ยุทธการหลอก “เพื่อไทย” ให้แก้ผ้า

ถ้า “สภาผู้แทนราษฎร” เป็นเวทีมวย ฝ่ายรัฐบาลอยู่มุมแดง ฝ่ายค้านอยู่มุมน้ำเงิน เมื่อระฆังแก๊ง ทั้งคู่ปราดออกจากมุมแล้ว “ออกอาวุธ” กันกลางเวที

แค่นาทีแรกก็กร่อยแล้วครับ เพราะเป็น “มวยคนละชั้น” จริงๆ ฝ่ายน้ำเงินทำเป็นบุก แต่กลายเป็นบุกเข้าหา “ร่องแข้ง” นักมวยมุมแดงซะนี่ เห็นแล้วก็ชักสงสาร!

พรรคเพื่อไทย ต้องเข้าใจนะครับว่า “เวทีสภาฯ” นั้น เหมือนบ้านของประชาธิปัตย์ ฉะนั้น เมื่อต้องทำหน้าที่ “ฝ่ายค้าน” จำเป็นต้องปรับสภาพตัวเอง ศึกษาจุดอ่อน-จุดแข็งของ “ฝ่ายรัฐบาล” ให้ดี

แก้ทางมวยให้ถูก แล้วอัดให้ได้ใจท่านผู้ชม!

ขืน ต่อยแบบมวยวัด แถมตัวนักมวยเป็นโรคอกหัก รำพันแต่เรื่องเก่าบูชาศพทักษิณ เพ้อเจ้อไร้สาระอย่างวานนี้ (๒๒ ม.ค.) ก็จะเจอมวยหลักอย่างนายกฯ อภิสิทธิ์ กับรองนายกฯ สุเทพ “ดักศอก-ดักเข่า” เอาขี้หักคาไส้เปล่าๆ

เรื่อง คดีพันธมิตรฯ เรื่องถอดยศทักษิณ จะต้องเอามาตั้งกระทู้ถามในสภาฯ เป็นการประจาน “จิตสำนึก” อีกด้านของฝ่ายตัวเองไปทำไม ถามให้เสียเชิงปลากรายเปล่าๆ

คำถามอย่างนี้ แทนที่จะเป็นการไล่ต้อนรัฐบาล แต่กลายเป็นถลำแล้วหันก้นให้รัฐบาล “เตะสอนมวย” ซะอีกป้าบ!

ผมจะบอกให้ การที่รัฐบาลทำใจกว้าง ให้โทรทัศน์ช่อง ๑๑ ถ่ายทอดสดการประชุมสภาฯ นัด “ถาม-ตอบ” กระทู้สดวานนี้ เป็นการหลอกเชือด “ฝ่ายค้าน” ให้ท่านผู้ชมทางบ้านเห็นชัดๆ ว่า

เพื่อไทย “ฝ่ายพาล” ไม่เป็นประโยชน์กะบ้าน-กะเมืองเลยจริงๆ!

แล้วก็ไม่ผิดตามแผนที่ฝ่ายรัฐบาลวางไว้เสียด้วย เพราะฝ่ายค้าน พกความแค้น เรียงหน้าโชว์ลีลา “มวยจับกัง” จนคนดู-คนฟังหน้าจอโทรทัศน์ หน้าปัดวิทยุ เขิน-สะเทิ้นอายแทน

อย่างกรณี “ถอดยศทักษิณ” นึกว่าเป็นคำถามทีเด็ด รัฐบาลต้องตกม้าตาย-ตอบไม่ได้แน่ๆ เห็นขยิกขยี้ใส่รัฐบาลมาแต่นอกสภาฯ แล้วว่า “อคติ-จงใจ-ใช้สองมาตรฐานในการถอดยศ อย่าง พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ ทำไมไม่ถอด จ้องจะถอดแต่ พ.ต.ท.ทักษิณ?”

ความจริง เรื่องอย่างนี้อย่าง “สากกะเบือ” บางดุ้นที่เดือดร้อนแทนนาย เขาควรจะรู้ขั้นตอน หรือไม่รู้ ก่อนจะนำมาตั้งกระทู้ถามก็ควรศึกษาแล้วถามตามกรอบกฎหมาย เพื่อเป็นการให้ความรู้ที่ถูกต้องกับชาวบ้านบ้าง

เพราะนี่ “สภาผู้แทนราษฎร” เป็นสถาบัน “ผู้ทรงภูมิ” มาร่วมออกกฎหมายให้คนทั้งประเทศใช้ปฏิบัตินะครับ ไม่ใช่สภาโจ๊ก!

ถ้าคนมีหน้าที่ออกกฎหมายยังโง่ยิ่งกว่าควาย ไม่รู้เรื่องอะไรเลย แล้วสิ่งที่เป็นผลิตผลจากสภาฯ นี้ มันจะมีค่าอะไรให้เชื่อถือได้ล่ะ?

ทักษิณน่ะ ถูกตัดสินจำคุก โดยศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ชื่อก็บอกว่า “ศาลฎีกาฯ” ไม่มีอุทธรณ์-ฎีกาอะไรอีก ตัดสินแล้วถือว่า “คดีถึงที่สุด” ทันที

จึงเข้าข่ายตามกฎระเบียบว่าด้วยการถอดยศ!

ส่วน พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ น่ะ เป็นคดีในศาลอาญา และแต่ละคดีอยู่ระหว่างชั้นต้นบ้าง ชั้นอุทธรณ์บ้าง ชั้นฎีกาบ้าง ยังไม่มีคดีไหน “ถึงที่สุด” แม้แต่คดีเดียว ฉะนั้น

ยังไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่ต้องเสนอถอดยศ!

รู้อย่างนี้แล้ว “ฝ่ายค้าน” ต้องตั้งสติใหม่นะครับ ก่อนแฟนๆ จะโห่ไล่หน้าจอ เดี๋ยวนี้ความรู้ทางการเมืองในภาคประชาชนพัฒนาไปมาก ไม่ใช่ฟังแค่เอามัน เอาฮา แต่ฟังแบบคนมีสติปัญญา ฉะนั้น ส.ส.แสดงบทโจรป่า โฮกฮาก สำรากวาทะ โดยไร้สาระทางกึ๋น

ประเภทตัด “ข่าวหนังสือพิมพ์” มาอภิปรายแข่งกะรายการจ้อหน้าจอ ผมว่าเป็น ส.ส.น่ะดีแล้ว อย่าแตกแถวไปแย่งอาชีพ “ทำนาบนหลังนักข่าว” เขาเลย!

ไม่อย่างนั้น “ประชาธิปัตย์” เขาไม่ถ่ายทอดสดให้เมื่อยตุ้ม เพราะเขาหลอกให้ “ฝ่ายค้าน” ซึ่งชั้นมวยมาตรฐานไม่ถึงแสดงบท “สลึงเฟื้อง” เท่ากับเป็นการเดิน “ลงหลุมฝัง” ตัวเองแท้ๆ

ผมอยากบอกกับ “เพื่อไทย” ว่า การค้าน-ด้วยการตรวจสอบรัฐบาลนั้น นั่นคืองานที่ประชาชนมอบหมายและมุ่งหวังให้ท่านทำ แต่สภาพ “เพื่อไทย” ขณะนี้ จะไปรบทัพจับศึกกับใครเขา

เพราะ “ศึกภายในพรรค” ก็ยักแย่-ยักยันน่าสมเพช!

ผมถึงว่าเป็นพรรค-เป็น ส.ส.มันต้องมีภูมิ แล้วนี่เที่ยวพูดไปเรื่อยว่าจะ “ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล” ชาวบ้านเสื้อแดงเขาฟัง เขาก็ตั้งหวังว่าจะเป็นจริง แต่ในความเป็นจริง

จะเอาคุณสมบัติอะไรไปยื่นอภิปรายขับไล่รัฐบาลเขาล่ะ?

เพราะพรรคตัวเองแท้ๆ ป่านนี้ก็ยังหา “หัวหน้าพรรค” ไม่ได้ สภาฯ ก็เปิดแล้ว ฝ่ายรัฐบาลเขาก็พร้อมแล้ว แต่ฝ่ายค้าน “หัวหน้า” ไม่มีชั้นวรรณะจะสะเออะหน้าเข้าไปตีเสมอกะใครเขาในสภาฯ ได้ เพราะเพื่อไทยขณะนี้ ฐานะแท้จริงตามรัฐธรรมนูญ

เป็นได้แค่..แค้นค้างข้างๆ คูๆ!

ก่อนจะบอกว่า “เพราะเหตุใด?” ผมจะยกรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๑๐ วรรคหนึ่ง มาให้ท่านได้อ่านกันก่อน ดังนี้

มาตรา ๑๑๐ ภายหลังที่คณะรัฐมนตรีเข้าบริหารราชการแผ่นดินแล้ว พระมหากษัตริย์จะทรงแต่งตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้เป็นหัวหน้าพรรคการเมือง ในสภาผู้แทนราษฎรที่สมาชิกในสังกัดของพรรคตนมิได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี และมีจำนวนมากที่สุดในบรรดาพรรคการเมืองที่สมาชิกในสังกัดมิได้ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรี แต่ไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทน ราษฎรในขณะแต่งตั้ง เป็นผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร

ถอดความ ก็คือ พรรคเพื่อไทยขณะนี้ ไม่มีสมาชิกของพรรคไปเป็นรัฐมนตรี และมีจำนวน ส.ส.มากที่สุดในจำนวนพรรคที่ไม่ได้ไปเป็นรัฐบาล ซึ่งตอนนี้มีพรรคเดียวคือ “ประชาราช” แถม ส.ส.เพื่อไทยก็ไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๕ ของ ส.ส.ที่มีอยู่ทั้งหมดของสภาฯ ตอนนี้

ฉะนั้น “หัวหน้าพรรคเพื่อไทย” ตามหลักการ จะต้องได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็น “ผู้นำฝ่ายค้าน” ในสภาผู้แทนราษฎร

แต่ทีนี้ไม่อย่างนั้นน่ะซี เมื่อพลังประชาชนถูกยุบ ส.ส.มาอยู่ในกระดอง “เพื่อไทย” ต่างคนต่างกลัวว่าตัวเองจะซื่อสัตย์ตามรัฐธรรมนูญกำหนดไม่ได้ จึงไม่มีใครกล้าเป็นหัวหน้าพรรค ต้องไปเอาคนที่ไม่ได้เป็น ส.ส. “นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ” มาเป็นหัวหน้าประเภทสอง

คงกะว่าเลือกตั้งแล้ว “เพื่อไทย” ต้องได้เป็นรัฐบาล ส.ส.ที่จะมาเป็นนายกฯ คงแย่งกันยุ่บยั่บ เลยไม่ได้คิดเผื่อด้านจะมาเป็นฝ่ายค้าน ครั้นต้องเป็นฝ่ายค้านเข้าจริงๆ เลยติดด่านรัฐธรรมนูญที่ระบุว่า

“สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร” ผู้เป็น “หัวหน้าพรรค” เท่านั้น จึงจะมีคุณสมบัติได้รับการแต่งตั้งเป็น “ผู้นำฝ่ายค้าน” ในสภาฯ!

นายยงยุทธไม่ได้เป็น ส.ส. ฉะนั้น จึงเป็นผู้นำฝ่ายค้านไม่ได้!

คาราคาซังมาถึงวันนี้ เพื่อไทยก็ยังหา ส.ส.มาเป็นหัวหน้าพรรคไม่ได้ เพราะ “ไม่มีใครอยากเป็น” ในเมื่อพรรคที่ไม่ได้เป็นฝ่ายรัฐบาล และมี ส.ส.มากที่สุด “ไม่มีหัวหน้าพรรค” ที่มีคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ

ฉะนั้น ในสภาฯ ตอนนี้มีแต่ฝ่ายรัฐบาล ยังไม่มีฝ่ายค้านที่สมบูรณ์!

งูไม่มีหัวแล้วจะเอาหางไปยื่นขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเขาอย่างนั้นน่ะหรือ?

ยิ่งจะไปยื่น “ลงมติไม่ไว้วางใจนายกฯ” เขาด้วย มาตรา ๑๕๘ เขาก็บอกว่า “ต้องเสนอชื่อผู้สมควรดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนต่อไปด้วย”

แล้วฝ่ายแค้นที่เป็นเหมือน “พรรคผีหัวขาด” จะเสนอชื่อ ส.ส.คนไหนใส่พานให้เป็นนายกฯ ล่ะ ก็ในเมื่อแค่ “หัวหน้าพรรค” ยังหาคนเป็นไม่ได้ แล้วจะไปเอาเทวดาในหมู่มารคนไหนยกใส่หัว?

สรุปก็คือ เพื่อไทย-ที่อยู่ในฐานะฝ่าย “แค้นค้านข้างๆ คูๆ” อย่าเพิ่งไปรบทัพจับศึกกะรัฐบาลเขาเลย ไปจัดสรร-สะสางปัญหาในพรรคตัวเองให้เรียบร้อย-ลงตัวเสียก่อนเถอะ แล้วค่อยยกทัพไปเยิ่นกะเขา

จะเอาท่าน ร.ต.อ.เฉลิมเพื่อนเลิฟผม หรือนายจตุพร-หน้ายักษ์ หรือนายสุรพงษ์-ทรงขุนช้าง หรือนายอะไรล่ะ ลืมไปแล้ว ส.ส.สมุทรปราการ หัวหน้าทีมเสื้อแดงน่ะเป็น “หัวหน้าพรรค” ก็รีบๆ จัดการซะให้เรียบร้อย

จะได้เป็น “ฝ่ายค้าน” ที่มีผู้นำถูกต้องสมบูรณ์ในระบบสภาฯ เวลานำร่องอภิปราย “ท่านผู้นำฝ่ายค้าน” จะได้ขึ้นโชว์วิสัยทัศน์ ประชันวาทะ โชว์ไหวพริบปฏิภาณ สู้กับ “ผู้นำฝ่ายรัฐบาล” ให้เป็นหน้าเป็นตากะคณะเสื้อแดง

ประชาชนจะได้ตัดสินใจได้ว่า ไล่นายกฯ อภิสิทธิ์ลงไป แล้วให้นายจตุพร หรือนายสุรพงษ์ ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี จะทำหน้าที่ได้ดีกว่านายกฯ อภิสิทธิ์!?

และอย่าลืม การที่รัฐบาลเขาถ่ายทอดสดการประชุมสภาฯ เท่ากับเปิดโอกาสให้ประชาชน “จับตา” พฤติกรรมฝ่ายค้าน เพื่อเปรียบกับฝ่ายรัฐบาลที่เขาใช้ “สมบัติผู้ดี” ตั้งรับ “สมบัติไพร่”

“เพื่อไทย” ต้องระวังไว้ อย่าไปหลวมกิริยาให้ “เข้าทาง” เขาได้ล่ะ เดี๋ยวชาวบ้านเขาจะด่า..ไอ้พวกแม้วไม่สั่งสอน!

ขอแถมท้ายด้วยเรื่อง “บ้านเมืองมีปัญหา-ซ่อมหลังคาโบสถ์” ซักนิด อนุโมทนาครับ สำหรับหลายท่านที่โอนเงินเข้าบัญชีกันมา บางท่านหัวไวกว่าผม ช่วยแยกแยะมาเสร็จเลยว่า ส่วนนี้เอาไปมุงหลังคาโบสถ์ ส่วนนี้เอาไปถวายท่าน ว.วชิรเมธี เพื่อสร้างโรงเรียนเตรียมสามเณร ที่เชียงของ แล้วผมจะทยอยรายงานนะครับว่าได้รับของท่านใดมาบ้างแล้ว ข้องใจ-สงสัยโทร.ถามได้ที่เบอร์ ๐-๒๒๔๙-๔๕๔๙ นะครับ.


ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 23 มกราคม 2552