มองอภิสิทธิ์-มองทักษิณ "ดิ้นคนละแบบ"

      ผมว่าเมืองไทยนี่น่ารัก  เพราะวันๆ  มีแต่เรื่องตลกให้ได้ฮาไม่ขาด  อย่างทักษิณเข้าสู่กระบวนการ  "ถอดยศ-คืนเครื่องราชฯ"  ก็มีคนจะเป็น-จะตาย  ยกเป็นเรื่องใหญ่ของชาติถึงขนาดต้องนำไปถกกันในรัฐสภา  เรื่องรถไฟใต้ก็เหมือนกัน  หยุดวิ่งมา  ๑๐  กว่าวัน  "นายโสภณ-นายยุทธนา"  แก้ปัญหาไมได้  นายถาวร  เสนเนียม  ลงไปเจรจากับสหภาพฯ  ที่หาดใหญ่  ตกลงกันได้ตอนเช้า  อยู่ทางนี้-ในกรุงเทพฯ  ตกเย็น  นายยุทธนา  ทัพเจริญ  "สวนควันปืน"  สั่งไล่ออกคนสหภาพฯ  ๕-๖  คน  พ่วงด้วยการดำเนินคดี

     ไม่ฮามื้อนี้  แล้วจะให้ไปฮามื้อไหน  เพราะตลกจัญไรในระบบบริหารราชการงานเมืองในเรื่อง  "ประสานงา"  ชนิดที่หาดูที่ไหนไม่ได้เด็ดขาด  นอกจากที่ประเทศไทย  และในยุค  "รัฐบาลอภิสิทธิ์"  ที่เดียว!

     ก็เอากันเข้าไป  เจ้าหลัก-เจ้าการดีนัก  ก็อยากรู้เหมือนกันว่า  ไอ้การบริหารดีแต่ลีลาโวหารอย่างที่เป็นอยู่  มันจะเป็นเครื่องลากถูลู่ถูกังสถานภาพรัฐบาลไปได้ซักแค่ไหน  โดยเฉพาะเรื่องความขัดแย้งระหว่างคนสหภาพฯ   กับฝ่ายบริหารในกิจการรถไฟ  นั้น  การใช้นโยบาย  "ถือดีในอำนาจ"  แล้วหักด้ามพร้าด้วยเข่า

     ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่า  ระหว่างเข่ากับด้ามพร้า  ใครจะเหนียวกว่ากัน?

     ผมไม่ได้หมายถึงต้องให้รัฐบาล  ให้นายโสภณ  ซารัมย์  ให้นายยุทธนา  ทัพเจริญ  เชิญพาน-คลานเข่า  ไปหมอบราบกราบกราน  "ยอมทุกอย่าง"  กับพวกสหภาพฯ  แต่เรื่องที่เกิด  มันเป็นแค่สะเก็ดไฟที่กระเด็นออกมาจาก  "กองไฟใหญ่"  ของปัญหาบริหาร  และของนโยบายพัฒนากิจการรถไฟ  ที่ฝ่ายสหภาพฯ  กับฝ่ายบริหาร  ไม่มีการพูดจาทำความเข้าใจกันเลย

     กู-บริหาร  กูคือเทวดา  มึง-พนักงาน  มึงคือขี้ข้ากูสั่ง  มึงต้องทำ  ไม่ต้องถาม  ไม่ต้องแสดงความคิดเห็น  ซึ่งมันไม่ใช่อย่างนั้น  แต่ถ้าอย่างนั้น  มันไปได้หรอกครับ  ไม่ว่าในองค์กรไหนทั้งนั้น

     ใครผิด-ใครถูก  สอบสวนทวนความ  ฟังให้ชัดเจนจากทั้งสองฝ่ายก่อน  แล้วว่ากันไปตามกฎระเบียบ  แบบนั้น  เป็นการใช้อำนาจแบบมีสติ

     ไม่ใช่กูมีอำนาจ  ความเห็นกูคนเดียวชี้ขาดได้เลยว่าจะปลดใครออก  จะไล่ใครออกได้ตามใจชอบเดี๋ยวนั้น  อย่างที่นายยุทธนาทำ  แบบนั้น  มันเป็นการใช้อำนาจด้วยโทสาคติ  และโมหาคติ

     ไม่จบหรอก!

     ยิ่งนายอาคม  เอ่งฉ้วน  ส.ส.ประชาธิปัตย์  ออกมา  "ขัดขาพวก"  ด้วยการประณามสหภาพฯ  ด้วยทัศนคติลบ  ในขณะที่นายถาวร  เสนเนียม  คนประชาธิปัตย์ด้วยกัน  ลงไปทำหน้าที่  "ท้าวมาลีวราช" เจรจากับสหภาพฯ  ที่หาดใหญ่จนเข้าใจกันด้วยทัศนคติบวก  แถมกระหน่ำซ้ำด้วยนายโสภณ  ซารัมย์  คนมีหน้าที่โดยตรง  แต่แก้อะไรไม่ได้

     ตอกหน้าแงนายถาวรคนที่ลงไปทำให้รถไฟวิ่งได้ว่า  "ไม่เห็นด้วยที่นายถาวรลงไปเจรจากับสหภาพฯ  เพราะอาจมีเงื่อนไขนำไปต่อรองในอนาคต"!?

     เอาละซี..ตอนนี้  ไม่เพียงผู้ว่าฯ  รถไฟกัดกันกับสหภาพฯ  รถไฟคู่หนึ่ง  รัฐมนตรีถาวร-ประชาธิปัตย์  กัดกันกับรัฐมนตรีโสภณ-ภูมิใจไทยอีกคู่หนึ่งเท่านั้น

     ประชาธิปัตย์  กับประชาธิปัตย์ยังกัดกันเองอีกคู่...มันเป็นบ้า!

     ส่วนนายกฯ  อภิสิทธิ์น่ะเรอะ  "น้ำท่วมทุ่ง-ผักบุ้งโหรงเหรง"  เก่งลีลาวาทะ  แต่เอามาเป็นเนื้องานทางปฏิบัติไม่ได้  เอะอะก็...ผิดก็ว่ากันไปตามผิด... ยอมไม่ได้ที่จะให้ใครมาอยู่เหนือกฎหมาย...แล้วตกลงมันคืออะไร  จะให้ทำยังไงล่ะครับ  เอากฎหมายกับน้ำลายไปเขยื้อนขบวนรถไฟให้วิ่งได้งั้นหรือ?

     ทุกวันนี้  ถ้าพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล  มีเรื่องอะไรขึ้นมา  มีคนผิดแน่ๆ  เห็นอยู่แล้วคือ...ไอ้ปื๊ด!?

     แต่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล  มีเรื่องอะไรขึ้นมา  มีคนที่ไม่ผิดแน่ๆ  ในทุกเรื่องอยู่แล้วคือ...คนภูมิใจไทย!?

     อย่างกรณีนี้เหมือนกัน  มองซ้าย-มองขวา  หาคนผิดไม่ได้มาตั้ง  ๑๒  วัน  พอนายถาวรลงไปทำให้รถไฟใต้วิ่งได้เท่านั้นแหละ...นายถาวร  "ผิด"  ทันทีเลย

     ส่วน  นายโสภณ  นายยุทธนา  แห่งภูมิใจไทย  ที่ทำให้รถไฟจอดจมปลักเป็นรถควาย  จะให้ผิดได้ยังไงล่ะจ๊ะ...พ่อไข่ในหิน!?

     คุยเรื่องพ่อมาร์คไปแล้ว  ก็มาคุยเรื่องพ่อแม้วมั่ง  ทำตัวดังไม่เว้นแต่ละวันนะพ่อไข่โต  เนี่ยะ...บอกแล้วไม่เชื่อ  ยอมทำเป็นตัวอย่างที่ดี  ไม่หนีศาล  รับโทษติดคุกซะ  ๒  ปี  ป่านนี้อาจได้ออกมาเป็นมหาบุรุษแม้ว  สบายไปแล้ว  ดูอย่าง  "นายรักเกียรติ  สุขธนะ"  อดีตรัฐมนตรีสาธารณสุข  ซิ  คดีทุจริตเหมือนกัน  ติดคุก  ๑๗  ปี  ๖  เดือน

     แป๊บเดียวเอง  ออกมาแล้วเมื่อวานนี้  (๒๙  ต.ค.๕๒)  ได้รับพระราชทานอภัยโทษเหลือ  ๙  ปี  ๒  เดือน  เป็นนักโทษประกอบกรรม-ทำดี  ด้วยสำนึกดี-สำนึกชอบ  เย็นวาน  ศรีภริยาไปรอรับตัว  ควงแขนจากหน้าคุกคลองเปรมกลับไปนอนบ้านเป็น  นิว-รักเกียรติ  สุดจะแฮปปี้โฮมไปแล้ว

     ติดจริงๆ  ไป  ๕  ปี  ที่เหลืออีก  ๒  ปี  ๖  เดือน  กรมราชทัณฑ์อนุมัติ  "พักการลงโทษ"  ตามเกณฑ์-ตามคุณสมบัติ  นั่นแหละครับ!

     ก็ลองคิดเล่นๆ  ดูซี  ๑๗  ปี  ๖  เดือน  ทำตัวดีๆ  ในคุก  ติดจริงๆ  แค่  ๕  ปีก็ออกมาแล้ว  อย่างทักษิณโทษ  ๒  ปี  เทียบตามปฏิทินคุก  ติดจริงๆ  ซัก  ๘  เดือน  ก็อาจเข้าเกณฑ์พักโทษ

     แหม...คิดแล้วก็เสียดาย  เอาเวลาที่หนีอยู่นอกประเทศมานอนเอกเขนกเอาตูดแช่น้ำ  ร่างพิมพ์เขียวประเทศไทยใหม่อยู่ในคลองเปรม  วันนี้-พรรคพวก  บริวารทั้งหลาย  ไม่ตั้งขบวนตั้งแต่ปากประตูเรือนจำยาวไปถึงจันทร์ส่องหล้า  จิ๋วรำหน้ากลองยาว  เอ้า..มงเท่งมง..แห่แม้วส่งเมืองสนั่นลั่นโลกไปแลวรึ..นั่น

     เอพี,  รอยเตอร์,  ซีเอ็นเอ็น,  บีบีซี  ฟอกซ์,  ซีเอ็นบีซี  กระทั่งอัลจาซีเราะห์  ไม่มาแย่งกันถ่ายทอดสดไปทั่วโลก  ผมให้ถอง!?

     เขาถึงว่า...ไม่รู้จักบริหารเวลา (ติดคุก) ให้เป็นประโยชน์  ยอมกลับเข้ามาอังกระไอคุกซักนิด  คุกจะบ่มทักษิณให้กลายเป็นนักการเมืองผู้ยิ่งใหญ่  ใครๆ  ก็ต้องซูฮก  และจะไม่ทำให้เพื่อนรักอย่างฮุน  เซน  ต้องขายหน้าที่ดันก้นนักโทษหนีคุกธรรมดาๆ  ไปตีเสมอกับนักต่อสู้เพื่อมนุษยชาติประชาธิปไตยอย่างนางอองซาน  ซูจี 

     พูดถึงเรื่องการ  "ถอดยศ-คืนเครื่องราช"  นั้น  ผมไม่เข้าใจ  สมุนเพื่อไทยจะร้องแรกแหกกระเชอในลักษณะ   "แกล้งโง่"  เอาใจนายไปถึงไหนกัน  ไม่มีใครแกล้งใครหรอกครับ  มันเป็นไปตามกฎระเบียบที่มีอยู่แล้ว  ไม่ใช่รัฐบาลนี้  หรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  หรือสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  หรือใครๆ  เขาจะจองล้าง-จองผลาญทักษิณด้วยวิธีนี้หรอก

     ระบบ-ระเบียบ-แบบแผน-กติกาสังคม  มันมีอยู่  ไม่ใช่ทักษิณคนเดียวหรอก  ถ้าอ่านราชกิจจานุเบกษา  หรืออ่านข่าวหนังสือพิมพ์  จะเห็นปีละครั้ง-สองครั้ง  ที่มีคนถูกถอดยศ  เรียกเครื่องราชฯ  คืน  อย่าว่าแต่ตำรวจ-ทหารเลยครับ  กระทั่งระดับผู้พิพากษา  คนในสถาบันตุลาการเมื่อเดือน-สองเดือนผมก็อ่านพบ

     ไม่เอาน่า  อย่าโยเย  อย่าหาเรื่องชวนตี-ชวนทะเลาะไปทุกเรื่อง  แบบอันธพาล  แบบคนไร้สปริต  ไร้จิตสำนึก  มันไม่น่ารักครับ  สัตว์-ยังไว้ศักดิ์แห่งเผ่าพันธุ์  แล้วพวกเราเป็นเผ่าพันธุ์ท่านผู้ทรงเกียรติ  จะไม่ไว้ศักดิ์แห่งสัตว์ผู้ทรงเกียรติกันบ้างเชียวหรือ?

     จะว่าไปแล้ว  "ยศถาบรรดาศักดิ์"  กับทักษิณนั้น  ควรต้องทำความเข้าใจว่า  "มีลาภ-เสื่อมลาภ,  มียศ-เลื่อมยศ"  ถึงจะถูกถอดยศ  พ.ต.ท.ก็ยังมียศที่พลเอกชัยสิทธิ์เคยทำพิธีเรียกว่า  "เจ้ามูลเมือง"  อยู่  บรรดาผู้สวามิภักดิ์ทั้งหลายจะเรียกใหม่ว่า  "เจ้ามูลเมืองทักษิณ"  หรือ  "ทักษิณเจ้ามูลเมือง"  ผมก็ว่าเริ่ด  ไม่ด้อยกว่ายศ  พ.ต.ท.ซะด้วยซ้ำ

     แล้วนี่ก็ได้ข่าวว่า  "วันลอยกระทง"  ที่  ๒  พฤศจิกานี้  จะนั่งเจ็ตส่วนตัวย่องเข้าไปหาฮุน  เซน  เพื่อนรักที่กรุงพนมเปญ  ก็บอกให้ฮุน  เซน  เพื่อนรักอวยยศให้เป็น  "สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโชแม้ว"  ก็ไม่น่าจะยาก  ง่ายกว่ามาบ้านเขา-เมืองเขา  แล้วทำกร่างอหังการพูดจาหยาบช้าสามานย์เหมือนคนบ้านป่าเมืองเถื่อน  อย่างตอนมาประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนเป็นไหนๆ

     แต่งเครื่องทรงให้งามสง่า  ถ่ายรูปใหญ่ๆ  ให้อะร้าอร่าม  เตรียมเอามาทำโปสเตอร์หาเสียงในเมืองไทยไงล่ะ!

     หรือมองกันอีกที  ตามบทบาท  ตามลีลา  ที่เคลื่อนไหว  ทั้งไฟในก็นำออก  ทั้งไฟนอกก็นำเข้า  ทั้งสั่งระดมพลใหญ่หวังหักชิงเมืองให้ได้ภายในปลายปีนี้-ต้นปีหน้า  เพื่อจะสถาปนาทักษิณเป็นนายใหญ่-ไทยแดงทั้งแผ่นดิน

     คึกคักไม่หยุดนิ่งกันทั้งใต้ดิน  บนดิน  ในป่า  ในเมือง  และทั้งใน-นอกประเทศ  แบบนี้แล้วจะมาห่วง  มาหวง  มายื้อแค่ยศสองดาวมงกุฎครอบ  และเครื่องราชฯ  ไปทำไม?

     ถึงตอนนั้น  แม้แต่ดาวกับเดือน  ถ้าทักษิณอยากได้...ก็มีครับนาย  ได้ครับทั่น  ทันทีอยู่แล้ว!!

     หรือพูดกันอีกที  ทั้งทักษิณ  ทั้งพรรคเพื่อไทย  เห็นด่าระบบอำมาตย์  ประกาศจะล้มระบบอำมาตย์  ในเมื่อปฏิเสธระบบให้เห็นชัดๆ  อย่างนี้  แล้วจะทำเป็น  "เกลียดตัวกินไข่-เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง"  ไปทำไม  เอาไว้รอเครื่องทรงยศระบบแม้วแจกกันเอง  จะไม่ถูกใจกว่าหรือ?

ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 30 ตุลาคม 2552