บริหารเอาบริการ-อย่าบริหารเอาชนะ(ผิดๆ)

     ผมอยากจะบอก  "นายกฯ อภิสิทธิ์"  ด้วยความรักเป็นวันที่สองว่า  วิธีแก้ปัญหารถไฟสายใต้หยุดวิ่งที่ทำอยู่ขณะนี้  "ไม่ถูกต้อง"  ท่านหน้ามืด-ตามัวอยู่กับการเสพสมพรรคภูมิใจไทย  โดยไม่อินังขังขอบต่อความเดือดร้อนชาวบ้าน  และความพินาศทางเศรษฐกิจเลย  สุดท้ายแล้ว  ไม่ใช่ชาวบ้านอยู่ไม่ได้  แต่ตัวท่าน  และรัฐบาลนั่นแหละที่อยู่ไม่ได้

     ประชาธิปัตย์ได้ชื่อว่าเป็นรัฐบาลจากฐานเสียงภาคใต้  แต่ทุกวันนี้  พี่น้องภาคใต้เหมือนนั่งอยู่ในกองเพลิง  ปัญหา  ๓  จังหวัดใต้  ประชาธิปัตย์ก็ไม่เคยช่วยอะไรได้  แล้ววันนี้ยังต้องมากระอักเลือดกับวิธีบริหารปัญหารถไฟใต้หยุดวิ่งแบบ  "โง่แล้วอวดอำนาจ"  ของรัฐบาลประชาธิปัตย์เข้าอีก

     ชาวบ้านภาคใต้ไม่ไปเผาบ้าน  ส.ส.ประชาธิปัตย์  นั่นก็นับว่าบุญอยู่แล้ว  แล้วยังจะมาร้องว่า  "มีคนหวังล้มรัฐบาล"  อยู่ทำไม  ในเมื่อการทำงานของตัวเองนั่นแหละ  กำลังล้มตัวเองอยู่รำมะร่อ!

     ปัญหาที่มีความเดือดร้อนชาวบ้านเป็นต้นทุนน่ะ  รัฐบาลจะซื้อเวลาไม่ได้  และมันไม่ใช่เวลาถามหา  "ใครผิด-ใครถูก"  ด้วย  ในวิธีการที่ควรจะเป็น  ต้องรีบ  "ตัดไฟแต่ต้นลม"  คืนความสะดวก  คืนวิถีชีวิตปกติให้ชาวบ้านเขาก่อน

     แล้วจากนั้น  ใครผิด-ใครถูก  มันเป็นเรื่องภายในที่ระบบบริหารจะไปสอบสวน-ทวนความ  ว่ากันตามกฎระเบียบที่มีอยู่!

     ท่านยอมเป็นนายกฯ  ให้ภูมิใจไทย  เจาะจมูก  สนตะพาย  ลากไป-ลากมา  แลกกับการค้ำเก้าอี้นายกฯ  นั่นก็เรื่องของท่าน  แต่การเอาระบบชีวิตชาวบ้านและระบบเศรษฐกิจประเทศไปเป็นเครื่องบรรณาการอำนาจบริหารไร้เดียงสา  อันนี้รับไม่ได้

     ๑๐  กว่าวันแล้ว  นายโสภณ  ซารัมย์-รัฐมนตรี  นายยุทธนา  ทัพเจริญ-ผู้ว่าการรถไฟ  นอกจากแก้ปัญหาไม่สำเร็จแล้ว  ยังเพิ่มปัญหาในปัญหาหนักขึ้น!

     แต่ดูเหมือนท่านนายกฯ  ไม่ทุกข์ร้อนอะไร  ชาวบ้านเดือดร้อนก็เดือดร้อนไป  กูไม่เดือดร้อนด้วย  เพราะกูมีรถประจำตำแหน่งนั่ง  แถมกันกระสุนอีกตะหาก  ดีแต่ใช้วาทะยกหลักการขึ้นมาพูด  กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย  แล้วก็ผ่านไปวัน...กฎหมายขับรถไฟไม่ได้...แล้วก็ผ่านไปอีกวัน...ก็ยังวิ่งไม่ได้  สิบกว่าวันผ่านไป  ก็พูดใหม่ว่า

     สายยาวไม่มีปัญหา  เหลือแต่สายสั้น!?

     หมายความว่าไง  จะให้สุดทางประเทศไทยจบลงที่หาดใหญ่แค่นั้นหรือ  คนอีก  ๓  จังหวัด  "ช่างมัน"  ใครอยากไป  ก็เดินจากหาดใหญ่ไป  ยะลา-ปัตตานี-นราธิวาส  หรือเดินจาก  นราธิวาส-ปัตตานี-ยะลา  ไปหาดใหญ่เอาเอง

     จะเอางั้นหรือ...ท่านนายกฯ?

     สภาพเท่าที่เห็นตอนนี้  สหภาพฯ  รถไฟ  ก็ทำไม่ถูก  ผู้ว่าฯ  รถไฟ  ก็ทำไม่ถูก  รัฐมนตรีโสภณ  ก็แก้ไม่ถูก  และนายกฯ  อภิสิทธิ์  ก็บริหารไม่ถูก  ฉะนั้น  ที่นายกฯ  จะเที่ยวพูดแบบโยนความผิดทั้งหมดไปที่สหภาพฯ  ว่าเป็นตัวการทำให้รถไฟหยุดวิ่งฝ่ายเดียว  ทั้งที่ยังไม่มีการสอบสวนทวนความอะไรทั้งสิ้น  อย่างนั้นไม่ได้

     เสียผู้ใหญ่ครับ!

     ถ้าเสียผู้ใหญ่แล้วแก้ได้  มันก็น่าเสีย  แต่นี่...เสียเปล่า  ยิ่งดูการใช้กลยุทธ์  "แบ่งแยกแล้วปกครอง"  ของนายกฯ  อภิสิทธิ์  และนายโสภณ  เข้าแก้ปัญหา  ผมก็เห็นว่า  นอกจากไม่ได้ผลแล้ว  ซ้ำจะเป็นการผลักมิตร-สร้างศัตรู  ไปรวมกับชาวบ้านผู้เดือดร้อน  ขยายเป็น  "กลุ่มคนผู้เกลียดชัง"  และปฏิเสธอำนาจบริหารของรัฐบาลหนักขึ้น

     เหลือแต่  "กลุ่มโจรก่อการร้าย  ๓  จังหวัดใต้"  เท่านั้นกระมัง  ที่จะชื่นชอบวิธีแก้ปัญหารถไฟไม่วิ่งของอภิสิทธิ์ด้วยการแบ่งแยกแตกสามัคคีพนักงาน!?

     มีปัญหาที่สหภาพฯ  หาดใหญ่  ไม่เคลียร์ปัญหาให้เข้าใจกัน  แต่กลับ  "ถือดีในอำนาจ" เอาคนส่วนกลางลงไปยึดงานจากคนสหภาพฯ  มาทำแทน  มันก็อาจได้ในระยะสั้นๆ  แต่จะเสียหายทวีเป็นหลายร้อยเท่าในระยะยาวไม่รู้จบ

     ความปลอดภัยผู้โดยสารมีมั้ย  ความสะดวกราบรื่นตลอดไปมีมั้ย  แล้วพนักงานจากส่วนกลางและส่วนท้องถิ่นจะปะทะกันมั้ย  คนส่วนกลางจะอยู่ทำถาวรได้มั้ย  แล้วคนท้องถิ่นอันเป็นสหภาพฯ  เขาจะยอมมั้ย  และต่อไปนี้  จะต้องจ้าง  ตำรวจ-ทหาร  ตลอดไป  เพื่อคอยคุ้มกันคนรถไฟ  "ส่วนกลาง-ส่วนท้องถิ่น"  ไม่ให้ตีกันอย่างนั้นหรือ?

     อันที่จริง  หลักบริหารที่ใช้แก้ทุกปัญหามันก็มีอยู่  ไม่ต้องเรียนจบออกซ์ฟอร์ด-เคมบริดจ์ก็รู้ได้  เพราะเป็นคำสอนพระพุทธเจ้าอันเป็นที่ยอมรับกันมากว่า  ๒,๕๕๒  ปีแล้ว  อย่างที่  "อุปติสสะปริพพาชก"  เห็นพระอัสสชิ  ผู้เป็นหนึ่งในปัญจวัคคีย์แล้วเลื่อมใส  เข้าไปถามว่า  "ใครเป็นศาสดาของเธอ  และมีคำสอนว่าอย่างไร"

     พระอัสสชิ  ก็บอกว่าเป็นศิษย์ของพระพุทธเจ้า  และบอกย่อๆ  ถึงพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าว่า

     "เย  ธมฺมา  เหตุ  ปัพฺพวา

เตสํ  เหตุงฺ  ตถาคโต

เตสญฺจะ  โย  นิโรโธ  จะ

เอวํ  วาที  มหาสมฺโณ"

     "ธรรมเหล่าใดเกิดแต่เหตุ

พระตถาคตเจ้าทรงแสดงเหตุแห่งธรรมเหล่านั้น

และความดับแห่งธรรมเหล่านั้น

พระมหาสมณะมีปกติ  ทรงสั่งสอนอย่างนี้"

     สรุปก็คือ  ปัญหามันเกิดจากเหตุ  ถ้าต้องการจะดับปัญหา  มันก็ต้องไปดับที่เหตุ  แล้วเหตุที่เกิดปัญหารถไฟขึ้นขณะนี้มันอยู่ตรงไหน?

     ก็อยู่ตรงประธานสหภาพฯ  คือนายสาวิทย์  แก้วหวาน  กับผู้บริหารรถไฟ  คือนายยุทธนา  ทัพเจริญ  ผู้ว่าฯ  รถไฟ  มีความเห็น-ความต้องการไม่ตรงกันบางประการในการพัฒนากิจการรถไฟ

     ฉะนั้น  ถ้าจะดับปัญหา  มันก็ต้องดับที่นายสาวิทย์  กับนายยุทธนา  โดยจับให้มาทำ  "ตัวเหตุ"  คือความเห็น-ความต้องการให้ตรงกัน!

     ไม่ใช่อย่างที่  ครม.มีมติไปเมื่อวาน  เรียกช่างเครื่อง  คนขับที่เกษียณไปแล้ว  ๑๗๑  คน  กลับเข้ามาเป็นพนักงานใหม่  แล้วให้ไปทำงานแทนพนักงานที่เป็นสหภาพฯ  ที่หยุดทำหน้าที่

     เอาคนที่มีประสบการณ์เก่าๆ  มาใช้ใหม่  ผมก็เห็นดีด้วย  แต่ทำในวิธี  "แบ่งแยกแล้วปกครอง"  ปัญหาเก่าไม่แก้  เอาคนใหม่เข้าไปหักหาญ  แย่งงาน  แย่งหัวรถจักรกันมาเลยอย่างนี้  มันไม่ใช่การแก้ที่เหตุ  ซ้ำจะเป็นการสุมไฟในเหตุ  คอยดูเถอะ  หนักๆ  เข้า  ทุกฝ่ายจะหันปลายกระบอกปืนใส่รัฐบาล

     ใส่อภิสิทธิ์!?

     ตัวอย่างของการถือดีในอำนาจ  เอาคนส่วนกลางไปขับรถไฟในถิ่นที่ไม่เคยไป  ไม่เคยขับ  ผลเป็นยังไง  รถไฟ  ๒  ขบวนไม่ชนกันมหาวินาศสันตะโร  หรือตกรางระเนนระนาด  ก็นับว่าบุญโขแล้ว  แล้วยังจะดันทุรังอีกหรือ?

     คนขับส่วนกลาง  ถือว่าพลัดถิ่นเข้าไปในดงสหภาพฯ  ที่เขามีปัญหากันอยู่  ตัวเองก็ไม่รู้ทาง  รางสับ-รางหลีก  ตรงไหน  อย่างไร  ก็ไม่รู้  ซ้ำพนักงานต่างๆ  ในแต่ละสถานี  จะพวกใคร  ปฏิบัติหน้าที่ตรงไป-ตรงมาหรือไม่  ก็ยังไม่รู้  แค่ส่งสัญญาณผิดนิดเดียว  จะตาย-ฉิบหายวายวอดขนาดไหน  แล้วใครรับผิดชอบ?

     และมันมีเปอร์เซ็นต์สูงที่จะเกิดอย่างนั้นขึ้นได้  ถ้าให้คนรถไฟแตกเป็นฝัก-เป็นฝ่ายทำงานไปบนความขัดแย้ง  โดยที่นายกฯ  หรือนายโสภณไม่เคลียร์ปัญหาทั้งหมดให้ตกลงปลงใจกันเป็นที่เรียบร้อยเสียก่อน

     นายกฯ  อภิสิทธิ์  เท่าที่ผมสังเกตนับแต่เป็นหัวหน้ารัฐบาลมา  ท่านไม่เคยเห็น  ไม่เคยมองว่ารัฐมนตรีคนไหนทำงานบริหารผิดพลาด-บกพร่องเลย  อย่างเช่น  กระทรวงพาณิชย์  กระทรวงคมนาคม  กระทรวงสาธารณสุข  ใกล้จะกลายเป็นกระทรวงเสือโหย-หมาหิว  มีเรื่อง มีปัญหาขึ้นมาไม่เว้นแต่ละวัน  นายกฯ  ไม่เคยโทษนักการเมืองผิด

     มีแต่...ไอปื๊ดผิด!?

     ผมขอย้ำ  เรื่องรถไฟนี่  ใครผิด-ใครถูก  นั่นเป็นความสำคัญอันดับ  ๒-๓-๔-๕  แต่ความสำคัญอันดับ  ๑  คือ  ผู้บริหารกับสหภาพฯ  ต้องตกลงในการทำงานร่วมกัน  แล้วนำรถไฟออกวิ่งให้ครบทุกเส้นทางโดยเร็วที่สุด

     นั่นคือหน้าที่ของนายโสภณ  ต้องทำให้ได้  ถ้าทำไม่ได้  นายกฯ  ต้องทำเองทันที  และขอบอกว่า  ที่นายโสภณทำมา  ๑๒  วันแล้วยังล้มเหลวนั้น  เอาไว้ไม่ได้แล้วครับ!

ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 28 ตุลาคม 2552