ก็ต้องให้เครดิต "พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ" รมว.กลาโหมท่านด้วยนะครับ ความสำเร็จในการประชุมรัฐมนตรีอาเซียน ที่ผ่านมาและจบลงไปอย่างสวยงามเมื่อวานนี้ (๒๓ ก.ค.๕๒) ที่ภูเก็ต ส่วนหนึ่งมาจากฝีมือ "คุมเข้ม" ในมาตรการรักษาความปลอดภัยของท่าน ผมคิดว่าครั้งนี้สามารถลบภาพหลอนเหตุการณ์ ๑๐ เมษา ที่พัทยา ไปได้มากทีเดียว
ในบรรดารัฐมนตรีต่างประเทศที่มาประชุมทั้งหมด ผมว่า "นางฮิลลารี คลินตัน" เปล่งแสงออราเจิดจ้าเข้าตาเป็นพิเศษ จะว่าไปแล้ว ตอนนี้ดูเธอจะสดใส เปล่งประกายผู้นำที่ชาญฉลาดได้มากกว่าตอนหาเสียงเป็นประธานาธิบดีแข่งกับนายบารัก โอบามา เสียอีก ท่านว่ามั้ย?
ยิ่งตอน "คุณสุทธิชัย หยุ่น" สัมภาษณ์ออกโทรทัศน์ช่อง ๙ คืนก่อน เธอตอบและแสดงทัศนะด้วยภาวะผู้นำเจิดจ้า ตอนหาเสียงเป็นประธานาธิบดี ไม่ค่อยต้องชะตาผมนัก เพราะผมรู้สึกว่าเธอหนักไปทางเสแสร้งเป็น มากกว่าสิ่งที่เธอเป็น
แต่ที่ดูทางโทรทัศน์คืนวานซืน เธอพูดจาด้วยความเป็นตัวตนของ "นางฮิลลารี คลินตัน" แท้ๆ และเธอตอบในประเด็นจากที่ฟาดฟันกับโอบามาตอนหาเสียง และเมื่อทุกอย่างจบ เธอยอมมาเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศให้โอบามาชนิดเข้าถึงแก่นประชาธิปไตยที่เราฟังแล้ว ไม่ควรแค่ผ่านหู
ต้องจำลึกๆ ไว้ในใจเลยทีเดียว ที่การเมืองบ้านเราเป็นอย่างทุกวันนี้ เพราะขาดตรงนี้ ยึดอัตตาบนประโยชน์เฉพาะตัวเหนือยึดกฎกติกาเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ
เท่าที่ผมสังเกต มีนิสิต-นักศึกษาส่วนหนึ่งร่วมฟังในรายการคุณสุทธิชัยสัมภาษณ์นางคลินตันอยู่ด้วย ต้องจำกันไว้ให้ขึ้นใจนะครับ ในสูตรก้าวขึ้นสู่ความสำเร็จที่นางคลินตัน "สอน" ให้ด้วยความเต็มใจ สรุป ๓ อย่าง คือ
-ต้องหมั่นศึกษาเล่าเรียนมากๆ
-ต้องช่วยเหลือสังคม และเข้าใจคนอื่นให้มากๆ
-ต้องเป็นตัวของตัวเอง!
พูดถึงพลเอกประวิตร แต่ไหงแชเชือนไปถึงนางคลินตันก็ไม่ทราบ แต่อันที่จริง ในประเด็นพลเอกประวิตรสำหรับผม "จบแล้ว" ทีนี้บังเอิญ เรื่องมันโยงไปถึงน้องชายท่านที่ชื่อ "พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ" ผู้ดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร.อยู่ในปัจจุบัน เรื่องก็เลยต้องยืดไปอีกนิด
คือเกี่ยวกับเรื่องคดียิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล ที่หงึกๆ หงักๆ ชักหน้า-ชักหลังอยู่ตอนนี้ นัยว่ามี "ตอใหญ่" ขวางทางอยู่นั้น วันนี้ (ศุกร์ ๒๔ ก.ค.) นายกฯ อภิสิทธิ์ ประกาศิตให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้รับมอบหมายให้ไปกำกับดูแลงานตำรวจมารายงานว่า
"ผบ.ตร." พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ "เป็นอุปสรรคต่อการคลี่คลายคดีหรือไม่?"
แปลไทยเป็นไทยก็คือ "น่าจะให้ พล.ต.อ.พัชรวาทไปช่วยงานที่สำนักนายกฯ มากกว่าให้นั่งคาเก้าอี้ ผบ.ตร.จนเกษียณในเดือนกันยา ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อราชการงานตำรวจมากกว่านะ"
จะด้วยเหตุผล "มือไม่พายแต่เอาเท้าราน้ำ" หรือด้วยเหตุผลแห่งตอ แห่งหนอนบ่อนไส้ ผมก็ไม่ทราบ ยอมรับตรงๆ ว่า เรื่องคดียิงคุณสนธิ และเรื่องความเป็นไปในวงการตำรวจ ผมกลัว...ไม่อยากข้องแวะ เพราะถ้าให้พูดจากัน ผมมันคน "ดาวพุธเสีย" ฉะนั้น นิ่งเสียตำลึงทอง
แต่เมื่อเป็นประเด็นร้อนขึ้นมา ผมก็อยากเรียบเรียงทิศทางของเรื่องให้ท่านเข้าใจกัน คือเรื่องคดียิงคุณสนธิ นายกฯ ท่านมอบหมายให้ "พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์" รอง ผบ.ตร.ที่จะเกษียณในกันยานี้รับผิดชอบดูแล ทำไป..ทำไป..พล.ต.อ.ธานีท่านก็เปรยว่า "เจอตอ" คดีไม่คืบ
แต่พอนายกฯ ช่วยเคลียร์ตอให้ คดีพอจะคืบไปได้ถึงขั้นออกหมายจับ จ.ส.อ.ปัญญา และ ส.ต.ท.วรวุฒิ แต่ผู้ต้องหาทั้ง ๒ คงจะเป็นสมาชิกข่าวทางมือถือ เพราะมีปี๊บ..ปี๊บ..บอกให้รู้ก่อน จึงถลกตูดไปนอนอาบบารมีอยู่บ้านท่านไหนแล้วก็ไม่รู้ พล.ต.อ.ธานีจึงเปรยอีกว่า
"มีหนอนบ่อนไส้"!
หมายความว่า พอผลการสืบสวน-สอบสวน คืบคลานไปถึง คนยิง คนจัดหา และคนบงการ "ข่าวก็รั่ว" จนคนที่ต้องสงสัยเหล่านั้นไหวตัว เคลื่อนย้ายค่ายกล ทำลายหลักฐานบ้าง หลบหนีไปเสียก่อนบ้าง
เมื่อทำคดีกันแบบ "ลับสุดยอด" แล้วข่าวมันรั่วออกไปทางไหน เพราะคนที่รู้ก็มีอยู่ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ คือแค่ทีมงาน กับผู้บังคับบัญชาเหนือกว่าบางคนเท่านั้น
ท่าน พล.ต.อ.ธานีก็ต้องหอบปัญหาหัวใจไปหาศิรามาร์คช่วยไขอีก ท่านไขปัญหาหัวใจกันในที่ลับ ๒ ต่อ ๒ ไขได้ความว่าไงก็ไม่รู้แหละ รู้แต่ว่า ก่อนหน้า ๒-๓ วัน กลิ่นตุ่ยๆ โชยมาตามหน้าหนังสือพิมพ์
กลิ่นว่าเก้าอี้ ผบ.ตร.ทำท่าขึ้นอืด!?
และเช้าวานนี้ ท่านนายกฯ ก็ตอบคำถามนักข่าวเรื่องนี้ว่า "ผมมอบหมายให้ท่านรองฯ สุเทพไปหาทางออก แล้วกลับมารายงานเรื่องนี้ให้ผมทราบในวันที่ ๒๔ กรกฎา ถึงทางออกที่จะทำให้การทำงานเดินหน้าไปได้"
แล้ววันนี้ก็วันที่ ๒๔ ก.ค.ที่ท่านรองฯ สุเทพต้องมายกหัวนิ้วโป้งให้ท่านนายกฯ ดูว่า จะคว่ำลง หรือชูขึ้น แต่เมื่อวานนี้ คือหลังจากนายกฯ ยื่นคำขาด ท่านรองฯ สุเทพก็เอาอมยิ้มยัดมือแล้วหนีบ พล.ต.อ.พัชรวาทใส่สะเอวขึ้นเครื่องบินไปตรวจราชการ ๓ จังหวัดใต้ จะใช้เวลา "ปลอดนายกฯ" พูดจาหาทางออกกันอีท่าไหน....ใครล่ะจะรู้
แต่ผมดูจากข่าวโทรทัศน์ตอนเย็น ไม่ว่าช่องไหนๆ ตัดเสียงท่านรองฯ สุเทพมาออกตรงกันว่า "ผมยังไม่ได้ยินว่า ผบ.ตร.เป็นอุปสรรคต่อการคลี่คลายคดีนี้"
ส่วน พล.ต.อ.พัชรวาทท่านก็ตอบนักข่าวด้วยมาดสุภาพบุรุษ อ.ต.ร.ว่า "ไม่มีอะไรน่าห่วง ตามหลักการแล้ว ต้องรายงานคดีมาให้ผมทราบในฐานะผู้บังคับบัญชา มีอะไรติดขัดตรงไหนจะได้ช่วยกัน แต่นี่ไม่เคยรายงานเลย"
ใครคือคนที่ "ไม่เคยรายงานเลย" จะหมายถึงใครไปไม่ได้นอกจาก พล.ต.อ.ธานี หัวหน้าทีมพนักงานสอบสวนคลี่คลายคดียิงนายสนธิ ที่นายกฯ สั่งให้ "รายงานตรง" เพื่อตัดปัญหา "ข่าวรั่ว" และปัญหา "หนอนบ่อนไส้"
นักข่าวนี่ "หัวเห็ด" กันจริงๆ วันเดียว-ดันหินจนโผล่ครบหมด คือในประเด็นเดียวกัน ไล่ถามตั้งแต่นายกฯ เรื่อยไปจนถึงรองฯ สุเทพ พล.ต.อ.พัชรวาท และ พล.ต.อ.ธานี
ในประเด็นที่ พล.ต.อ.พัชรวาทบอกว่า "พล.ต.อ.ธานีไม่เคยรายงานผลคืบหน้าทางคดีให้ทราบเลย" นั้น เมื่อนักข่าวไปถามยันท่านรองฯ ธานี ท่านก็ยันกลับโครมเข้าให้ว่า
"ผมรายงานความคืบหน้าคดีนายสนธิเป็นลายลักษณ์อักษรทุก ๑๕ วัน ไม่อย่างนั้นจะกำชับเร่งคดีผมได้อย่างไร ผมไม่ได้รายงานตรงต่อท่านนายกฯ คนเดียว"
อ้าว..ฉิบบบบ ละซีแบบนี้!?
เนี่ยะ...ผมก็สรุปเรื่องมาจบถึงตรงนี้ และวันนี้ ท่านก็รอฟังแล้วกันว่า เมื่อนายกฯ ฟังรายงานจากรองฯ สุเทพแล้วจะตัดสินใจอย่างไร ดูออร์ดาย สำหรับผม ไม่สนใจเท่าไหร่หรอก เด็กในสะเอวพูดไม่ได้ แต่พี่เลี้ยงเด็กพูดเสร็จสรรพไปแต่วานนี้แล้ว "ยังไม่ได้ยินว่า พล.ต.อ.พัชรวาทเป็นอุปสรรคต่อการคลี่คลายคดี" นั่นไง
ผมต่อ ๑๐ เอา ๑ ครับว่า พล.ต.อ.พัชรวาท "เหนียว" โดยไม่ต้องสักยันต์อาจารย์หนู!
ใจนั้น นายกฯ อยากปลดวันนี้-วันพรุ่ง!
แต่กายนายกฯ อยู่ใต้คอนโทรลผู้จัดการรัฐบาล งานนี้จึงจบลงไปแบบเหงาๆ...มาร์คเศร้าคนเดียว!?
ผมฟังวิสัยทัศน์เรื่อง "สังคมไทยในทศวรรษใหม่" ที่นายกฯ แพร่ออกไปสู่วงกว้างถี่ๆ ช่วงนี้ ทำให้ผมมองเห็น "ตัวตนอภิสิทธิ์" ผ่านความคิดใหม่ได้มากขึ้น แต่ด้วยข้อจำกัดอำนาจอันได้มาแบบต้องพึ่งพาปริมาณมือมากกว่าคุณภาพคน ก็เข้าใจท่าน แต่ความเข้าใจคงช่วยอะไรท่านไม่ได้
จำข้อที่ ๓ ที่นางฮิลลารี คลินตัน สอนไว้ได้มั้ย?
คนที่จะเป็นใหญ่และพบความสำเร็จ "ต้องเป็นตัวของตัวเอง"!
เวลาอันประกอบด้วยโอกาสของท่าน "เหลือน้อย" แล้วนะ ใฝ่ร้อน-จะนอนเย็น, ใฝ่เย็น-จะเข็ญใจ อันนี้ นางคลินตันไม่ได้ว่า แต่บุร่ำบุราณไทยท่านว่าไว้ มันใกล้เคียงกับสถานการณ์ท่าน เลยยกมาให้ดู
ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 24 กรกฎาคม 2552

