ผบ.ตร. ตำแหน่งที่ถูกสาป

prasong_lert@yahoo.com

ว่ากันว่าผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นตำแหน่งที่ถูกสาปเพราะ เป็นตำแหน่งที่ผู้คนในแวดวงสีกากีต่างแย่งชิงด้วยวิธีการสารพัดเนื่องจากเป็นตำแหน่งที่มีอำนาจและเต็มไปด้วยผลประโยชน์มากมาย

ขณะเดียวกันก็เป็นตำแหน่งที่ต้องรองรับแรงกดดันทางการเมืองอย่างหนักหน่วง เพราะนักการเมืองเองต้องการใช้อำนาจของ ผบ.ตร.แสวงหาผลประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ

ผู้ที่ดำรงตำแหน่งดังกล่าว จึงเต็มไปด้วยความทุกข์ร้อน (หลังจากแย่งชิงมาได้สำเร็จ) ต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดทุกวิถีทาง จึงไม่แปลกอะไร ถ้าเราเห็นผู้ดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร.มักจะเข้าไปแอบอิงผู้มีอำนาจทางการเมือง จนกระทั่งลืมเกียรติยศศักดิ์ศรีที่พร่ำสอน (ท่องจำ?) กันในโรงเรียนนายร้อยตำรวจ

ตำแหน่ง ผบ.ตร.ยังมีอิทธิฤทธิ์อิทธิเดชทำให้เสถียรภาพทางการเมืองของรัฐบาลสั่นคลอนอย่างรุนแรงอีกด้วย

ในช่วงที่ผ่านนสื่อมวลชนได้เสนอข่าวว่ามีความพยายามจะโยกย้าย พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.คนปัจจุบันโดยอ้างว่า พล.ต.อ.พัชรวาทแทรกแซงกระบวนการสืบสวนสอบสวนคดีลอบสังหารนายสนธิ ลิ้มทองกุล เพื่อขัดขวางมิให้สาวถึงคนบงการที่แท้จริง จนเกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรงระหว่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการโยกย้าย พล.ต.องพัชรวาท ออกจากตำแหน่ง กับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ที่ต้องการให้อยู่ในตำแหน่งต่อไปจนเกษียณอายุราชการในเดือนกันยายนนี้

ข้อเท็จจริงเรื่องนี้เป็นอย่างไร ไม่ใช่ประเด็นที่จะนำมาพูดในวันนี้ แต่มีข้อสังเกตบางประการเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่นำมากล่าวอ้างในข่าวดังนี้

หนึ่ง ตำแหน่ง ผบ.ตร.มีความสำคัญถึงขนาดที่ทำให้นายอภิสิทธิ์กับนายสุเทพที่กอดคอต่อสู้กันมาทางการเมืองจนได้เป็นรัฐบาล ต้องมาแตกคอกันเอง ถ้าข่าวนี้เป็นจริง แสดงให้เห็นถึงความไร้สติปัญญาของบุคคลทั้งสองที่ในยามบ้านเมืองวิกฤต และคู่ต่อสู้ทางการเมืองมีความเข้มแข็ง แทนที่จะร่วมมือกันฝ่าฟันอุปสรรคและหารือกันอย่างรอบคอบ

กลับนำเรื่องที่ไร้สาระข้างต้นมาเป็นปัญหาทำให้เกิดความขัดแย้งในพรรค การบริหารราชการแผ่นดินและปล่อยข่าวทำลายล้างกัน

สอง การที่ตำแหน่ง ผบ.ตร.มีความสำคัญมากเพราะเป็นตำแหน่งที่รวมศูนย์อำนาจไว้ ณ ที่เดียวและยังมีผลประโยชน์มหาศาลซึ่งเกิดโครงสร้างที่บิดเบี้ยวและล้าหลังของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งจะต้อง (ใช้ความกล้าหาญและเจตจำนงอันแน่วแน่) เร่งปฏิรูปสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อให้เกิดการกระจายอำนาจอย่างแท้จริง

สาม ถ้านายอภิสิทธิ์จะโยกย้าย พล.ต.อ.พัชรวาท (ไม่ว่าในรูปของการช่วยราชการหรือย้ายออกนอกสังกัด) โดยอ้างเรื่องแทรกแซงการสืบสวนสอบสวนคดีลอบสังหารนายสนธิ ควรมีหลักฐานอ้างอิงอย่างสมเหตุสมผลอย่างน้อยที่สุดควรให้ผู้ที่มาอ้างเรื่องดังกล่าวทำบันทึกนำเสนอ ไม่ใช่อ้างกันลอยๆ แล้วมาปล่อยข่าวทำลายล้างกัน

สี่ มีข่าวว่าถ้ามีการย้าย พล.ต.อ.พัชรวาท พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พี่ชาย พล.อ.พัชรวาท จะลาออกจากตำแหน่ง

ถ้าข่าวนี้เป็นจริง คำถามคือ พล.อ.ประวิตรเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีเพราะผลประโยชน์ของครอบครัววงษ์สุวรรณหรือเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม

ไม่น่าเป็นไปได้ที่ พล.อ.ประวิตรซึ่งได้รับการอบรมบ่มเพาะจากโรงเรียนนายร้อย จปร. และผ่านการหล่อหลอมจากกองทัพจนได้รับตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) จะมีความคิดตื้นเขินหรือคิดได้เพียงเท่านี้

คือ เอาผลประโยชน์ระหว่างพี่น้องมาเหนือผลประโยชน์ส่วนรวม

ห้า มีข่าวอ้างอีกว่านอกจาก พล.อ.ประวิตรจะลาออกแล้ว ยังจะกระทบความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกับกองทัพบกเพราะ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.เป็นลูกน้องเก่าและมีความสนิทสนมกับ พล.อ.ประวิตร

ถ้าเป็นจริง ยิ่งหมายความว่า พล.อ.อนุพงษ์เอากองทัพทั้งกองทัพมาใช้หนุนหลังผลประโยชน์ของสองพี่น้องครอบครัววงษ์สุวรรณซึ่งไม่น่าเป็นไปได้ที่ พล.อ.อนุพงษ์ซึ่งผ่านการหล่อหลอมจนดำรงตำแหน่งสูงสุดทางทหารจะมีความคิดคับแคบในลักษณะเดียวกัน

เพราะเท่ากับเอาผลประโยชน์ส่วนตัวของพรรคพวกเป็นตัวตั้งและใช้เอากองทัพเป็นตัวประกันหรือต่อรองผลประโยชน์ส่วนตัว

หรือถ้าเรื่องทั้งหมดเป็นจริง ก็แสดงให้เห็นความ "ด้อยพัฒนา" ในทุกๆ ด้านซึ่งจะทำให้ประเทศไทยก้าวพ้นวิกฤตไปได้ยาก

ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันที่ 1 สิงหาคม 2552