"สงครามน้ำ-สังคมคน" วังวนเมือง

 พูดถึงเรื่อง "ใช้คนถูกกับงาน" ผมเพิ่งเห็นชัดๆ ว่านายกฯ ยิ่งลักษณ์เชี่ยวชาญ ก็ตอนตั้งให้ "นายปลอดประสพ สุรัสวดี" เป็นแม่ทัพใหญ่ บัญชาการรบใน "สงครามน้ำ" นี่แหละ เพราะท่านเป็นคนห้าวหาญ มีไฟพลุ่งพล่านในตัว-ในตาตลอด วาจาก็กล้ากระด้าง สมกับนักรบ ให้ท่านทำหน้าที่ฝ่ายบู๊นั่นน่ะถูกแล้ว ทีหลังอย่าให้ท่านทำหน้าที่ฝ่ายบุ๋น ด้วยการแถลงหรือประกาศข่าวใดๆ อันเป็นการสื่อสารกับชาวบ้านเลยครับ!

 ไม่ใช่อะไรหรอก ฟังวันแรก หลังจากที่นายกฯ ตั้งให้เป็นแม่ทัพปราบน้ำ  แม่ทัพปลอดประสพก็จัดทัพ เผยแผนผจญน้ำเป็นคุ้ง-เป็นฉากทางโทรทัศน์  อย่างที่ผมเคยบอกว่า "หน้าดำ-เสียงดัง-ตาดุ" นั่นแหละ ชาวบ้านฟังแล้วก็โล่งใจ ด้วยเชื่อว่า...เจ๋ง เอาอยู่แหงๆ

 ก็แจกแจงยุทธศาสตร์-ยุทธวิธีนำทัพปราบน้ำซะขนาดนั้น!
 แล้วท่านก็หาย (หน้า) ไป ขณะที่กองทัพน้ำรุกไล่ขยี้ขยำคว่ำจมเป็นจังหวัดๆ มาเมื่อเย็นวาน (๑๓ ต.ค.๕๔) เห็นท่านออกมาประกาศเตือนชาวชาน  กทม.ให้ขนข้าวของขึ้นที่สูง รถราก็ให้เอาไปหาที่จอดปลอดภัย แล้วให้ "ทิ้งบ้าน" ไปอยู่ตามศูนย์อพยพ หรือตามบ้านญาติ-บ้านเพื่อน ก็สุดแท้แต่
 แต่ท่านก็ไม่บอกถึงเหตุผล-ถึงสถานการณ์จริงอะไร เพียงแต่สมมุตินั่น-นี่  ด้วยคำพูดคลุมๆ เครือๆ ชาวบ้านฟังคำพูด-คำจาแล้ว เห็นท่าทางลีลาแล้ว เขากลัวท่าน และไม่สบายใจ มีบางคนเขาถามกันเองด้วยความห่วงใยด้วยซ้ำว่า...
 "ท่านไม่ค่อยสบาย เพราะกรำศึกหนักไปรึไง?"
 เพราะเล่นประกาศด้วยลีลาภาษาสั่งในการสื่อสารที่ ขอโทษ...ที่ชาวบ้านเขาเรียกกันว่า "พูดจาไม่ค่อยเป็นภาษาคน" กับชาวบ้าน 
 ในเรื่องคอขาดบาดตาย ในขณะที่ชาวบ้านก็ระส่ำ-ระสาย ข่าวแต่ละนาที แต่ละชั่วโมง ก็ยังเอาแน่ไม่ได้ เพราะสถานการณ์มันเปลี่ยนทุกนาที-ทุกชั่วโมง "น้ำจะมาถึงกรุงเทพฯ หรือไม่?" ฟังด้านไหนก็ให้พะว้า-พะวังไปหมด พอจะยึดทาง ศปภ.เป็นทิศทาง
 อ้าว...ท่านปลอดก็แถลงซะด้วยลีลาแสนจะขัดหู-ขัดตา ให้ยก-ให้ย้ายหนี  ก็รู้แหละ...แต่มันเพราะยังไงกัน บอกหน่อยไม่ได้เชียวหรือ? 
 สถานการณ์อย่างนี้ คนที่ประกาศหรือแถลงข่าว ต้องบอกสถานการณ์จริงให้เคลียร์ ใช้ภาษาและคำพูดให้ชัด อย่าคลุมเครือ อย่าเล่นลิ้น-ใช้อารมณ์ ไม่ต้องทำหงุดหงิด-ฉุนเฉียว ตาขุ่น-ตาขวางใส่ เพียงแค่ใครจะถามอะไรนิดอะไรหน่อย 
 การรวบรัดตัดบททำนอง "ฟังผม...ฟังผม...ทำอย่างที่ผมบอก" โดยไม่แจกแจงเหตุผลและรายละเอียดนั้น มันไม่ใช่การสื่อสารกับชาวบ้าน แต่มันเป็นการแสดงอำนาจกับชาวบ้าน
 .......ด้วย "คำสั่ง"!
 เอ้า...ที่แม่ทัพใหญ่ปลอดประสพประกาศนั้น ที่มา-ที่ไป ก็เพราะประตูระบายน้ำคลองบ้านพร้าว ที่สามโคก ปทุมธานี มันพัง ท่านหวังดีจึงบอกให้ปลอดภัยไว้ก่อนน่ะ ดังรายละเอียดที่ ศปภ.เขาค่อยๆ นั่งแถลงต่อมา ดังนี้
 ให้ประชาชนในพื้นที่ อ.คลองหลวง อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ศูนย์รังสิต เขตสายไหม เขตดอนเมืองตอนบน และพื้นที่ในย่านรังสิต เก็บข้าวของขึ้นที่สูง รวมทั้งให้ผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านชั้นเดียวอพยพออกจากพื้นที่ทันทีนับตั้งแต่บัดนี้
 ทั้งนี้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่สามารถซ่อมแซมประตูระบายน้ำ คลองบ้านพร้าว ต.บ้านปทุม อ.สามโคก จ.ปทุมธานีได้ ส่งผลให้น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาไหลเข้าท่วม แผ่ขยายเป็นวงกว้างในหลายเขต 
 คาดว่าระดับน้ำจะสูงประมาณ ๕๐ ซม.-๑ เมตร โดยประชาชนสามารถอพยพมาที่ศูนย์พักพิง สนามบินดอนเมืองได้ทันที และขอให้ผู้มีรถยนต์นำรถออกจากพื้นที่ และนำมาจอดได้ที่ดอนเมืองเพื่อป้องกันความเสียหาย
 ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก แต่ให้รีบเก็บข้าวของซึ่งยังตอบไม่ได้ว่า น้ำจะเข้าท่วมรวดเร็วแค่ไหน ยอมรับว่าตอนนี้มีสถานการณ์ไม่ดี ที่ผ่านมาได้มีความพยายามที่ซ่อมประตูน้ำคลองบ้านพร้าวทำทุกวิถีทางแล้ว แต่ก็ไม่สามารถสกัดกั้นได้ ทำให้น้ำจะไหลเข้าท่วมพื้นที่ตอนเหนือของกรุงเทพฯ" 
 เนี่ย...ก็บอก "สถานการณ์จริง" ให้ชัด-กระชับแค่เนี้ย มันก็สิ้นเรื่อง ชาวบ้าน-คนฟัง เขาก็จะไม่เกิดตะกอนหัวใจ เหมือนดูและฟังลีลาแถลงของแม่ทัพปลอดประเสพ   
 ด่านกั้นน้ำแต่ละจุดย่านปทุมธานี คือด่านหน้าของ กทม. ถ้าด่านต่างๆ ในเขตปทุมธานีแตก และซ่อมให้คืนสภาพไม่ทัน ขอบไข่ขาว กทม.ก็คงหนีสภาพ "ถูกน้ำท่วม" ไปไม่พ้น นายปลอดประสพท่านห่วง แต่คงไม่อยากให้ชาวบ้านตื่นตกใจมากไป ท่านจึงรวบรัดบอกให้ย้าย-ให้อพยพแค่นั้น
 ก็ไม่ต้องตื่นตระหนกอย่างที่ท่านแม่ทัพปลอดบอก เท่าที่ผมฟัง นายกฯ  หญิงขึ้นเรือบินสำรวจพื้นที่น้ำท่วมในมุมสูงกับท่าน ผบ.ทบ. "พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา" เมื่อวานแล้ว ก็ให้ความมั่นใจกับคนเมืองกรุงว่า
 "ยืนยัน ตอนนี้สามารถใช้คำว่า กทม.ปลอดภัยได้"!
 สอดรับกับคำของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร" ผู้ว่าฯ กทม. ที่บอกว่า "ขณะนี้สถานการณ์โดยรวมใน กทม.ยังสามารถรับมือได้"
 คงรับมือได้จริง เพราะสังเกตใบหน้าคุณชายที่ออกโทรทัศน์บ่ายวาน ถึงแดงจนดำเพราะกรำศึกน้ำหามค่ำ-หามรุ่ง แต่เริ่มมีราศี-ราศันแห่งความสบายอก-สบายใจจนเห็นชัด ก็คงเอาอยู่จริงๆ
 แต่ก็นั่นแหละ นายกฯ หญิงใช้คำนำหน้าประโยคว่า "ตอนนี้..." ส่วนคุณชายสุขุมพันธุ์ใช้คำว่า "ขณะนี้..." หมายความว่าตอนนี้...ขณะนี้ ยังเอาอยู่ แต่ถ้าวันที่ ๑๕-๑๘ ตุลา มาแค่น้ำเหนือกับน้ำทะเล พอฟัด-พอเหวี่ยง แต่ถ้าซ้ำเติมด้วย "น้ำฝน" หนักๆ ล่ะก็
 ตอนนี้-ของนายกฯ ขณะนี้-ของคุณชาย มีโอกาสเป็น "ตอนซี้..." ของ  กทม.ได้เหมือนกัน!?
 ฉะนั้น ไม่ต้องตื่นตระหนกได้ แต่ประมาทไม่ได้ ขนของขึ้นที่สูง แล้วตัวเองก็ไปเช่าม่านรูดหลบภัยไว้ก่อน จะถูกต้องตามตำรา...รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี!
 สถานการณ์ตอนนี้ จะให้ใครออกมายืนยันมั่นหมายตายตัวคงยากครับ  ต้องดูกัน "รายชั่วโมง-รายวัน" นั่นแหละ เพราะกองทัพน้ำครั้งนี้ เกรี้ยวกราด-เกรียงไกร เหนือความคาดหมาย บุกโจมตีพร้อมกันทุกทิศ-ทุกทาง กองทัพมนุษย์ ต้องกิน-ต้องพัก แต่กองทัพน้ำ นอกจากไม่กิน-ไม่พักแล้ว
 ยังถาโถมโจมตี หวังหักเอาพระนคร ตลอด ๒๔ ชั่วโมง สมกับคำว่าสายน้ำไม่เคยหลับจริงๆ!?
 สถานการณ์ "วัดใจคน" คงเป็นเรื่องจริง ถ้าท่านสังเกต จะเห็นลีลาตอบสนองหลากหลายของ "เพื่อนมนุษย์" ทั้งในชาติและนอกชาติ กระทั่งกับ "สังคมมนุษย์" ที่ตกอยู่ในชะตากรรมน้ำท่วมด้วยกัน ทั้งรัก ทั้งพลัดพราก ทั้งกลัว ทั้งเนรคุณ ทั้งกตัญญู ทั้งโลภ ทั้งงก ทั้งแบ่งปัน ทั้งเสียสละ ทั้งเห็นแก่ตัว และทั้งเห็นแก่ส่วนรวม เรียกว่า
 "หลายชีวิต-หลากลีลา" น่าศึกษาจริงๆ! 
 ฉากหนึ่ง ณ ยุทธภูมิสามโคก ปทุมธานี น่าใช้เป็นกรณีศึกษา-วิจัยสังคมไทยว่า ปัจจุบันนี้สังคมไทยอยู่ ณ จุดไหนระหว่าง "สังคมจิตนิยม" กับ "สังคมวัตถุนิยม" และเรา "ตื่น" ที่จะปรับทิศ-ปรับทางกันหรือยัง?
 กรณีนี้เป็นข่าวไปแล้ววานซืน ผมจะตัดเอาเฉพาะ "ปรากฏการณ์สังคม" ในข่าวมาให้ศึกษากัน จากคำเปิดใจของ "นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า" เจ้าเมืองปทุมฯ และของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. เกี่ยวกับ 
 "สงครามน้ำ-สังคมคน"!
 เริ่มจาก พล.ท.ยอดยุทธ บุญญาธิการ ผู้บัญชาการหน่วยป้องกันภัยทางอากาศ (ผบ.นปอ.) บรรยายสรุปว่า พื้นที่หลักหก เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ เพราะถ้าหากน้ำผ่านจุดนี้ไปได้ ก็จะไหลเข้าคลองเปรมประชากร น้ำจะเข้าสู่เขตดอนเมือง 
 และอีกจุดที่จะมีปัญหาคือคลองประปา ถ้าหากน้ำทะลักเข้าไป ขณะนี้ได้มีการเสริมแนวพนังกั้นน้ำตลอดพื้นที่ ๑.๖ กม. เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะพยายามเสริมให้ได้ถึง ๑.๙๐ เมตร เพื่อรองรับน้ำที่จะมา ขณะนี้น้ำในคลองเปรมประชากรต่ำกว่าที่คลองรังสิตประมาณ ๒.๕ เมตร และถ้าหากน้ำท่วมคลองรังสิต นั่นหมายความว่ากรุงเทพฯ ชั้นในจะท่วมทั้งหมด
 นายพีระศักดิ์ ผู้ว่าฯ ปทุม กล่าวว่า 
 "สถานการณ์ในภาพรวม จ.ปทุมธานี ได้ต่อสู้กันมาตั้งแต่ ๒๘ ส.ค. และชนะมาตลอด ด้วยการสร้างคันกั้นน้ำ ๒ ฝั่ง ตลอดแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งแนวคันกั้นน้ำมีความแข็งแรงพอสมควร แต่มีบางจุดที่เสียหายจากแรงน้ำ 
 แต่ปัญหาที่ไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะประชาชนส่วนหนึ่งประท้วงไม่ยอมให้ทำ โดยมีการเมืองท้องถิ่นเข้ามาเกี่ยวข้อง ยุแยงประชาชนของผู้สมัครฝั่งตรงข้ามที่มีความเห็นไม่ตรงกัน เห็นด้วยกับ ผบ.ทบ.ที่ไม่ควรให้การเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องน้ำท่วม.........." 
 พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า
 "พื้นที่ ต.สามโคก ที่ประชาชนไม่ยอมให้สร้างแนวคันกั้นน้ำ ขอร้องให้เสียสละ อย่าตีกัน เพราะไม่เกิดประโยชน์ เพราะอย่างไรมันท่วมอยู่แล้ว แต่จะกันให้ท่วมอย่างไร-แค่ไหน ซึ่งคงต้องไปทำความเข้าใจกันต่อ เราต้องไปพูดกับเขาว่าต้องเสียสละ และช่วยกันไม่ให้น้ำเข้ากรุงเทพฯ เขาจะได้บุญกุศล เพื่อจะได้พื้นที่เอาไว้ให้ความช่วยเหลือและเป็นที่พักของผู้ประสบภัย 
 แต่ถ้าท่วมกันหมด ก็คงได้แต่นั่งมองหน้ากัน และคนเดือดร้อนในกรุงเทพฯ เป็นสิบล้านคน ถ้าน้ำท่วมกรุงเทพฯ ประเทศไทยก็หมดกัน ความจำเป็นที่ต้องป้องกันกรุงเทพฯ ไว้ เพราะเป็นพื้นที่ที่เป็นศูนย์รวมของราชการ  เศรษฐกิจ หากท่วมประเทศไทยก็หมดกัน อยากให้เสียสละบ้างเล็กน้อย......."
 ครับ...น้ำท่วม "บ้านเมืองพัง" เราสร้างกันขึ้นมาใหม่-ไม่ยาก แต่ถ้าผู้คนในบ้านเมือง "จิตสำนึกพัง"......โอ้ สยามนี้ เห็นทีสิ้นแล้วหนอ.!?

 

ตีพิมพ์ครั้งแรก: หรังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 14 ตุลาคม 2554