มาเฟียหญิงแผลงฤทธิ์

 

สัปดาห์ที่ผ่านมาแสดงความห่วงว่า ถ้าการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีการจัดซื้อด้วยวิธีพิเศษ วัสดุ อุปกรณ์ การจัดฝึกอบรมในโครงการเครือข่ายยุติธรรมสัมพันธ์สมานฉันท์ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อสิงหาคม 2548 ที่ใช้งบประมาณทั้งสิ้น 11,324,300.40 บาท ซึ่งมีพิรุธไม่โปร่งใส ล่าช้าแล้ว อาจมีการทำลายหลักฐานได้เนื่องจากหน่วยงานที่อ้างว่า ขายวัสดุอุปกรณ์ให้แก่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์คือ "มหาวิทยาลงกรณ์ราชวิทยาลัย ศูนย์พัฒนาคุณธรรม" เกิดปัญหาอย่างรุนแรงจนล้มละลาย เอกสารต่างๆ สูญหายหมดแล้ว

ปรากฏว่า นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้ทำหนังสือชี้แจงเรื่องนี้ (หลังจากเคยทำหนังสือลงวันที่ 24 มีนาคม 2552 ชี้แจงมาแล้วครั้งหนึ่ง) ว่ากระทรวงยุติธรรม ได้เร่งรัดดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงการจัดซื้อจัดจ้างในโครงการเครือข่ายยุติธรรมสัมพันธ์สมานฉันท์ 3 จังหวัดชายแดนใต้แล้ว

ในเบื้องต้นปรากฏข้อเท็จจริงว่า โครงการเครือข่ายยุติธรรมสัมพันธ์ฯเป็นโครงการที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากกองอำนวยการเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กอ.สสส.จชต.) จำนวน 50 ล้านบาท แบ่งเป็นการจัดซื้อวัสดุ ครุภัณฑ์ และค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม สำหรับการดำเนินโครงการเครือข่ายยุติธรรมสัมพันธ์ฯ จำนวน 8 ล้านบาท และได้มีการจัดฝึกอบรมไปแล้ว จำนวน 6 ครั้ง ระหว่างเดือนสิงหาคม 2548 ถึงเดือนตุลาคม 2548

ส่วนเอกสารหลักฐานค่าใช้จ่ายในการดำเนินการฝึกอบรมทั้งหมด สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ได้ส่งไป กอ.สสส.จชต. หน่วยงานที่รับผิดชอบงบประมาณ

ดังนั้น เพื่อให้ปรากฏข้อเท็จจริงที่ชัดเจนและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย กระทรวงยุติธรรมจึงแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริงในกรณีนี้ และเร่งรัดประสานขอเอกสารหลักฐานการเบิกค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการมาประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงแล้ว

ฟังคำชี้แจงของปลัดกระทรวงยุติธรรมแล้วรู้สึกอุ่นใจในระดับหนึ่งว่า มิได้นิ่งนอนใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่อยู่เบื้องหลังโครงการนี้ซึ่งมีช่องทางในการแสวงหาผลประโยชน์มหาศาลนั้นฉลาดเป็นกรด เพราะไม่ยอมลงนามในเอกสารต่างๆ ในโครงการสักแผ่นเดียว ใช้แต่ลูกน้องในอาณัติ และต่อรองกับผู้บังคับบัญชาให้ยอมลงนามในเอกสารโครงการย้อนหลังทั้งๆ ที่เกษียณอายุราชการแล้ว

จึงสมแล้วกับฉายา "มาเฟียหญิง" แห่งกระทรวงยุติธรรม

อิทธิฤทธิ์ของมาเฟียหญิงรายนี้ นอกจากสร้างภาพเพื่อให้ "ต้นทุน" ทางสังคมสูง เพื่อเป็นอำนาจต่อรองแล้ว ผู้บริหารระดับสูงและฝ่ายการเมืองกี่คนๆ ก็ไม่กล้าแตะต้องมาเฟียหญิงรายนี้

เรื่องที่ถูกเปิดโปงล่าสุด ก็พยายามแผลงฤทธิ์ให้ฝ่ายการเมืองเปลี่ยนตัวประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงจากนายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นผู้ตรวจราชการรายหนึ่งโดยอ้างว่า นายชาญเชาวน์มีอคติเนื่องจากเคยมีปัญหากับตนเอง จึงต้องจับตาดูว่าจะมีการเปลี่ยนตัวประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงอย่างที่มีความพยายามผลักดันหรือไม่

ถ้ามีการเปลี่ยนตัวจริง ก็แสดงให้เห็นว่า มาเฟียหญิงรายนี้สามารถคุมอำนาจในกระทรวงยุติธรรมได้อย่างเบ็ดเสร็จ จนฝ่ายการเมืองและผู้บริหารระดับสูงไม่กล้าแตะต้อง

มาดูข้อพิรุธที่เห็นอย่างชัดเจนในการนำเสนอโครงการเครือข่ายยุติธรรมสัมพันธ์สมานฉันท์ 3 จังหวัดชายแดนใต้ซึ่งแม้แต่เด็กอมมือก็ดูออก เช่น

-การจัดอบรมในโครงการรุ่นที่ 1 ในวันที่ 6-10 สิงหาคม 2548 อ้างว่า มีผู้เข้าอบรม 200 คน มีค่าอาหารจำนวน 5 วัน วันละ 250 บาท เป็นเงิน 250,000 บาท

-การจัดอบรมในโครงการรุ่นที่ 2 ในวันที่ 13-17 สิงหาคม 2548 อ้างว่ามีผู้เข้าอบรม 136 คน มีค่าอาหารจำนวน 5 วัน วันละ 250 บาท เป็นเงิน 170,000 บาท

-การจัดอบรมในโครงการรุ่นที่ 3 ในวันที่ 20-24 สิงหาคม 2548 อ้างว่ามีผู้เข้าอบรม 180 คน มีค่าอาหารจำนวน 5 วัน วันละ 500 บาท เป็นเงิน 450,000 บาท

สำหรับการอบอรมอีก 3 รุ่น ค่าอาหารหัวละ 250 บาทต่อวัน

เห็นชัดว่า ค่าอาหารในการอบรมรุ่นที่ 3 ค่าอาหารต่อหัวแพงขึ้นจากวันละ 250 บาท เป็น 500 บาท แพงขึ้น 2 เท่าตัว เป็นเงินกว่า 225,000 บาท

ยังไม่นับค่าถ่ายเอกสาร วัสดุอุปกรณ์จะมีมูลค่าเท่ากันหมดหรือแพงขึ้นกว่า 2 เท่าตัว ไม่ว่า จำนวนคนเข้าอบรมมากหรือน้อย คือ ครั้งละ 30,000 บาท และเพิ่มขึ้น 2 เท่าตัว เป็น 60,000 บาทต่อรายการ ทั้งๆ ที่จำนวนคนเพิ่มขึ้นไม่ถึงครึ่ง เช่น จาก 200 คน เป็น 300 คน

ประเด็นที่น่าสังเกตเป็นอย่างยิ่งคือ ในใบสั่งจ้างหรือซื้อวัสดุ อุปกรณ์จาก "มหาวิทยาลงกรณ์ราชวิทยาลัย ศูนย์พัฒนาคุณธรรม" เกือบทุกฉบับ ผู้ที่ลงนามคือ "จ่าตรีหญิง จิตตานันท์ สิมะสุนทร" เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป 7 รักษาราชการแทนเลขานุการกรม

คำถามคือ ทำไมเลขานุการกรมไม่ยอมลงนามในเอกสารเหล่านี้ ว่ากันว่า เพราะเลขานุการกรมไม่ยอมทำตามคำสั่งของ "มาเฟียหญิง" จนในที่สุดต้องขอย้ายจากข้าราชการส่วนกลางไปเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่นในแถบจังหวัดนนทบุรี

จ่าตรีหญิง จิตตานันท์ คนนี้ลงนามเพลิน แบบไม่ดูตาม้าตาเรือ ขนาดเอกสารใบสั่งจ้าง (วันที่ 18 สิงหาคม 2548) เว้นช่อง "ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์" ลงนาม ก็ยังลงนามแทนหน้าตาเฉย

ถ้าไม่ใช่ลุกลี้ลุกลนผิดปกติก็เป็นการกระทำที่ไม่เกรงกลัวต่อโทษทัณฑ์ใดๆ ทั้งสิ้น

ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันที่ 11 เมษายน 2552