สิงคโปร์ใหม่จะก้าวไปทางไหน (2)

สุนทรพจน์ภาษาจีนของนายโก๊ะ จ๊ก ตง อดีตนายกรัฐมนตรีแห่งสิงคโปร์ เนื่องในวันชาติสิงคโปร์ ปี พ.ศ. 2544 สำหรับชาวสิงคโปร์เชื้อสายจีน

เรียบเรียงโดย มนัสชื่น โกวาภิรัต

ขอให้ท่านลองนึกภาพประเทศสิงคโปร์เป็นดั่งเรือลำเล็กที่กำลังข้ามมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ มหาสมุทรอันกว้างใหญ่นี่เปรียบดั่งสภาพแวดล้อมในระดับภูมิภาคและระดับโลกของเรา และลองนึกถึงสภาพอากาศที่ยากจะคาดเดาและคลื่นลูกใหญ่ที่กำลังถาโถมเราอยู่ในขณะนี้

ในภูมิภาคของเรานี้ ต้องเผชิญกับลมพายุที่แปรปรวนและและกิจกรรมที่ส่งผลในระดับใหญ่ของสังคม หลายประเทศกำลังตกอยู่ในสภาวะความยากลำบาก บรรดานักลงทุนต่างก็หลีกเลี่ยงที่จะมาทำธุรกิจในภูมิภาคเรา

ยิ่งไปกว่านั้น เรือสำเภาลำใหญ่อย่างประเทศจีนก็กำลังสร้างคลื่นทะเลลูกยักษ์ให้เราเช่นกัน สินค้าที่มีคุณภาพดีและราคาถูกจากเมืองจีนกำลังท่วมท้นอยู่ในตลาดโลกขณะนี้ ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า จีนก็จะสามารถผลิตสินค้าได้เช่นเดียวกับที่สิงคโปร์ผลิต และยังจะมีราคาต้นทุนที่ถูกกว่าและบางทีอาจจะมีคุณภาพดีกว่าด้วย

กระแสโลกาภิวัตน์ได้เอื้อให้บริษัทขนาดใหญ่กลืนกินผู้ที่อ่อนแอกว่าโดยแม้จะอยู่กันคนละซีกโลกก็ตาม ธนาคารและบริษัทธุรกิจเทเลคอมของเรากำลังเผชิญกับความเสี่ยงนี้อยู่ นอกเสียจากว่าพวกเขาจะขยายธุรกิจและพัฒนาตัวเองให้เเข้มแข็งขึ้น

ผมทราบดีว่าชาวสิงคโปร์หลายท่านมีความกังวลเกี่ยวกับภาคการผลิตในประเทศของเรามากกว่าปัจจัยนอกประเทศเสียอีก แต่การจะแก้ปัญหาภายในประเทศได้ก็ต่อเมื่อเราพิจารณาปัจจัยภายนอกควบคู่กันไปด้วย

ในขณะที่เรามุ่งไปข้างหน้าท่ามกลางสภาพอากาศที่เลวร้าย เราต้องมีกำลังที่เข้มแข็งอย่างยิ่งในการข้ามมหาสมุทรนี้ เราต้องรวมน้ำใจให้เป็นหนึ่งเดียวกัน หากเรือของเราล่ม เพราะเราไม่สามารถตกลงกันได้ว่าจะรับมือกับสภาพอากาศที่เลวร้าย นั่นก็หมายความว่า ประเด็นปัญหาภายในประเทศของเราก็จะไม่มีความเกี่ยวข้องอีกต่อไป

เราต้องดึงดูดศักยภาพและความสามารถในระดับโลกเข้ามาเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับเรา ผมทราบดีว่าชาวสิงคโปร์บางท่านไม่เห็นด้วยกับนโยบายนี้ แต่ผมขอรับประกันกับท่านว่าเราจะให้ความสำคัญต่อศักยภาพแรงงานในประเทศเราก่อนเสมอ เราจะช่วยเหลือชาวสิงคโปร์ทุกคนให้เติบโตและนำความสามารถของพวกเขาไปใช้ให้เกิดประโยชน์ที่สุด

แต่ในความเป็นจริง เราจะเห็นว่าเราไม่มีทรัพยากรบุคคลที่มีทักษะความชำนาญและประสบการณ์มากพอในการขยายเศรษฐกิจของเรา และที่หนักไปกว่านั้น คือ คนหนุ่มสาวระดับหัวกะทิของเราที่ไปเรียนต่อต่างประเทศกลับถูกต่างประเทศดึงแรงงานไปหมดหลังจากที่พวกเขาสำเร็จการศึกษาแล้ว

ดังนั้น เราจึงต้องทำให้สิงคโปร์เป็นแม่เหล็กที่มีกำลังมหาศาลในการรักษาศักยภาพแรงงานของเราไว้และดึงดูดความสามารถจากต่างประเทศเข้ามาพร้อม ๆ กัน ยิ่งเรามีบุคคลที่มีความสามารถมากเท่าไหร่ เศรษฐกิจของเรายิ่งจะแกร่งมากเท่านั้น บริษัทต่างๆ ของเราก็จะรุ่งเรือง เราจะได้สร้างงานและความมั่งคั่งให้กับประชากรของเรามากขึ้น

ผมกล่าวย้อนไปถึงประเด็นทรัพยากรบุคคลจากต่างประเทศเพราะย่อมมีผู้ที่รู้สึกว่าทรัพยากรบุคคลจากต่างประเทศนี้แย่งงานของพวกเขาไปในภาวะเศรษฐกิจถดถอย ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ท่านควรจะมองประเด็นปัญหานี้ในแง่ของผลประโยชน์ระยะยาวที่พวกเขาจะสร้างให้กับเรา

เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา Zaobao ได้เขียนไว้ในบทความชิ้นหนึ่งที่พูดถึงการทำสงครามระหว่างมณฑลย่อย ๆ ของประเทศจีน นายกรัฐมนตรี Li Si ในแนะนำให้ King of Qin (Ying Zhen) ยกเลิกคำสั่งในการขับไล่แรงงานชาวต่างชาติที่อยู่ใน Qin ออกไป Li Si กล่าวว่า "ภูเขา Tai ยิ่งใหญ่ขึ้นมาได้เพราะมันไม่ได้ ตัดดินส่วนไหนทิ้งไป แม่น้ำและทะเลลึกเกิดจากการที่แม่น้ำสายเล็ก ๆ ไหลมารวมกัน"

King of Qin ตระหนักดีถึงจุดอ่อนของประเทศ เขาจึงยอมรับคำแนะนำของ Li Si การนำทรัพยากรที่มีคุณภาพจากต่างประเทศมาใช้เป็นการเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับประเทศ Qin เอง

ผมตระหนักดีว่าชาวสิงคโปร์ผู้สูงอายุมีความกังวลด้านอื่น ๆ ด้วย หนึ่งในนั้นคือค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล โชคไม่ดีที่ การรักษาสุขภาพอย่างดีนั้นต้องอาศัยเงินเข้ามาช่วย การเพิ่มอัตราการรักษาพยาบาลจึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่รัฐบาลจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ความอุ่นใจแก่พวกท่านว่าท่านจะได้รับการรักษาพยาบาลอย่างดีโดยทั่วถึงกันแน่นอน

ขณะนี้เรากำลังคิดค้นมาตรการประกันชีวิตสำหรับผู้สูงอายุที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปที่เสี่ยงก่อการเสื่อมสมรรถภาพทางกายในระยะยาว มาตรการนี้เรียกว่า มาตรการคุ้มครองผู้สูงอายุ พร้อมด้วยมาตรการประหยัดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล การคุ้มครองทางการแพทย์ เงินอุดหนุนเพื่อการรักษาพยาบาล สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้พวกท่านสามารถรับมือกับค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายในบ้านพักคนชราได้

ชาวสิงคโปร์ยังมีความวิตกกังวลด้านช่องว่างของรายได้อีกด้วย นี่เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก รัฐบาลไม่สามารถบังคับไม่ให้เกิดช่องว่างของรายได้ได้ หากเราพยาบาลลดค่าแรงขั้นสูงและเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำโดยฝืนทิศทางการตลาด บุคคลากรที่มีความสามารถของเราก็จะไปทำงานที่อื่นและเราก็จะสูญเสียมากขึ้นไปอีก เราจะไม่สามารถแข่งขันทางเศรษฐกิจกับผู้อื่นได้ ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจของเราล่มสลายลง

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจะหามาตรการช่วยเหลือชาวสิงคโปร์ผู้มีรายได้น้อยด้วยการยกระดับทรัพย์สินและโครงการอื่น ๆ ของเราต่อไป

เราจะนำมาตรการใหม่มาใช้เพื่อชาวสิงคโปร์ทุกคน นั่นก็คือ "หุ้นสิงคโปร์ใหม่" หากเรามีงบประมาณส่วนเกินมาก เราก็จะแจกจ่ายผลประโยชน์ให้กับชาวสิงคโปร์ ผู้มีรายได้น้อยก็จะได้รับส่วนแบ่งที่มากขึ้น พวกท่านจะได้รับเงินปันผลรายปีจากหุ้นเหล่านี้ในช่วงระยะเวลาที่กำหนด หากเศรษฐกิจดำเนินไปได้ดี พวกท่านก็จะได้รับเงินโบนัสพิเศษเพิ่มด้วย และท่านยังสามารถนำหุ้นเหล่านี้ไปขึ้นเป็นเงินสดได้ด้วย

เมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมขอให้ Chan Soo Sen นำทีมสภาผู้แทนราษฏรที่พูดภาษาจีนได้ไปเยี่ยมชมองค์กรต่าง ๆ ของชุมชนชาวจีน เพื่อรวบรวมกระแสตอบรับและแลกเปลี่ยนความคิดกับพวกเขา พวกเขาได้พบปะกับกลุ่มคนและสมาคมต่าง ๆ กว่า 100 กลุ่ม

ชุมชนชาวจีนขอให้เราพยายามมากขึ้นในการรักษาวัฒนธรรมและธรรมเนียมปฎิบัติของเราไว้ ผมเห็นด้วย เราต้องไม่ปล่อยให้วัฒนธรรมตะวันตกมากลืนกินเรามากเกินไป พ่อแม่ที่ได้รับการศึกษาแบบตะวันตกบางคนยังรู้สึกกระอักกระอ่วนในการตั้งชื่นลูกของพวกเขาเป็นภาษาจีน ดังนั้น ครูสอนภาษาจีน สื่อมวลชนของจีน และสภาหอการค้าของจีน รวมทั้งสมาคมต่าง ๆที่เกี่ยวข้องควรเป็นผู้นำในการรักษาวัฒนธรรมและธรรมเนียมของจีนเอาไว้

ภาษาจีนนับเป็นส่วนสำคัญที่หยั่งรากลงไปในวัฒนธรรมและธรรมเนียมของเรา เราต้องพยายามสร้างกลุ่มชาวสิงคโปร์ที่มีความสามารถทั้งภาษาอังกฤษและภาษาจีนและรักวัฒนธรรมจีนด้วย สิ่งนี้อาจจะทำได้ยาก แต่เราต้องลองทำดู ชาวสิงคโปร์เหล่านี้จะช่วยเราในการรักษามาตรฐานภาษาจีนให้คงไว้ในสังคมเรา

ช่วงเวลา 36 ปีที่ผ่านมา สิงคโปร์ได้อยู่รอดผ่านความยากลำบากและแข็งแกร่งขึ้นได้อย่างสง่างาม เราทำเช่นนั้นได้เพราะเรายืดอกรับมือกับปัญหาอย่างกล้าหาญ ในภาวะเศรษฐกิจถดถอยนี้ เราจงมาร่วมมือกันเพื่อสร้างวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่าเถิดครับ