์เนีย ทอม แบรดลีย์ (Tom Bradley) นักการเมืองผิวดำ นายกเทศมนตรีเมืองลอสแองเจลิส แข่งกับคู่แข่งผิวขาว แบรดลีย์มีคะแนนนำขาดในโพลล์มาโดยตลอด จนทุกคนฟันธงว่าชนะแน่ แต่พอผลเลือกตั้งออกมาจริงกลับเป็นฝ่ายพ่ายแพ้จนงงกันทั้งบาง

ปรากฏการณ์ดังกล่าวเลยเรียกกันว่า Bradley Effect เหตุผลที่เชื่อกันทั่วไปในขณะนั้นก็คือ ผู้ใช้สิทธิ์มีแนวโน้มที่จะไม่บอกความจริงกับผู้สำรวจความคิดเห็น แม้ว่าเอาเข้าจริงจะเลือกผู้สมัครผิวขาวแต่ตอนตอบการสำรวจความคิดเห็นกลับ โกหกว่าจะเลือกผู้สมัครผิวดำเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกมองว่าเหยียดผิว ดังนั้น ผู้สมัครผิวดำจึงมักจะมีคะแนนนิยมในโพลล์สูงกว่าความเป็นจริง แต่ในครั้งนี้ คนมองว่า Bradley คงยากที่จะเกิดขึ้น เพราะโอบามาผ่านสมรภูมิเลือกตั้งขั้นต้นมาอย่างโชกโชน 50 กว่าสนาม และ Bradley Effect ก็ไม่ได้เกิดขึ้นกับตัวเขา

ในการเลือกตั้งปี 2000 ฟลอริดาเป็นสนามตัดสินผู้ชนะ ส่วนในการเลือกตั้งปี 2004 โอไฮโอเป็นสนามตัดสินชัยชนะ ทั้ง 2 สนามยังคงมีบทบาทสำคัญในการตัดสินผู้ชนะในปี 2008 อย่างแน่นอน แต่สนามที่ต้องจับตาในวันที่ 4 พฤศจิกายน ยังมีนอร์ทแคโรไลนา รวมถึงเพนซิลเวเนียอีกด้วย

เพราะในสภาพปัจจุบันที่โอบามาเป็นต่อ หลายช่วงตัว ถ้าแม็คเคนอยากชนะ ภารกิจขั้นต่ำที่ต้องทำให้ได้คือ การรักษานอร์ทแคโรไลนา และแย่งชิงเพนซิลเวเนีย ถ้าทำไม่สำเร็จ โอบามาคือประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนต่อไป