"หลวงพ่อตามใจ" นี่ท่านขลังนะ ก็ดูซีครับ ท่านคงเห็น ๒ มัคนายกที่ผมใช้งาน เป็นหู-เป็นตา กับการซ่อม-สร้างโบสถ์ของหลวงพ่อที่วัดพญาไม้ ราชบุรี ทำงานเป็นที่พอใจ พอเสร็จเท่านั้นแหละ ท่านตบรางวัลใหญ่ให้ทันทีเลย "คุณสะอาด เปี่ยมพงศ์สานต์" เวียนรับรางวัลยอดเยี่ยมจากบท "หลวงตาชื่น" ในหนังเรื่องนาคปรกเหนื่อยจนหอบ แค่เดือนเดียว รับไปแล้ว ๓ รางวัล จาก ๓ สถาบัน กว่าจะสิ้นปี ไม่กวาดหมด ก็...ไขข้อหมด?
อีกท่านก็คือ "คุณสันต์ สะตอแมน" เมื่อวันจันทร์ ไปกราบ "พระหลวงตามหาบัว" ด้วยกันที่วัดป่าบ้านตาด อุดรธานี ตอนเที่ยงๆ เดินอ่านโน่น-อ่านนี่ อยู่บริเวณลานวัด คงนึกอะไรขึ้นมาได้ รีบผลุนผลันตีตั๋วเรือบินกลับกรุงเทพฯ ก่อน บอกว่า...ตอน ๖ โมงเย็นมีประชุมสำคัญ พอผมกลับถึงกรุงเทพฯ เที่ยว ๔ ทุ่ม ปรากฏว่า
มัคนายกสันต์ไม่ใช่คนธรรมดาซะแล้ว.....
กลายเป็น "ท่านนายกฯ" จนต้องแย่งกันอวยไม่รู้จบ!
ที่ว่ารีบกลับน่ะ เพราะคุณสันต์นึกขึ้นได้ว่า "สมาคมผู้สื่อข่าวบันเทิง" นัดประชุมเพื่อหาตัวผู้นำคนใหม่ ก็อีท่าไหนไม่รู้ ปรากฏว่าคุณสันต์ได้รับเลือกเป็น "นายกสมาคมผู้สื่อข่าวบันเทิง" เฉยเลย ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจว่าเป็นโชคลาภ หรือทุกขลาภกันแน่
เอาเป็นว่า "หลวงพ่อตามใจ" ท่านสมนาคุณให้ก็แล้วกัน สิ่งที่ได้รับ ทั้งรางวัลของคุณสะอาด และทั้งตำแหน่งนายกสมาคมฯ ของคุณสันต์ ไม่สำคัญเท่ากับว่า เมื่อได้มาแล้ว ผู้ได้รับเกียรติจากสังคมทั้ง ๒ ท่านนี้ สามารถทำในสิ่งที่ผู้ให้คาดหวังได้ดีขนาดไหนเท่านั้น?
ก็ขอให้แบกทุกข์เพื่อ "ความสุขผู้อื่น" สมทั้งเจตนาเขาและเจตนาเรา...เทอญ!
คุยการบ้าน-การเมืองมุมแคบมามากแล้ว วันนี้ลองคุยมุมกว้างกันบ้างปะไร เพื่อให้เข้าบรรยากาศโลกขณะนี้ "กัดดาฟี" นี่ ผมว่า...บ้าสมราคา ถึงขนาดจ้าง "นักรบนอกชาติ" มาเป็นกองกำลังติดอาวุธไล่ยิง ไล่ฆ่าประชาชนที่ประท้วงขับไล่ ก็ต้องยกให้พี่เขา วันนี้-พรุ่งนี้ ไปได้ แต่ปะรืน ปะเรื่องนี้ ไปไม่รอดหรอกครับ
กัดดาฟีบอกว่า "จะสู้จนตัวตาย" ไม่ยอมหนี ไม่ยอมแพ้.....
ก็คง "ได้ตาย" สมใจแน่ ไม่ใช่ตายด้วยน้ำมือ UNSC นอมินีตำรวจโลกอย่างสหรัฐหรอก แต่สิ่งที่ทำกับประชาชน ซึ่งเป็นประชาชน เพื่อประชาชนชาวลิเบียทั้งมวลแท้จริง ไม่ใช่กลุ่มคนแอบอ้างเป็นประชาชน แล้วทำเพื่อนายหมู นายแมว คนใด-คนหนึ่งโดยเฉพาะ
ก็ต้องตายด้วย "น้ำมือประชาชน" เองนั่นแหละ!
โลกเดี๋ยวนี้ไปเร็ว จากอาหรับตะวันออกกลาง ไปแอฟริกาเหนือ อีกแป๊บเดียวคงถึงยุโรป เฉพาะพวกผู้นำที่มีรสนิยมเสพอำนาจ และใช้อำนาจแสวงหาแบบ "กอบโกย" ให้ตัวเองและพรรคพวกในระบบทุนผูกขาด คง "เสียว" เป็นพิเศษ โดยเฉพาะ "นายแบร์ลุสโกนี" นายกฯ แห่งอิตาลี ผู้เป็น "พิมพ์นิยม" ของแบร์ลุสโกนีเมืองไทย ที่กำลังเป็นสัมภเวสีอยู่ตอนนี้
พูดถึงแบร์ลุสโกนีเมืองไทย ดูเหมือนว่าเขาอ่านสถานการณ์โลกช่วงนี้ "โลมใจตัวเอง" จนออกอาการกระดี๊กระด๊า ทั้งลูกพี่และขี้ข้า ตะแล็ปแก็ปซี้ดซ้าด-เฮฮากันเหมือนเห็ดได้ปุ๋ยหมัก
เขาสรุปกันว่า เผาบ้าน-เผาเมืองถูกทางแล้ว เพราะเหล่านี้คือสัญญาณโลกเปลี่ยนอำนาจ โดย "ประชาชนปฏิวัติ"
ล้มอำนาจเก่า สถาปนาอำนาจใหม่!
แถมจับประเทศไทยเข้าเครื่อง "ถอดรหัส" เสร็จสรรพว่า...เวลาที่พวกข้ารอคอยใกล้เข้ามาถึงแล้ว!?
ฟังที่เขาอหังการเป็นนัย การ "จัดตั้ง" ทั้งหลายตามสูตร พคท.ที่เคยไปฝึกมา พร้อมหมดแล้ว รอเพียงสัญญาณบนเงื่อนไขสถานการณ์เอื้อเท่านั้น พวกเขาจะเป่านกหวีด เปลี่ยนประเทศไทยตามแฟชั่นตะวันออกกลาง-แอฟริกาเหนือ ให้เหลืออย่างเดียวคือ
โครงสร้างประเทศ!?
นอกนั้น พวกเขาจะ คิดใหม่-ทำใหม่-สถาปนาใหม่ เอาให้ "สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน" ตาค้างไปเลย!
ก็ว่ากันไป สร้างดาวคนละดวงกันไป ตามองดาวแล้วก็อย่าลืมให้เท้าติดดินก็แล้วกัน เดี๋ยวจะลอยไปเสียก่อน เรื่องการเปลี่ยนแปลง หรือที่ใช้ภาษาฝรั่งเรียกกันว่า Change...Change นี้ ผมไม่มีความเห็นแย้ง เพราะผมศิษย์ "ดาวพลูโต" มองในมุมนี้ต่อเนื่องมา ๓-๔ ปีแล้ว แต่ Change ในความหมายของผม
Change คือ การลอกคราบ ในโครงสร้างหลักเดิม
แต่ที่บางคน-บางกลุ่มมุ่งหมาย Change ของเขาไม่ใช่การลอกคราบ หากเป็นการ...ถลกเนื้อ-เถือหนัง เปลี่ยนร่าง เปลี่ยนวิญญาณกันไปเลย!?
ก็ไม่มีใครผิด-ใครถูก สิ่งที่ประชาชนของประเทศพอใจที่สุดนั่นแหละ...ถูก เมื่อมองในจุดนี้ผ่านความเคลื่อนไหวของประชาชนในตะวันออกกลางและแอฟริกาชนิด "เพ่งเล็ง-แยกแยะ" จะเห็นว่า
ทั้งตูนิเซีย อียิปต์ เยเมน บาห์เรน ลิเบีย และ ฯลฯ เขาไม่ได้เจาะจงเรียกหาตัวคนและระบอบว่า ต้องการประชาธิปไตย หรือต้องการอะไร-ใครเป็นการเฉพาะ
แต่ที่เห็นทั้งหมด เหตุให้ประชาชนขับไล่ผู้นำแต่ละประเทศนั้น มาจากพฤติกรรมการใช้อำนาจบริหารและปกครองของผู้นำโดยตรง รูปธรรมก็คือ ปกครองแบบเผด็จการอำนาจ และเป็น "อำนาจผูกขาด" ประเทศ ทั้งโกงกิน ทั้งกอบโกย
กอบโกยด้วยตัวเองยังไม่พอ ยังเอาลูก เอาเมีย เอาบริวาร มาช่วยกันกอบโกย-โกงกินจากบ้านเมือง จากประชาชน เรียกว่าไร้ความละอาย ไร้จิตสำนึกสาธารณะ ปล่อยให้ประชาชนอดอยาก-ยากเข็ญ เผชิญชะตากรรมเป็นเหยื่อระบบทุนผูกขาด ชนิดว่า ชาตินี้ทั้งชาติ ไม่ต้องโงหัว
โครงสร้าง "ความรวยผูกขาด" ของพวกผู้นำเหล่านี้ จะวนเวียนอยู่กับกิจการพลังงาน กิจการโทรคมนาคม วิทยุ-โทรทัศน์-โทรศัพท์-ดาวเทียม กิจการธุรกิจผูกขาดด้านสาธารณูปโภค การก่อสร้างใหญ่ๆ ไม่ว่าที่ลิเบีย ที่อิตาลี ที่อียิปต์ (เขมร-ไทยก็เหอะ)
ในขณะที่ประชาชนอดอยาก สิทธิเสรีภาพถูกควบคุมและจำกัด งานการไม่มีทำ แต่ชนชั้นผู้นำกลับร่ำรวย มีชีวิตความเป็นอยู่หรูหรา ไม่เดือดร้อนกับค่าครองชีพที่แพงขึ้นตามกลไกระบบทุนนิยม กลุ่มคนที่ต้องสัมผัสกับกลไกระบบทุนมากกว่าเพื่อนคือ คนหนุ่มสาวอันเป็นวัยทำงาน
เขาทนไม่ไหว ก็เลยเป็นตัว "จุดระเบิด" ประชาชนปฏิวัติขึ้น และก็จุดติดอย่างรวดเร็ว เพราะประชาชนชั้นล่างๆ ซึ่งมีจำนวนมากมีสภาพเหมือน "ฟางแห้ง" ในหน้าร้อนอยู่แล้ว
พรึ่บเดียว...ลามเกือบครึ่งโลก!
เห็นมั้ย เขาไม่ได้เรียกร้องประชาธิปไตย หากแต่เขาเรียกร้องการบริหารและปกครองที่เป็นธรรม เรียกร้อง อย่าโกง-อย่ากิน-อย่ากอบโกยให้มากนัก เรียกร้องให้บริหารและปกครองโดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ไม่ใช่มีลูก-มีเมีย-มีญาติบริวาร เป็นศูนย์กลางอำนาจบริหาร เรียกร้องให้มีงานทำ เรียกร้องให้รายได้กับราคาสินค้าสมดุลกัน
ทั้งที่อียิปต์ ทั้งที่ลิเบีย ทั้งที่บาห์เรน และทุกๆ ที่ เขาไม่ได้ไล่ผู้นำคนนั้นไป แล้วตะโกนบอกว่าให้คนนี้มาเป็นผู้นำแทน ซึ่งตรงนี้ แปลความตามนัยได้ชัดเจนว่า
เป็น "ประชาชนปฏิวัติ" โดยประชาชน เพื่อประชาชนจริงๆ
ไม่ใช่อ้าง "ประชาชนปฏิวัติ" โดยกลุ่มคน เพื่อคนใด-คนหนึ่ง!
เป็นเพราะผู้นำบริหารและปกครองไม่เป็นธรรม ประชาชนในตะวันออกกลาง-ในแอฟริกาจึงปฏิวัติ เช่นนี้ การปฏิวัติจึงไม่ใช่การเมืองเพื่อนาย ก. นาย ข. นาย ค. พูดกันอีกด้าน เป็นการปฏิวัติจากเงื่อนไข "เศรษฐกิจสังคม" ภายใต้อำนาจเผด็จการไม่มีคุณธรรม ที่บีบรัดประชาชนจน "จนตรอก"
ฉะนั้น จำเป็นที่ประชาชนต้องใช้ "เผด็จการชอบธรรม" โดยประชาชน เข้าหักล้าง-ทำลายอำนาจเผด็จการไม่ชอบธรรมจาก "ผู้นำไร้คุณธรรม"!
นั่นคือ ที่ลิเบียก็ดี อียิปต์ก็ดี บาห์เรนก็ดี ประชาชนไม่สนระบบ ไม่เรียกร้องระบบ และไม่เจาะจงตัวบุคคล แต่เรียกร้องความอิสระด้วยสิทธิ-เสรีภาพ เรียกร้องความยุติธรรม ความซื่อสัตย์ และการบริหารและปกครองด้วยเศรษฐกิจและการเมืองให้ประชาชน อยู่ดี-กินดี-มีสุข
ไม่ใช่ประเทศมีน้ำมันเป็นอันดับ ๑-๒-๓-๔-๕ ของโลก แต่ประชาชนกลับติดอันดับยากจน ๑-๒-๓-๔-๕ ของโลก!?
อย่างไทยเรา เป็นครัวของโลก ปลูกข้าวอันดับ ๑ ของโลก แต่ประชาชนต้องซื้อข้าว-ซื้อผักแพงราคาตลาดโลก!?
คนปลูก ไม่เคยกินข้าวหอมมะลิ...
แต่คนปล้น ได้กินข้าวหอมมะลิทุกมื้อ!
นี่...ไม่เกี่ยวกับประชาธิปไตย แต่เกี่ยวกับการใช้อำนาจบริหารเป็นธรรม เกี่ยวกับความซื่อสัตย์ บริสุทธิ์โปร่งใสจากฝ่ายบริหาร ซึ่งแบบนี้เป็นเงื่อนไขให้ "ประชาชนปฏิวัติ" ได้เหมือนกัน
ครับ...คงเห็นความเหมือน-ความต่างของการ "เปลี่ยนโลก" กันแล้วว่า ของเขากับของเรา "มันคนละเรื่องเดียวกัน" เหมือน "ลอกคราบ" กับ "แล่เนื้อ-เถือหนัง" นั่นแหละ.
ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2554

