เมื่อประเทศไทยกำลังเข้าใกล้แสงตะวัน

     ดูเหมือนว่า  "ภัยธรรมชาติ"  จะเกิดขึ้นเกือบทุกพื้นที่ในโลกนะครับ  สงสารเพื่อนร่วมประชาคมอาเซียนอย่างฟิลิปปินส์  เจอพายุกิสนายังไม่ทันตั้งตัว  นี่ก็ไต้ฝุ่นป้าหม่าเตรียมถล่มซ้ำอีกแล้ว  ที่สาหัส-สากรรจ์รองลงมาก็เป็น  เวียดนาม  ลาว  ส่วนบ้านเรา  "บุญมหาศาล"  เจอแค่หางๆ  แต่แค่หางๆ  ยังมะล่อกมะแล่ก  หนัก-เบากันไปตามฐานานุรูปทั้งเหนือ-อีสาน-กลาง-ใต้-ออก-ตก  และวานนี้  (๑ ต.ค.)  ที่เกาะสุมาตรา  อินโดฯ  เจ้าเก่า  เจอแผ่นดินไหวขนาด  ๗  ริกเตอร์เข้าอีก  เห็นข่าวบอกว่า...ตายเป็นพัน!

     ฉะนั้น  อย่าประมาทกันนะครับ  ต่อไปนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้  ขนาดรอยเลื่อนเปลือกโลกในบ้านเรา  ๑๐  กว่าแห่งที่ว่า  "หมดสภาพไปแล้ว"  แต่ได้ยินจากข่าวบอกว่า  "มันบ่แน่หรอก..นาย"   เพราะพบร่องรอยพลิกฟื้นคืนสภาพ  จะเลื่อน  จะไหวอีกตอนไหน...ก็ยากวางใจได้  ทั้งที่เหนือ  อีสาน  และในภาคกลาง

     บอกให้ทราบ  ไม่ได้บอกให้ตื่นกลัว  ก็อย่างที่เคยคุยกันมาเป็นระยะว่า  ช่วงต่อไปนี้  โลกเข้าสู่ช่วง  "ประกาศผลสอบ"  หรือกรรมเช็กบิล  ใครทำการบ้านชีวิตไว้ดี  ผลสอบก็จะออกมาดี  ส่วนใครทำไว้ไม่ดี  แล้วชีวิตมันจะดีได้ไง  จะรากเลือดมาก  หรือรากเลือดน้อย  นั่นก็ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นแห่งการกระทำที่สั่งสมไว้ของแต่ละตัวคนนั่น แหละ

     แต่ท่านต้องเข้าใจให้ชัดอย่างหนึ่งนะครับ  ผมไม่ได้บอกให้ท่านเชื่อ  คืออย่าเชื่ออะไรที่ผมบอก  เพราะตัวผมเองไม่ได้รู้อะไร  เพียงแต่ไปอ่านโน่น-ดูนี่  เห็นตรงไหนน่าสนใจก็นำมาบอกต่อกันเท่านั้น  ท่านจะเชื่อ  หรือไม่เชื่อ  ขอให้ขึ้นอยู่กับการใช้สติปัญญาของแต่ละท่าน  ไตร่ตรอง-ใคร่ครวญด้วยเหตุและผลในเรื่องนั้นๆ  ก่อนเป็นสำคัญ

     ผมเคยบอกว่า  ปีนี้  คือนับจากปลายปีนี้ไป  พี่น้องเกษตรกรไทยเราจะรวยกันใหญ่จากพืชผลการเกษตร  และเผลอๆ  ไทยเราจะพบทรัพยากรใต้ดิน  ผมยังยืนยันครับ  ถึงแม้ตอนนี้ได้ยินบ่นกันว่า  "ข้าวเปลือกราคาตก"  ก็ขอให้ใจเย็นๆ  ไว้  แล้วทุกอย่างจะดีเอง!

     อย่างช้า  ราวๆ  กลางธันวา  เราก็อาจเห็นการเคลื่อนไหวทางราคาตลาดพืชผลในทางบวก  และเป็นบวกชี้ทิศแนวทางให้ประเมินได้ถึงอนาคตในปีหน้าด้วย

     ข้อสำคัญ  พ่อค้า-พี่น้องเกษตรกรเราต้องยึดคุณภาพ  และความซื่อสัตย์ในคุณภาพเป็นสำคัญ  รวยด้วยคุณภาพ  อาจรวยช้า  แต่จะรวยยั่งยืน  แต่ถ้ารักจะรวยแบบนักฉวยโอกาส  อาจจะรวยเร็ว  แต่จะจนยาวนาน

     ไม่ต้องดูอะไรมาก  แค่ภัยธรรมชาติ  จากพายุกิสนาลูกแรก  สินค้าเกษตรจาก  เวียดนาม-เขมร-ลาว  อาจจะมีปัญหาทั้งปริมาณ  และคุณภาพ  เหลียวมองเพื่อนประเทศที่เน้นสินค้าเกษตรอย่างเรา  แต่ละแห่งต่างประสบภัยเสียหาย  เอาแค่มีพอกิน-พอใช้รองรับประชากรในชาติตัวเองก็บุญแล้ว

     เรื่อง  "ส่งออก"  เห็นจะไม่ต้องพูดถึง  ผมไม่อยากใช้คำว่า  "ไร้คู่แข่ง"  เพราะฟังแล้วเหมือนเห็นใครเป็นศัตรูไปหมด  ดีใจบนความเสียหายของคนอื่น  อยากจะบอกเพียงว่า  ประเทศเราโชคดี  "เสียหายน้อยกว่า"  เท่านั้น!

     อดทน  อดกลั้น  ไปจนถึงกลางธันวาแล้วทุกสิ่ง-ทุกอย่างที่ไม่เห็นทางออก  ไม่เห็นทางไป  เมฆหมอกก็จะค่อยๆ  คลายให้พวกเราได้เห็นทางออก-ทางไปกันบ้างหรอก  แต่ต้องเข้าใจให้ชัดอยู่อย่างว่า  การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องของธรรมชาติ  ทุกอย่างอยู่ภายใต้กฎไตรลักษณ์  ไม่เที่ยง  ใครยึด-ใครทุกข์  ใครไม่ยึด-ใครสุข

     เพราะแท้จริงแล้ว  ทุกอย่างที่เห็น-ที่เป็นอยู่ในเวลานี้  เป็นแค่สิ่งสมมุติให้เห็น  ให้เป็นชั่วขณะ  และที่เราทั้งหลายเห็นเป็นนั่น-เป็นนี่  ถูกใจก็ตบมือ  ไม่ถูกใจก็แยกเขี้ยวยิงฟัน  นั่นเพราะ  "อวิชชา"  คือความไม่รู้  ทำให้เกิดอุปาทานไปทึกทักแล้วยึดมันเอาตามใจชอบ-ไม่ชอบไปเอง!

     พ.ศ.๒๕๕๔  เราจะได้  "สุขทั้งแผ่นดิน"  ได้เฉลิมฉลองวันเฉลิมพระชนมพรรษา  "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว"  ในวโรกาสเจริญพระชนมพรรษาครบ  ๗  รอบ  ๘๔  พรรษา

     ฉะนั้น  พวกเรา-ชาวไทยด้วยกันทุกคน  เงยหน้าสูงๆ  ตั้งใจสูงๆ  สติกุมใจมุ่งมั่น  อย่าประชดด้วยการแช่งชาติตัวเอง  แล้วประสานมือกันเดินก้าวข้ามอุปสรรคปัญหาใต้เท้าในเวลานี้ไปสู่แสงตะวัน ใหม่  อันจะฉายแสงฉาดฉานในปีมหามงคล  ๒๕๕๔  ให้ได้

     อย่าเห็นไทยด้วยกันเป็นศัตรู  อย่าหวั่นไหว  อย่าถอดใจ  อย่าท้อแท้  กับเหตุการณ์ในช่วง  "สถานการณ์ทดสอบจิตใจ"  ในระยะนี้  จนล้มลงไปให้อุปสรรคปัญหาทดสอบนั้นกลบหน้า  จนเป็นคนตกรถไฟสายไทยเจริญ  แล้วจะมาว่า  "ผมไม่บอก"  ภายหลังไม่ได้เชียว!?

     บ้านเมืองหลังสิ้นปีราชการไทย  เราได้อะไรกันบ้างล่ะ  ก็ได้บิ๊กใหม่ๆ  ในระบบราชการเก่าๆ  หลายคน  แต่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เพียง  "ผบ.ตร.รักษาการ"  ในขณะที่ผู้นำรัฐบาลไทย  "นายอภิสิทธิ์"  ประเดิมวันใหม่ในศักราชราชการเก่าด้วยการสูญเสีย  "เลขาธิการนายกฯ"  ไปหนึ่งคน  คือ...นายนิพนธ์  พร้อมพันธุ์

     นัยว่านายกฯ  ไม่ตั้ง  ผบ.ตร.ตามที่ตัวเองต้องการ  ก็เลยลาออก  จะด้วยประชด  จะด้วยน้อยใจ  หรือจะด้วยอะไรก็ช่างเถอะ  ถ้านายนิพนธ์ลาออกจริงๆ  ผมเดาใจนายกฯ  อภิสิทธิ์ไม่ออกเหมือนกันว่า

     ท่านดีใจ  หรือเสียใจ!?

     ถ้าจะว่ากันจริงๆ  แล้ว  นายนิพนธ์นี่เป็น  "เลขาธิการนายกฯ"  ประจำพรรคมากกว่า  คือพรรคส่งมาว่า  "ต้องคนนี้เป็น"  ไม่ใช่เลขาฯ  ที่ตัวนายกฯ  เลือกเองตามสเปก  ก็เหมือนเสื้อนอกแขวนตามร้านถ่ายรูปสมัยโบราณ  คือใครมาถ่ายรูปจะติดบัตร  หรือจะใส่กรอบไปติดฝาบ้าน  ก็ต้องสวม  "เสื้อนอกประจำร้าน"  ตัวนี้ออกกล้อง

     ฉะนั้น  ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรในด้านการทำงานเพื่อบ้านเมืองของนายกฯ  แต่ในด้านการทำงานเพื่อพรรคประชาธิปัตย์ของนายกฯ  การที่นายกฯ  ไม่สวมเสื้อนอกประจำพรรคถ่ายรูป

     องุ่นประชาธิปัตย์...อาจมีบางคนร้องว่าเปรี้ยว!

     ผิดกับองุ่นเพื่อไทย  เป็นองุ่นดอง  คงหวานทั้งคนกิน  และหวานทั้งองุ่นที่ถูกกิน  เพราะเห็นข่าวแวบๆ  ว่า  "พลเอกชวลิต  ยงใจยุทธ"  สวมวิญญาณนายพล  ๕  ดาว  "แมคอาเธอร์"  เจ้าของประโยคอมตะ  The  old  soldier  never  die.  จะรีเทิร์นมาเป็นโจ๊กเละๆ  ในพรรค

     เป็นพระก็เป็นแล้ว  เป็นจำเลยก็เป็นแล้ว  แล้วนี่...จะกลับมาเป็น  "เสาหลัก"  หรือโซ่ข้อกลางให้ทักษิณอีกหรือ  ถ้าคิดผิด  ก็คิดใหม่ได้นะครับ  หรือว่าทักษิณ  กับชวลิต  มีความลับ-ความหลังฝังใจชนิด...ชาตินี้เราไม่สามารถทดแทนกันได้จบสิ้น?

     ทักษิณ  "กินสมัคร"  ไปคนหนึ่งแล้ว.....

     ทักษิณจะ  "กินจิ๋ว"  อีกคน  หรืออีกหน  มันจะแปลกอะไรนักเชียว  ใช่มั้ย?

 

ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 2 ตุลาคม 2552