มิติแห่ง"ประยุทธ์ จันทร์โอชา"

 เอาหละน่ะ...ผ่านด่านวิบากมาได้จนถึงวันนี้แล้ว ก็ไม่ต้องหวั่นเกรงอะไรอีก ผมมั่นใจว่าเปิดทำงานวันจันทร์ที่ ๑๔ กุมภาเป็นต้นไป ทุกอย่างจะสดชื่น-แจ่มใส พระอาทิตย์ขึ้นทางซีกโลกประเทศไทย ศึกสงครามด้านเขมรอย่าไปพูดถึงว่าไม่มี ต้องพูดว่า "มี-แต่กูไม่กลัวมึง" เชื่อมือกองทัพไทยเราเถอะ ยิ่งผมได้จับทัศนคติและแนวคิด "พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา" ผบ.ทบ. ผ่านคำสัมภาษณ์เมื่อวาน บอกได้เลยว่า แบบนี้....หายห่วง 
 ส่วนในเวทีโลก เที่ยวนี้รัฐบาลทำงานเป็นทีม แถมฟูลทีม แบ่งเป็น ๒ ทัพ รัฐมนตรีกษิต-ไปยูเอ็น ที่นิวยอร์ก สุวิทย์ คุณกิตติ, อัษฎา ชัยนาม ไปยูเนสโก ที่ฝรั่งเศส เชื่อมือนายกฯ อภิสิทธิ์ และเชื่อ "ไต๋" ที่ไทยเรายังอุบอยู่ในเกมนี้เถอะ
 แต่ก่อนคุยอะไรกัน ทราบทิศทางบ้านเมืองผ่านการเมืองไว้หน่อยก็ดี ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ เรื่องการทำสนธิสัญญากับต่างประเทศ กับมาตรา ๙๓-๙๘ เรื่องระบบเลือกตั้งและจำนวน ส.ส.แบบเขต ๓๗๕ คน กับสัดส่วนบัญชีรายชื่อ ๑๒๕ คน ผ่านความเห็นชอบที่ประชุมรัฐสภา วาระ ๓ เมื่อวาน (๑๑ ก.พ.๕๔) เรียบร้อยแล้ว
 มาตรา ๑๙๐ เห็นชอบ ๓๙๗ เสียง
 มาตรา ๙๓-๙๘ เห็นชอบ ๓๔๗ เสียง
 "เกินกึ่งหนึ่ง" ของจำนวนสมาชิกรัฐสภาที่เข้าประชุม จึงถือว่า "รัฐบาลอภิสิทธิ์" แก้รัฐธรรมนูญได้สำเร็จ ส่วนใครจะเย่อในประเด็นไหนต่อไปเพื่อไม่ให้เกิดได้ก็ว่ากันไป แต่ตามขั้นตอน ก็เหลือเพียงนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย และเมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วก็มีผลบังคับใช้ทันที
 นี่ก็คือสัญญาณ "ยุบสภา" ใกล้เข้ามาแล้ว เมษา-พฤษภา โอกาสที่ชาวบ้านจะได้เลือกตั้งทั่วไป...สูงมาก!
 บ้านเมืองเป็นเรื่องของเราทุกคนครับ ไม่ใช่ของ ส.ส.-ส.ว. ไม่ใช่ของพรรคการเมือง ทุกการกระทำ ทุกการตัดสินใจ ขอให้เอาความรับผิดชอบต่อบ้านเมือง "ด้วยสติ" เป็นตัวตั้ง อย่าเอาตัวเองและพวกตัวเองเป็นตัวตั้ง ขอให้รู้เพื่อความมั่นใจไว้อย่างว่า ประเทศไทยเราสมบูรณ์พร้อมทุกอย่าง มีแต่คนจ้องเข้ามาจับจอง
 ฉะนั้น ช่วยกันครับ ช่วยกันหวงแหนและถนอมรักษาไว้ ไม่ใช่เพื่อเราหรอก แต่เพื่อความเป็นมรดกตกทอดจากรุ่น-สู่รุ่น "ว่านวงศ์พงศ์เผ่าไทย" ของเราทุกคน!
 การรักลูกนั้นดี แต่ลูกจะดีได้นั้น เราต้อง "รักลูกให้ถูกทาง"
 ประเทศชาติบ้านเมืองก็เช่นกัน รักชาตินั้นดี แต่ชาติจะดีได้นั้น เราต้อง "รักชาติให้ถูกวิธี"!
 รักชาติ ด้วยการก่นด่าคนที่เห็นไม่ตรงกับตัวเองว่าขายชาติ รักชาติด้วยการชุมนุม ปิดถนน เผาบ้าน-เผาเมือง และป่วนประเทศให้เห็นว่าหาความสงบไม่ได้ และรักชาติด้วยการเป็นแนวร่วมศัตรูต่างชาติ
 แบบนี้....รักชาตินั้น ถึงถูก แต่วิธีในการแสดงออกซึ่งความรัก ไม่ถูกครับ!
 ที่ผมพูดถึง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าทั้งบู๊-ทั้งบุ๋น "หายห่วง" นั้น ก็จากที่ท่านให้สัมภาษณ์นักข่าวเมื่อวาน (๑๑ ก.พ.) ปกติสังคมจะซึมซับภาพพลเอกประยุทธ์ว่า เป็นทหารนักรบ เจ้าอารมณ์-เจ้าอำนาจ ถนัดแก้ปัญหาด้วยกำลังมากกว่าสติปัญญา สรุปก็คือ ทหารก็คือทหาร
 รู้จักโลกเผด็จการ ไม่รู้จักโลกประชาธิปไตย!
 แต่ที่ท่านขยายทัศนคติและแนวคิด "บุ๋นในบู๊" ให้ปรากฏเมื่อวาน ภาพในความเป็นตัวตนของ "พลเอกประยุทธ์" กระจ่างชัดขึ้นมาทันที มันเป็นความลงตัวของส่วนผสมบุ๋น-บู๊ ที่ให้รสชาติกลมกล่อม ถ้าไม่เชื่อท่านก็ลองชิมดูซิครับ
 "สถานการณ์ขณะนี้ไม่เหมือนกับสมัยโบราณ ที่มีการตียึดบ้าน-ยึดเมืองแล้วยึดครองกันไปเลย ทำไม่ได้ เพราะมีเวทีโลก ประเทศต่างชาติเฝ้าจับตาดูอยู่ การทำอะไรก็ตามต้องอยู่ในกรอบที่กำหนด หากเขาตอบโต้มา เราก็ต้องตอบโต้ในกรอบที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้เหตุการณ์ลุกลามบานปลาย เพราะต้องอยู่ร่วมกันในภูมิภาคนี้ เราหนีกันไปไม่ได้ ทั้งนี้ต้องใช้เวลาสักระยะ เพราะเหตุการณ์เพิ่งผ่านมา ทุกอย่างยังไม่เรียบร้อย ทางรัฐบาลและกระทรวงการต่างประเทศกำลังเจรจาทำความเข้าใจกับเวทีสากล หน้าที่ของกองทัพและทหารคือการใช้กำลัง และทำอย่างไรให้ประชาชนปลอดภัย ประเทศชาติเสียหายน้อยที่สุด"
 เมื่อนักข่าวถามว่า "ในฐานะที่ไทยมีความสัมพันธ์อันดีกับสหรัฐ มั่นใจว่าเขาจะอยู่เคียงข้างไทยเราหรือไม่?"
 คำถามนี้ดูพื้นๆ แต่คนตอบ ถ้าตอบพื้นๆ ราคาก็จะพื้นๆ มันเป็นปัญหาเชาวน์มากกว่าปัญหา ๒+๒ เป็นเท่าไหร่ แล้วลองมาดูกันนะครับว่าพลเอกประยุทธ์ท่านตอบว่าอย่างไร
 "อย่าเพิ่งไปแบ่งข้างดีกว่า ทุกประเทศก็อยากให้สงบ ช่วยกันเจรจา ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์ที่ไหนก็ตาม คงไม่มีประเทศไหนที่อยากให้รบกัน"
 ไม่เด้งเชือก ไม่ฉากหลบ ไม่ฟุตเวิร์ก แค่เบี่ยงศีรษะคลิกเดียว หมัดฝ่ายตรงข้ามก็วืดผ่านหน้า เรียกว่าเป็นลีลาสวยงาม!

 

ตีพิมพ์คร้งแรก: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2554