นี่..ผมนอนไม่หลับมาตั้งแต่คืนพฤหัสบดี เพราะคิดไม่ออกว่าตื่นนอนขึ้นมาตอนเช้า "ทศกัณฐ์" จะล้างหน้าไหนก่อน และในการล้างให้ครบทั้ง ๑๐ หน้า แปรงฟันให้ครบทั้ง ๑๐ ปาก ต้องใช้เวลารวมกันกี่ชั่วโมง/วัน และในฐานะที่มี ๑๐ หน้า แต่มีมือ ๒๐ มือ แสดงว่า ๒ มือรับใช้ ๑ หน้า ถ้าอย่างนั้น เวลาแปรงฟัน ข้อศอกของแต่ละมือมิกระแทกกันวุ่นวายตอนไซ้ตามซอกฟันดอกหรือ เอ...แล้วถ้าหน้าใด-หน้าหนึ่งของทศกัณฐ์เกิดเป็นหวัดสายพันธุ์ใหม่ ๒๐๐๙ ขึ้นมาล่ะ อีก ๙ หน้าจะรอดมั้ย..เนี่ยะ?
สงสัยต้องไปถามนายกฯ อภิสิทธิ์กับเนวิน เหมือนโครงการเช่ารถเมล์ NGV ๔,๐๐๐ คัน ถ้าเนวินเอา แต่อภิสิทธิ์ไม่เอา แล้วรัฐบาลจะรอดมั้ย
หรือว่ายังเหลือ ชาติไทยพัฒนา เพื่อแผ่นดิน รวมใจไทยชาติพัฒนา กิจสังคม รวมทั้งประชาธิปัตย์เป็น ๕ ขาดไปแต่ "ภูมิใจไทย" ก็ยังพอถูๆ ไถๆ ไหวอยู่อีกซักระยะ?
นี่ผมก็นับไม่ถูกเหมือนกันว่าตอนนี้ฝ่ายรัฐบาลมีกี่เสียง และฝ่ายค้านมีกี่เสียง ถ้าฝ่ายรัฐบาลขาดภูมิใจไทยไปซัก ๓๐-๔๐ เสียง ยังจะเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก หรือจะกลายเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ผมขอยกเป็นการบ้านให้ท่านเอาไปคิดกันบ้างดีกว่า แล้วเดือนกรกฎามาส่งคำตอบแล้วกัน
นี่พระถูกโจรก่อการร้ายฆ่ามรณภาพขณะออกบิณฑบาต ที่เมืองยะลา เป็นข่าวที่ไม่อยากได้ยินเลย เมื่อได้ยินมันปวดแปลบแสบอกอย่างไรไม่รู้ ก่อนหน้าไม่กี่วัน ที่นราธิวาส โจรก่อการร้ายมันก็บุกมัสยิดเข้าไปกราดปืนฆ่าพี่น้องไทยมุสลิมขณะทำละหมาดเสียชีวิตไป ๑๑ ศพ นั่นผมก็ยังเศร้าไม่หาย
ตอนนี้ไม่ว่า ไทยพุทธ ไทยมุสลิม ล้วนเป็นไทยหัวอกเดียวกัน ยังดีอยู่หน่อยที่ทั้งสองฝ่ายไม่หลงกลที่โจรมัน "เสี้ยมเขาควายให้ชนกัน" คือมันฆ่าทั้งอิสลาม ฆ่าทั้งพุทธ หวังให้ระแวงกัน แล้วคนไทยพุทธกับคนไทยมุสลิมก็จะอยู่ร่วมแผ่นดินกันไม่ได้ ยกพวกมาประหัต-ประหารกันให้กลายเป็น
สงครามต่างศาสนา!
น่าสงสาร และน่าเห็นใจพี่น้องไทยใน ๓ จังหวัดใต้มาก ผมคิดว่าสถานการณ์ในภาคใต้เป็นอย่างนี้มาหลายสิบปีแล้ว หนักบ้าง เบาบ้าง ยักเยื้องรูปแบบ และสถานการณ์ไปบ้าง แต่เป้าหมายคงเดิม คือมีคนต้องการแยก ๓ จังหวัดใต้ออกจากความเป็นประเทศไทยไปเป็นอีกประเทศหนึ่ง
ฝ่ายบ้านเมือง ใช้รูปแบบการทหารผสมการเมือง "ตั้งรับ" ปัญหานี้มาตลอด ผมขอย้ำว่า "ตั้งรับ" ไม่เคยเป็นฝ่ายรุก ไม่เคยเป็นฝ่ายกุมเงื่อนไขเหนือฝ่ายตรงข้ามเลย และที่สำคัญอันน่าอับอายยิ่ง จนบัดป่านนี้ ฝ่ายทหาร-ฝ่ายการเมืองก็ยังไม่รู้ชัดว่า
ศัตรูบ่อนทำลายหวังแบ่งแยกดินแดนไทย คือใคร...?
ขบวนการตั้งกองกำลังอยู่ที่ไหน?
ใครเป็นตัวการใหญ่ ทั้งฝ่ายหัวหน้า และฝ่ายบัญชาการสู้รบ?
และฝ่ายบ้านเมือง-ฝ่ายทหาร จนบัดป่านนี้ก็ยังไม่กล้าระบุลงไปด้วยซ้ำว่า กลุ่มที่ฆ่าคนในมัสยิด ฆ่าในวัด ฆ่าชาวบ้าน ฆ่าตำรวจ ฆ่าทหาร วินาศกรรมบ้านเมือง จะเรียกโจรกลุ่มนี้ว่าอะไร?
เกิดเหตุแต่ละที ทางการจะอ้อมๆ แอ้มๆ เรียกว่า ผู้ไม่หวังดีต่อบ้านเมืองบ้าง ผู้สร้างสถานการณ์บ้าง ซึ่งมันเป็นการเรียกที่เลี่ยงความจริง หรือจะพูดว่า "ทางการพยายามเบี่ยงเบน" หรือ "ไม่ยอมรับความจริง" ในปัญหาที่เป็นอยู่ก็ไม่ผิด ผมคิดว่า การทำอย่างนี้ เหมือนถ่างขาเดิน มันไม่เกิดประโยชน์อะไร
มันจะเป็นการถ่วงทั้งปัญหา และถ่วงทั้งตัวเองด้วยซ้ำ!
โจรกลุ่มนี้เป็น "โจรก่อการร้าย" หวังแยกดินแดน หรือโจรกลุ่มนี้เป็น "โจรกระจอก" หรือโจรอะไร ก็ควรฟันธงกันให้ชัดไปเลย กำหนดบุคลิกแห่งลักษณะโจรและปัญหาให้ตรงความเป็นจริง
แล้วเราก็จะสามารถทลายกำแพงคนไม่กล้าตัดสินใจให้หมดไปเสียที ทีนี้ก็จะโปร่งใจกำหนดกรอบแห่งปัญหา และวิธีการแก้ไขปัญหาได้ตรงตัว-ตรงจุด "แบบจะจะ!"
เรา "ติดหล่ม" ตรงนี้มาเกือบร้อยปีแล้วกระมัง เมื่อไม่ชัดในโรค แล้วจะคิดตัวยาปราบโรคได้อย่างไร ผมจึงคิดว่า รัฐบาล-ทหาร น่าจะ "ขึ้นจากหล่ม" แล้วออกมายืนห่างๆ แล้วมองกลับเข้าไปในปัญหา ๓ จังหวัดใต้ใหม่อีกครั้ง โดยล้างความคิดเก่าๆ ในสมองออกไปให้หมด แล้วกำหนดกรอบแห่งปัญหานำไปสู่การแก้ไข
ขอย้ำ-แก้ไขปัญหา ด้วยการขึ้นไปอยู่เหนือเงื่อนไขที่เราสร้างขึ้น ไม่ใช่การ "ตั้งรับปัญหา" อย่างที่เป็นอยู่ ซึ่งตกอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ฝ่ายโจรก่อการร้ายสร้างขึ้น สูญเปล่าไปแล้วไม่รู้กี่ล้านล้านล้านบาท
แต่ไม่ได้ผลอะไรเลย นอกจากผลทางลบที่ "ลึก" เข้าเนื้อทุกขณะ!
ผีอยู่ในที่มืด เพราะผีกลัวที่สว่าง
ด้วยกรอบการแก้ปัญหา "เลิกเป็นฝ่ายตั้งรับ" ไปเป็นฝ่ายสร้างเงื่อนไขใหม่ที่อีกฝ่าย "ทำไม่ได้และไปไม่ถึง" นั่นก็คือ เราต้องทำ ๓ จังหวัดใต้ให้สว่างตลอด ๒๔ ชั่วโมง แล้วโจรก่อการร้าย ซึ่งมันคือผีอันมีพื้นที่มืดสลัว ๓ จังหวัดใต้เป็นที่หลบอาศัย ถูกแสงแล้วมันก็จะสลายหายไปเอง!
จะให้โจรชูประเด็น "แยกดินแดน" ล่อใจคนอยู่ทำไม เราเอาตั้งแต่นครศรีธรรมราช มาถึงสงขลา ยะลา ปัตตานี สตูล นราธิวาส ประกาศเป็น "เขตพัฒนาพิเศษเพื่ออุตสาหกรรมการส่งออก และการท่องเที่ยว" ในภาคใต้ไปเลย เอาหาดใหญ่เป็นศูนย์กลาง นอกจากส่งเสริมอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปฮาลาล โดยเฉพาะอาหารทะเล อาหารแช่แข็ง และผลไม้แล้ว
เปิดเป็นเมืองอุตสาหกรรมไอที และสินค้าปลอดภาษี สำหรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศให้เต็มตัวไปเลย เพราะมีแต่การทำอะไรด้วยมาตรการสุดๆ ให้สุดๆ ไปเลย ไม่ต้องกั๊กเท่านั้น จะชัดเจนและง่ายต่อการโปรโมต เพื่อการดึงดูดให้ทั้งนักลงทุน และทั้งนักท่องเที่ยวกระหายเข้ามาท่องเที่ยว ดื่มกิน และจับจ่ายใช้สอยในเขตพัฒนาพิเศษภาคใต้นี้
ชายหาดก็มี ทะเลก็มี แหล่งท่องเที่ยวสารพัดไม่ต้องจาระไน สนามบิน ท่าเรือน้ำลึก-น้ำตื้นมีทั้งนั้น เส้นทางขนส่งสินค้าใหม่เชื่อม ๖ ประเทศในกลุ่มอนุภูมิภาคลำน้ำโขงจาก "จีน-พม่า-ลาว-ไทย-เขมร-เวียดนาม" ก็วิ่งมาเชื่อมสายระเบียงที่ท่าเรือภาคใต้นี้อยู่แล้ว สินค้าจะลื่นไหลไปยุโรป ไปตะวันออกกลางทางอ่าวไทยออกมหาสมุทรอินเดีย ไปสหรัฐ ญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ ทางอันดามัน เชื่อมที่ท่าเรือใต้อันมีอยู่แล้วตามแผนสบายมาก
ทำให้ประเทศไทยพ้นจากทัศนคติมีมากว่า ๒๐๐ ปีที่ว่า "กรุงเทพฯ คือประเทศไทย" ให้พ้นไปเสียที ด้วยการพัฒนาหัวเมืองใต้ชนิดปฏิรูปให้เป็น "หัวเมืองใหญ่แดนใต้" มีแต่ทำให้ทุกตารางประเทศไทยที่ชนแดนมาเลเซีย ไม่ว่าทางนราธิวาส ทางยะลา ทางหาดใหญ่ สตูล ได้รับการพัฒนาทัดเทียม ประชาชนทำมาหากินฟู่ฟ่า ผู้คนหลั่งไหลไปมาหาสู่กันเช่นนี้แหละ
ผี-โจรแยกดินแดนมันก็จะอยู่ไม่ได้ เพราะเราสร้างเงื่อนไขที่โจรมันทำไม่ได้ และไปไม่ถึงนั่นเอง!
ผมเห็นโจรมันบ้าเลือดบุกมาเผา มาฆ่าไม่เลือกหน้าทีไร รัฐบาลก็ประกาศทุ่มเงินหมื่นล้าน-แสนล้านว่าจะลงไปทำนั่นที นี่ที แล้วก็ไม่เห็นเป็นมรรค-เป็นผลอันใด สักแต่ว่าทำซื้อหน้าไปพักๆ บ้าง ทำร้อย-แดกล้านบ้าง หรือได้แต่พูด แต่ไม่เคยทำอะไรตามที่พูดเลยบ้าง
แบบนี้เหมือนติดเตาต้มน้ำด้วยกระดาษแผ่นเดียว ค่อยๆ ฉีกทีละมุมกระดาษใส่เตาเลี้ยงไฟไปเรื่อยๆ พอไฟจะมอด ก็ค่อยๆ ฉีกอีกมุมใส่ลงไปอีก ทำอยู่อย่างนี้เรื่อยๆ ปรากฏว่า...น้ำไม่เดือด แต่กระดาษหมด!
เนี่ยะ..นโยบายกล้าๆ กลัวๆ หรือนโยบาย "ซื้อปัญหาไปมื้อๆ" จากแต่ละรัฐบาลมันเป็นลักษณะนี้ และผลมันก็แบบนี้ ไหนๆ ก็ไหนๆ ท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ แสดงวิสัยทัศน์ "ผู้นำรุ่นใหม่" ทุบโต๊ะเปรี้ยง สลัดความคิดที่เป็นอุปสรรคอันมัดมือ-มัดเท้าอยู่ทิ้งไป ประกาศเป็นพันธสัญญาภาคใต้
ขีดเส้นเป็น "เขตพัฒนาเศรษฐกิจใหม่" ศูนย์ลงทุนเพื่อการส่งออกสินค้าฮาลาลและการท่องเที่ยวปลอดภาษี ปักป้ายเป็นพันธสัญญา ๕ ปีต้องเห็น "หัวเมืองใหญ่ภาคใต้" เป็นรูปร่าง "มิติไทยโมเดล"!
อย่ามัวซื้อปัญหาด้วยลีลาหน่อมแน้มไปวันๆ เลยครับ ทหารนั้น คือเครื่องมือสร้างบ้าน-สร้างเมืองตามนโยบายรัฐบาล เราเข้าใจผิด ให้เขาเป็นผู้นำนโยบาย โดยฝ่ายรัฐบาลเดินตามใน ๓ จังหวัดใต้มานานแล้ว ซึ่งก็ได้เท่านี้ และก็ดีที่สุดแล้วตามภารกิจทหาร แต่ที่ต้องสุดๆ ไปกว่านี้ เป็นหน้าที่รัฐบาลครับ
อภิสิทธิ์ต้องตัดสินใจ อย่าดองเป็นมรดกถึงรัฐบาลต่อไปเลย!
เปลืองงบประมาณไปไม่รู้กี่ล้านล้านล้าน ผม-ในฐานะผู้จ่ายภาษีคนหนึ่งไม่ว่า แต่ถ้าขืนปล่อยไปอย่างนี้มันอาจสร้างทัศนคติผิดๆ ให้เกิดกับข้าราชการบ้านเมืองบางคน-บางฝ่ายได้ว่า เออ...ดี เลี้ยงปัญหา ๓ จังหวัดใต้ไว้ มีงบ-เงินให้ตอดเงินกินไปได้เรื่อยๆ!!
ฉะนั้น อย่าแก้แบบสะกิด ต้องแก้ด้วยการทุบเปรี้ยงจึงจะสามารถ "ช็อก" ทุกคน-ทุกฝ่ายให้คอมพิวเตอร์สมองลบเรื่องเก่า แล้วบันทึกเรื่องใหม่ และสะเทือนให้ทั้งโลกหันมามองว่า
"ประเทศไทยบรรลุนิติภาวะในปัญหา ๓ จังหวัดภาคใต้แล้ว?"
ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 12 มิถุนายน 2552

