คดี "บิ๊ก สตง." อมตั๋วเครื่องบินพิสูจน์ฝีมือ ป.ป.ช.

prasong_lert@yahoo.com

เรื่องราวอื้อฉาวที่เกิดขึ้นในสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) มีสภาพที่เรียกว่า "น้ำลดตอผุด" เพราะมีการร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มากมาย รวมถึงมีการส่งเอกสารหลักฐานไปยังผู้ใหญ่ในวงการกฎหมาย อาทิ อดีตประธานศาลฎีการายหนึ่ง

ล่าสุด มีข่าวว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติ เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2552 แต่งตั้งนายภักดี โพธิศิริ เป็นประธานอนุกรรมการไต่สวนกรณีที่มีการกล่าวหา เจ้าหน้าที่ระดับสูงของ สตง.รายหนึ่งว่า ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เนื่องจากมีผู้ร้องเรียนและส่งเอกสารหลักฐานระบุว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงรายดังกล่าวนำเจ้าหน้าที่ สตง.จำนวน 40 เดินทางยุโรปช่วงพฤศจิกายน 2546 และได้ตั๋วโดยสารเครื่องบินฟรีไป-กลับจากบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน )จำนวน 10 ใบ แต่กลับเบิกค่าใช้จ่ายในส่วนของตั๋วเครื่องบินฟรีดังกล่าวด้วย

น่า แปลกที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.มิได้มีการแถลงข่าวนี้ ทั้งๆ เมื่อมีการแต่งตั้งอนุกรรมการไต่สวนกรณีอื่นๆ กลับแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ (ดูเอกสารแถลงข่าวของ ป.ป.ช.ที่ http://nccc.thaigov.net/nccc/1.php)

อย่าง ไรก็ตาม เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้รับเอกสารหลักฐานที่ทำให้เข้าใจได้ทันทีว่า ทำไมคณะกรรมการ ป.ป.ช.จึงมีมติแต่งตั้งอนุกรรมการขึ้นมาไต่สวนคดีข้างต้นทันที โดยไม่ต้องให้เจ้าหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพราะเอกสารหลักฐานที่ได้รับนั้นมีมูลเพียงพอที่จะทำให้เชื่อได้ว่า "บิ๊ก สตง." อมตั๋วเครื่องบินที่ได้รับมาจากการบินไทยฟรี เพียงแต่อาจจะต้องสอบยันเอกสารและปากคำพยานเพิ่มเติมอีกเล็กน้อยเท่านั้น

สำหรับข้อเท็จจริงของเรื่องร้องเรียนดังกล่าว สรุปได้ดังนี้

1. สตง.จัดโครงการฝึกอบรมผู้บริหารหลักสูตร "ผู้บริหาร/ผู้เชี่ยวชาญ สตง.ยุคใหม่" โดยส่วนหนึ่งเป็นการศึกษาดูงานในต่างประเทศตั้งแต่วันที่ 5-14 พฤศจิกายน 2546 ในประเทศฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ อิตาลี

2.วัน ที่ 8 ตุลาคม 2546 สตง.มีหนังสือขอความอนุเคราะห์ค่าโดยสารเครื่องบินในราคาพิเศษถึง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ การบินไทย (นายกนก อภิรดี) โดยอ้างว่า จะนำไปใช้ในการเดินไปฝึกอบรมดังกล่าว

3.วันที่ 14 ตุลาคม 2546 การบินไทย มีหนังสือตอบว่า ยินดีให้ส่วนลดค่าตั๋วเครื่องบินชั้นธุรกิจและชั้นประหยัด และยังมอบตั๋วเส้นทางกรุงเทพฯ-ปารีส ชั้นประหยัดให้ฟรีอีก 10 ใบ

4. วันที่ 9 ตุลาคม 2546 สตง. ทำสัญญาจ้างบริษัท คาริสม่า แทรเวล เซอร์วิสในการให้บริการนำคณะศึกษาดูงานของ สตง. จำนวน 40 คนไปยุโรป โดยมีค่าจ้างรวม 3.12 ล้านบาท แบ่งชำระเป็น 3 งวด ค่าจ้างดังกล่าวรวมตั๋วเครื่องบินไป-กลับโดยสายการบินไทยชั้นนักท่องเที่ยว อยู่ด้วย

5.สตง.จ่ายเงินเพื่อชำระค่าจ้างตามสัญญาให้แก่บริษัท คาริสม่า เต็มตามสัญญา 3.12 ล้านบาท เป็นเช็คธนาคารกรุงไทย สาขาย่อยกระทรวงการคลัง จำนวน 3 ฉบับ เป็นเงิน 1,544,421 บาท, 926,651.78 บาท และ 572,767.85 บาท ตามลำดับ

6.ตามสัญญาจ้าง ระบุจำนวนผู้เดินทาง 40 คน แต่ข้อเท็จจริงมีผู้เดินทางไปกับคณะรวม 42 คน ผู้ที่ร่วมเดินทางเพิ่มจากที่ระบุไว้ในสัญญา ได้แก่ น้องสาวและลูกสาวของ "บิ๊ก สตง.รายหนึ่ง" ที่มิได้เป็นเจ้าหน้าที่ของ สตง.

แต่ที่สำคัญ คือ น้องสาวและลูกสาวของ "บิ๊ก สตง." รายนี้ใช้ตั๋วเครื่องบินฟรีที่ได้รับจากบริษัทการบินไทย ทั้งๆ ที่การบินไทยได้มอบตั๋วดังกล่าวให้เพื่อใช้ประโยชน์ของราชการหรือ กิจการของ สตง. เจ้าหน้าที่ สตง.จึงได้ใช้ตั๋วฟรีที่เหลืออีก 8 ใบ

ข้อเท็จจริงข้างต้นนั้น มีสำเนาเอกสารหลักฐานพร้อม รวมทั้งเอกสารของการบินไทยที่ระบุชื่อผู้โดยสารที่ใช้ตั๋วฟรีเดินทางด้วย

ภารกิจ ของคณะกรรมการ ป.ป.ช.เพียงแต่สอบยันว่า เอกสารเหล่านี้เป็นเอกสารจริงหรือไม่และลูกสาวและน้องสาวของบิ๊ก สตง.เดินทางไปจริงหรือไม่ เพื่อให้หลักฐานแน่นหนาขึ้น

ถ้าจริงก็ฟันธงได้ทันทีว่า "บิ๊ก สตง." อมตั๋วเครื่องบินฟรีซึ่งเป็นทรัพย์สินของ สตง.ไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว

นอก จากนั้น อาจต้องสอบยืนยันว่า ในการทำสัญญาจ้างบริษัททัวร์มูลค่า 3.12 ล้านบาทนั้น มีการหักค่าตั๋วเครื่องบินฟรี 10 ใบออกจากค่าจ้างหรือยัง ถ้ายัง ก็อาจมีการทุจริตเกิดขึ้น เพราะหลังจากนั้น บริษัททัวร์ดังกล่าวอาจเอาค่าตั๋วฟรีจำนวน 10 ใบ ที่ยังมิได้หักออกจากค่าจ้างตามสัญญาส่งกลับให้ "บิ๊ก สตง." นำเข้ากระเป๋าสบายๆ

ในฐานะคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ผู้ว่าการการตรวจเงินแผ่นดิน ได้รับการยอมรับนับถือจากสังคมว่า "ตงฉิน" และเคยประกาศยืนอยู่แถวหน้าว่า จะปราบทุจริตอย่างเด็ดขาด น่าที่จะตรวจสอบกรณีดังกล่าวเองว่า มีการฉ้อฉลเกิดขึ้นใน สตง.จริงหรือไม่ แล้วแถลงให้สาธารณชนทราบ หรือเปิดกว้างให้ ป.ป.ช.เข้าตรวจสอบอย่างเต็มที่

เพราะถ้าผลออกมาว่า ไม่เป็นตามที่กล่าวหา จะทำให้สาธารณชนศรัทธา สตง.มากยิ่งขึ้น

 

ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันที่ 8 สิงหาคม 2552