ปรากฏการณ์ "ทักษิณอยู่ไหน-บรรลัยที่นั่น"

     เมื่อเอ่ยถึง  "ดูไบ"  ท่านนึกถึงอะไรก่อน  ทะเลทราย..อูฐ..อินทผลัม..แขกคลุมหน้า..ระบำหน้าท้อง..น้ำมัน..ชีค..สุลต่าน..ความร่ำรวย..เงินเนรมิตโลก..ผมว่าก็  "ใช่"  ทั้งนั้น  เพราะดูไบพื้นที่แห้งแล้งเต็มไปด้วยทะเลทรายในอดีต  วันนี้กลายเป็น  "สิ่งมหัศจรรย์ของโลก"   ไปแล้ว  อะไรที่เรียกว่า  "ที่สุดในโลก"  ถูกเนรมิตขึ้นที่นี่ทั้งใต้น้ำ  เหนือทราย  ทั้งในอากาศ  และทั้งบนบก

     ทั้งโลก  ซูฮก-ยกย่อง  "ดูไบ"  ว่า...ที่นี่แหละคือ  "ศูนย์กลางโลกแห่งใหม่"  ในศตวรรษที่  ๒๑!

     ผมว่านะ  ให้ใครซื้อเครื่องพิมพ์แบงก์มาซักร้อยเครื่อง  แล้วพิมพ์ทั้งวัน-ทั้งคืน  เรียกว่ามีแรงเท่าไหร่ก็พิมพ์เอาตามใจชอบ  ให้พิมพ์ไป  ๑  ปีเต็มๆ  ผมก็ว่าพิมพ์ได้ไม่ถึงครึ่งที่ดูไบใช้หมดไปในการเนรมิตมหานครของเขาให้เป็นที่ร่ำลือ-ฮือฮากันอยู่ขณะนี้

     โดยเฉพาะ   ๓  อภิมหาโครงการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร  ถมทะเลให้เป็นเกาะ  ๓  เกาะ   คือ  ปาล์ม  จูไมราห์  เดอะ  ปาล์ม  จูเบล  อาลี  และเดอะ  ปาล์ม  เดียร่า  ภายใต้โครงการใหญ่ที่เรียกว่า  เดอะ  ปาล์ม  ไอร์แลนด์ส

     แค่นั้นยังไม่หนำใจ   ขุดใต้ท้องทะเลลงไปสร้างเมือง  สร้างโรงแรมอยู่กันขนาดนั้นเลยเชียว  และนัยว่า  ซัมวัน-ซัมบอดี้  หน้าสี่เหลี่ยม  กิน-ขี้-ปี้-นอน  อยู่ในแถวๆ  นี้ด้วยซ้ำ?

     เดอะ  ปาล์ม  ไอร์แลนด์ส  ก็ที่เรามักเห็นตามโทรทัศน์  ตามหน้าหนังสือพิมพ์  และแมกกาซีนทั่วไป  นั่นคือเกาะรูปต้นปาล์มโผล่ขึ้นมากลางทะเล  และมีกิ่งก้านแผ่ออกไปโดยรอบ  มองจากที่สูงๆ  ลงมา  มันสุดแสนจะมหากาฬ-ภาณยักษ์  ให้ความตื่นตา-เสียวใจ  จนปวดปัสสาวะ

     เขาขายเป็นกิ่ง  แต่ละกิ่งแตกขายเป็นก้าน  และในแต่ละก้าน  ยังแตกขายเป็นแต่ละใบอีกตะหาก  เศรษฐีไทย  นักการเมืองไทย  คนวงธุรกิจบันเทิง  ผมได้ข่าวว่าเมื่อ  ๓-๔  ปีที่แล้ว  จองกันไว้คนละกิ่ง  คนละก้าน  กระทั่งคนละใบก็มี!

     ดูไบเขาคุยว่า  เฉพาะ  เดอะ  ปาล์ม  ไอร์แลนด์ส  นี้  ใช้เงินกว่า  ๓,๐๐๐  ล้านเหรียญสหรัฐ  ถมลงไปในทะเลจึงได้หมู่เกาะนี้ขึ้นมา  และยกยอปกปั้นกันว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์อันดับ  ๘  ของโลก!

     ครับ...ผมก็ออกแขกมาซะยาว    ก็เพื่อจะบอกในเรื่องที่ท่านทราบจากข่าวคราวอยู่แล้วว่า  "บริษัท  ดูไบ  เวิลด์"  ซึ่งมีภาพเป็นอภิมหาโคตรแห่งความร่ำรวยในโลก   มีธุรกิจการค้า  การลงทุนทั่วโลก   แต่วานนี้  (๒๗  พ.ย.๕๒)  ประกาศ  ไม่มี-ไม่หนี-ไม่จ่าย  ชั่วคราวซะแล้ว!?

     ประกาศขอเลื่อนการชำระหนี้   ๓,๕๐๐  ล้านเหรียญสหรัฐ  ทั้งดอกเงินกู้สถาบันการเงิน  และทั้งพันธบัตรอิสลามที่ครบกำหนดจ่ายในเดือน  ธ.ค.นี้ออกไปอีก  ๖  เดือน

     นี่ส่วนเดียวเท่านั้น  จริงๆ  แล้วสถานะทางการเงินของดูไบ  เวิลด์  ตอนนี้  "ไม่เจ๊งก็ใกล้เจ๊ง"  เพราะมีหนี้สินรวมเกือบ  ๖๐,๐๐๐ -๘๐,๐๐๐  ล้านเหรียญสหรัฐ  แล้ว  ณ  วันนี้  สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ  ทั้งมูดี้ส์  และเอสแอนด์พี  อันเป็นเหมือนสถาบันอีแร้งคอยกินศพ

     ตีค่า  "สิ่งมหัศจรรย์อันดับ  ๘  ของโลก"  ดูไบ  เวิลด์

     มีค่าเท่า...ขยะ!

     ก็อาจสงสัยกันว่า  ดูไบ  เวิลด์  ก็แค่บริษัทหนึ่งของดูไบประสบปัญหาทางการเงิน  แล้วมันเกี่ยวอะไรกับ  "มหานครรัฐดูไบ"  อันเป็นหนึ่งในจำนวน  ๗  รัฐของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์   (ยูเออี)  จนเป็นที่ตื่นตระหนกตกใจ  สร้างความปั่นป่วนวุ่นวายให้กับตลาดเงิน  ตลาดหุ้น  ตลาดการค้า  การลงทุน  จนโกลาหลกันไปทั้งโลกขณะนี้?

     เกี่ยวซีครับ  เกี่ยวโดยตรงซะด้วย  เพราะในนามบริษัท  ดูไบ  เวิลด์  ก็จริง  แต่สถานะแท้จริงแล้ว  เป็นบริษัทเพื่อการลงทุนของรัฐดูไบเขาโดยตรง  หรือพูดให้เห็นภาพ  "รัฐบาลในภาพบริษัท"  นั่นแหละ  สมมติว่าดูไบ  เวิลด์  ล้มละลาย  ก็เท่ากับมหานครดูไบล้มละลาย

     แล้วอย่างนี้จะไม่สวิงสวายกันไปทั้งโลกได้อย่างไร   "ฮั่งเส็ง"  เจ๊ก-ตื่นหนี้  ที่ฮ่องกง  วันเดียวหล่นโครมเป็นพันจุด!

     ดูไบ  เวิลด์  ไม่เพียงลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในดูไบอย่างที่เห็นเท่านั้น  ความจริงขยายการลงทุนในธุรกิจที่เรียกว่า  "สากกะเบือยันเรือรบ"  ไปทั่วโลก  ไม่ว่า  ท่าเรือ-กาสิโน-อสังหาริมทรัพย์-โรงพยาบาล-เรือบิน-แบงก์  ฯลฯ  ไม่ว่าในยุโรป  สหรัฐ  จีน  อินเดีย  ญี่ปุ่น  กระทั่งในประเทศไทย-บ้านเรา

     ทีนี้ก็มาถึงคำถามว่า  อ้าว...แล้วใครล่ะคือ  "ผู้ยิ่งใหญ่ของโลก"  ในร่างทรงดูไบ  เวิลด์?

     คำตอบก็คือ   "สุลต่านอาห์เหม็ด  บิน  สุลาเยม"  ซึ่งเป็นทั้งสุลต่านของรัฐดูไบ  และเป็นทั้งประธานบริษัท  ดูไบ  เวิลด์  ที่แตกกิ่งก้านออกไปอีกกว่า  ๑๐๐  บริษัท  ท่านสุลาเยมถือว่ายังเป็นหนุ่มใหญ่-ไฟแรง  ใกล้ๆ  จะ  ๖๐  ขวบ  เป็นนักเรียนนอก  จบเศรษฐศาสตร์จากสหรัฐ

     ว่ากันว่า  เขาคนนี้แหละเจ้าของแผนปฏิรูปทะเลทรายดูไบให้เป็นเกตเวย์  ของกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง  และแอฟริกาบางประเทศ  ทำดูไบให้กลายเป็น  "มหานคร-ศูนย์กลางโลกยุคใหม่"    เป็นมหานครแห่งภาพจำลองมันสมองมนุษย์ผ่านงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ   อันรวมเรียกว่า  "อลังการงานสร้าง"  ของที่สุดในคำว่า  "ที่สุดในโลก"

     และทำสำเร็จได้ภายในทศวรรษเดียว!

     นอกจากเป็นประธานดูไบ   เวิลด์  ที่ใบกำลังร่วงตอนนี้  ยังเป็น  "สมาชิกสภาบริหารด้านเศรษฐกิจดูไบ"   และ  "สภาบริหารแห่งรัฐดูไบ"  ท่านผู้รู้บอกว่า  เป็นตำแหน่งเทียบเท่า   "คณะรัฐมนตรี"  ของรัฐดูไบ  ขึ้นตรงต่อผู้ปกครองนครรัฐดูไบ  คือ  "เชค  โมหะเหม็ด  บิน  ราชีด  อัล  มัคห์ตุม

     ดูไบ  เวิลด์  ของสุลต่านอาห์เหม็ด  บิน  สุลาเยม  ยิ่งใหญ่คับโลกหรือไม่  ก็ดูได้ตอนก่อนหน้านี้ซักปี-สองปี  สหภาพยุโรปบอกว่าจะออกกฎหมายควบคุมการเข้าไปลงทุนของดูไบ  เวิลด์  แล้วท่านสุลาเยมเพียงเอ่ยปากเบาๆ  ว่า

     "ถ้างั้นก็จะถอนการลงทุนในยุโรปทั้งหมด"

     แค่นั้นแหละ  สหภาพยุโรปผายลมไม่ออกจนถึงวันนี้!?

     ผมให้ภาพดูไบ   เวิลด์  และภาพ  CEO  ดูไบ  เวิลด์  มาขนาดนี้แล้ว  ท่านอาจยังรู้สึกเฉยๆ   บางท่านอาจย้อนถามเสียด้วยซ้ำว่า  "แล้วไง...มันเกี่ยวกะไทยตรงไหน?"

     เกี่ยวตรงนี้ครับ...เกี่ยวตรงที่ว่า  สุลต่านอาห์เหม็ด  บิน  สุลาเยม   ณ   ดูไบ  เวิลด์   นี่แหละคือ  "เพื่อนสุดเลิฟ"  ของท่านพี่ทักษิณ  ชินวัตร  และท่านที่ท่านพี่ทักษิณใช้ดูไบเป็นฐานบัญชาการโค่นล้มระบบและรัฐบาลไทยอยู่ได้ทุกวันนี้  เพราะมีเพื่อนที่แสนดีท่านนี้นี่แหละ!

     จำได้มั้ย  เมื่อ  ๒๒  พฤษภาคม  ๒๕๕๑  ก่อนที่จะพาเมียไปดูโอลิมปิก  ๘-๘-๐๘  แล้วถลกตูดหนีเลย   ช่วงมีข่าวเกรียวกราว   พาเศรษฐีซาอุฯ  มาซื้อนาไทยนั่นแหละ  ทักษิณสร้างภาพว่าเป็นผู้มีวิสัยทัศน์โลกให้ตัวเองด้วยการเชิญเพื่อนรัก  "สุลต่านสุลาเยม"  ให้มาแสดงวิสัยทัศน์ที่ศูนย์ประชุมสิริกิติ์

     นักธุรกิจ  พ่อค้า  ปัญญาชน  นักการเมือง  และนักสอพลอ  ไปนั่งอ้าปากหวอรอตบมือประจบทักษิณกันเกรียว!

     เพราะตอนนั้น  "นอมินีครองเมือง"  อยู่  คือเป็นสมัยรัฐบาลนายสมัคร  พอ  ๒๒  พ.ค. โชว์วิสัยทัศน์สร้างภาพให้เพื่อนเสร็จ  ๒๔  พ.ค.  นายธีรพล  นพรัมภา  เลขาฯ  นายกฯ  สมัคร  นายพงศ์เทพ  เทพกาญจนา  พาสุลต่านสุลาเยมเข้า  "สนทนาส่วนตัว"  กับนายกฯ  สมัคร

     คุยกันในแวดวงร่วมชั่วโมง  แล้วนายพงศ์เทพก็บอกกับนักข่าวว่า

     "สุลต่านอาห์เหม็ด   บิน  สุลาเยม  แจ้งให้นายกฯ  ทราบว่า  นายกรัฐมนตรีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มีความประสงค์จะเดินทางมาเยือนประเทศไทย  ซึ่งนายสมัครก็ยินดีต้อนรับ  และยังได้ขอบคุณรัฐบาลไทยที่ให้กลุ่มบริษัท   ดูไบ  เวิลด์  ศึกษาความเป็นไปได้ในโครงการพัฒนาท่าเรือฝั่งทะเลอันดามัน   และสะพานเศรษฐกิจเชื่อมโยงท่าเรือฝั่งอ่าวไทย  ซึ่งเป็นการศึกษาในลักษณะให้เปล่า"

     แปลไทยเป็นไทยก็คือ  ท่าเรือฝั่งทะเลอันดามันและสะพานเศรษฐกิจ  ที่เรียกกันว่า  "แลนด์บริดจ์"  เชื่อมโยงฝั่งอ่าวไทยที่สงขลา  "เสร็จระบอบทักษิณ"  ผ่านดูไบ  เวิลด์  ไปอีกโครงการหนึ่ง  ด้วยการตีตราจองขั้นต้นกัน  "ไก่ตื่น"  ด้วยลีลา  "ช่วยเหลือแบบให้เปล่า"  อ้างว่าเพื่อศึกษาโครงการ

     กระทรวงคมนาคมตอนนั้น   ถ้าจำไม่ผิด  "นายสันติ  พร้อมพัฒน์"  คนรู้ใจนายหญิงเป็นรัฐมนตรี   ให้สำนักนโยบายและแผนการขนส่งและการจราจร   (สนข.)  เซ็น  MOU  กับดูไบ  เวิลด์  กันเรียบร้อยไปแล้วตั้งแต่วันที่  ๒๒  พ.ค.นั่นน่ะ!

     และในช่วงนั้น   ถ้าใครความจำยังดี  น่าจะจำได้ว่า  มีข่าวคราวซู่ซ่าในวงการอสังหาริมทรัพย์ว่า  ดูไบ  เวิลด์  ของท่านสุลต่านสุลาเยม   สนใจจะลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ๆ  ในเมืองไทยด้วย

     นอกจากกิจการท่าเรือที่  "ตีตราจอง"  ไว้แล้ว  บริษัทไทยที่ดูไบ  เวิลด์  เล็งๆ  จะร่วมทุนด้วย  ก็เป็นบริษัทในเครือตระกูลชินวัตรนั่นเอง  แต่จะเหมือนอย่างที่ทักษิณไปลงทุนในปาล์ม  ไอร์แลนด์ส  ใช่หรือไม่  ผมก็ไม่ทราบนะครับ!?

     ครับ...ก็ไม่มีอะไรมาก  เมื่อเกิดปาฏิหาริย์  เสกทรายกลายเป็นทองคำได้ที่ดูไบ  และวันนี้ก็เกิดปาฏิหาริย์รอบใหม่  อภิมหาเศรษฐีของโลกดูไบกลายเป็นยาจกชักดาบไปในพริบตา  ก็เลยนำมาเล่าสู่กันฟังว่า  ดูไบ  เวิลด์  ที่จู่ๆ  ก็จนหมดเนื้อ-หมดตัว  ถึงขนาดประกาศ  ไม่มี-ไม่หนี-ไม่จ่าย  นั้น

     ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน  ดูไบ  เวิลด์  ของ  "สุลาเยม"  สหายรัก-เพื่อนเลิฟ  ที่ทักษิณไปพักพิงอยู่กินด้วยขณะนี้  และก็คือคนที่ทักษิณเคยพาช็อปประเทศไทยเมื่อไม่นานมานี้นี่เอง!

     นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า  ทักษิณไปอยู่ที่ไหน  ฉิบหายที่นั่น  นี่ได้ข่าวว่า  "สมเด็จฮุน  เซน"  ก็กำลังหนาวสั่น  อันเป็นอาการหลัง  "เหยียบแผ่นดิน"  ของทักษิณนั่นแล.

ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 28 พฤศจิกายน 2552