กระทรวงต่างประเทศ..อีกแล้วหรือ?

    อืมมมม...มาเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศก็หมกมุ่นอยู่เรื่องเดียวเนี่ยนะ...นายสุรพงษ์ คือเรื่องทำให้ทักษิณมีอภิสิทธิ์เหนือประเทศ-เหนือคนไทย วันแรกที่เข้ามาก็ไปขอให้ญี่ปุ่นออกวีซ่าให้ทักษิณเข้าประเทศ มาวันนี้หาช่องทางออกพาสปอร์ตไทยให้ชาวมอนเตเนโกรที่ชื่อทักษิณอีก  แถมนายอะไรล่ะ "ข้ารองตีน" ทักษิณยังออกมาพูด ไม่ต้องการเอาไปใช้  เอาไปเป็นสัญลักษณ์เท่านั้น!
    ความจริงที่ทราบกันอยู่ ทักษิณ-เชื้อชาติไทย แต่ขณะนี้แปลงสัญชาติไปถือสัญชาติมอนเตเนโกร ไปไหน-มาไหนด้วยพาสปอร์ตพลเมืองมอนเตเนโกร  แต่ด้วยเชื้อชาติไทย จะกลับมาเมืองไทยวันไหน-เมื่อไหร่ก็ได้ทั้งนั้น ไม่มีใครห้าม และห้ามไม่ได้ด้วย
    แต่เจ้าตัวไม่กลับมาเอง เพราะหนีคดีความและโทษจำคุก ถ้าจะกลับเข้ามา ก็ไม่มีอะไรมาก แค่เข้าสู่กระบวนการกฎหมาย ไปมอบตัวตามสถานทูตไทย หรือกงศุลไทยที่ประเทศไหนก็ได้ หรือจะใช้พาสปอร์ตมอนเตฯ เดินทางมาลงสนามบินสุวรรณภูมิก็ได้
    แล้วตำรวจจะไปรับตัวถึงที่เอง รับไปส่งศาล และเข้าคุกรับโทษ ๒ ปีตามคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่ตัดสินไปแล้วในคดี "ผัวเซ็น-เมียซื้อ" ที่ดินรัชดาฯ
    ก็เท่านั้น ไม่เห็นจะเกี่ยวกับมี-ไม่มีพาสปอร์ตไทยตรงไหนเลย ประเด็นมันอยู่ตรงว่า คุณมึงต้องการโชว์อภิสิทธิ์เหนือประเทศ-เหนือกฎหมายให้เห็นใช่มั้ย? 
    ต้องการกลับเข้ามาแบบโอปปาติกะ เศษวิญญาณจากสัตว์นรกหรือสวรรค์ ปุบปับก็มาเกิดเป็นตัว-เป็นตนเหนือผิด-เหนือถูก เหนือมนุษย์และสัตว์อื่นๆ ทั้งปวง อะไรประมาณนั้น
    วันที่ ๑๒ ธันวาที่จะถึงนี้ ได้ข่าวว่าจะมีงานฉลองแต่งงานบุตรสาวที่โรงแรม หรือว่าอยากจะมาปรากฏตัวแบบอวตารให้สะท้านเมือง จึงตบกระบาลข้าทาสกระทรวงต่างประเทศให้ออกพาสปอร์ตให้ 
    ที่อ้างกันว่า "มีไว้แค่เป็นสัญลักษณ์" ก็คงใช่...สัญลักษณ์เพื่อเอาไปคุยอวดทั้งโลกไงว่า
    กู...ทักษิณ อยู่เหนือกฎหมายไทย มีอภิสิทธิ์เหนือประเทศไทย-คนไทย  รัฐบาลก็ของกู ให้ข้าทาสบริวารมันบริหารต่างมือ-ต่างตีน นี่ไง...เห็นมั้ย กูอยากได้พาสปอร์ตไทย กูก็ได้ อ้ายปึ้งมันต้องออกให้ ฉะนั้น พวกคุณต้องการอะไรจากเมืองไทย บอกผม...ผมนี่แหละ เจ้าของอำนาจประเทศไทยตัวจริง"
    ก็ทำไมล่ะ เพราะถ้าไม่มีอภิสิทธิ์เหนือประเทศ เหนือกฎหมาย ด้วยความเป็นนักโทษหนีโทษคุก ๑ ด้วยความเป็นผู้ต้องหาหนีประกันในคดีอีก ๑ ด้วยความเป็นผู้ต้องหาหนีหมายศาลอีก ๑ 
    เบาะๆ แค่นี้ ประชาชนพลเมืองไทย "ทุกคน" ก็ไม่มีสิทธิ์ได้รับการออกพาสปอร์ตให้แล้ว!
    แล้วนายสุรพงษ์เป็นถึงรัฐมนตรีต่างประเทศ เอามาพูดได้อย่างไร จะออกพาสปอร์ตให้เป็นของขวัญปีใหม่ทักษิณ และไม่ควรทำให้สังคมไขว้เขวด้วยคำพูดที่ตอบนักข่าวว่า......การที่ทักษิณถูกยึดพาสปอร์ต ไม่ได้มีคำสั่งศาลหรือตำรวจให้ยึดคืน
    และที่น่ารังเกียจ แถมประจานวุฒิภาวะคนเป็น รมว.ต่างประเทศอย่างยิ่ง  ก็ที่นักข่าวย้ำถาม "จะใช้อำนาจรัฐมนตรีต่างประเทศคืนพาสปอร์ตให้ทักษิณใช่ไหม" ก็ตอบว่า
    "ถูกต้อง เป็นการใช้อำนาจตามกฎหมาย กรณีทักษิณมีข้อหาอยู่ จะเป็นปัญหาหรือไม่นั้น คิดว่าไม่เกี่ยวกัน และได้ตรวจสอบแล้วว่า คนที่โดนข้อหาต่างๆ ร้ายแรงยิ่งกว่าทักษิณ และอยู่ในเมืองนอกก็ยังไม่โดนถอดถอนหรือยึดพาสปอร์ตคืน เช่น กำนันเป๊าะ หรือนายวัฒนา อัศวเหม..."
    อำนาจตามกฎหมายฉบับไหน ข้อไหน นายสุรพงษ์ หือ...?
    พาสปอร์ตนั้น ชาวบ้านยังรู้ว่ามีอายุ ๕ ปี ครบแล้วก็ใช้ไม่ได้ ยิ่งขณะนี้ใช้  "พาสปอร์ตอิเล็กทรอนิกส์" ต้องไปขอใหม่ และการไปขอแต่ละครั้ง ก็ต้องเป็นไปตามกฎระเบียบ โดยเฉพาะเจ้าตัวต้องไปเอง ไม่งั้นจะให้ถ่ายรูปนายสุรพงษ์ลงพาสปอร์ตทักษิณหรือไง 
    ไปอ้างมั่วถึงพาสปอร์ตกำนันเป๊าะ นายวัฒนาโน่น ต้องไปยึดทำบ้าอะไร  ป่านนี้หมดอายุไปแต่ปีมะโว้ แล้วกล้าไปขอใหม่มั้ยล่ะ?
    ถ้ากล้าไป ไปปรากฏตัวปุ๊บ เจ้าหน้าที่เขาก็ต้องจับปั๊บ ถึงไม่จับ ก็ไม่สามารถออกพาสปอร์ตให้ได้ เพราะผิดกฎหมาย เผลอๆ เจ้าหน้าที่กรมการกงศุล คนที่ไม่จับตัวนั่นแหละต้องถูกจับเสียเอง ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
    นั่นก็หมายความว่า พาสปอร์ตกำนันเป๊าะ และนายวัฒนา รวมถึงทักษิณ ที่ถือครองอยู่ "หมดอายุ" ไปแล้ว จะใช้อำนาจรัฐมนตรีต่อให้เลย คนต่อก็ต้องเตรียม "ต่อหัว" ตัวเองกับคอด้วย!
    ผมจะเล่า "เรื่องจริง-ชีวิตจริง" ในการทำพาสปอร์ตให้นายสุรพงษ์ฟังเอาบุญ เพื่อไม่ต้องติดคุกเสียเองในอนาคต ผมมีโปรแกรมต้องไปต่างประเทศครั้งหนึ่ง แต่พาสปอร์ตขาดอายุไปนานแล้ว จึงไปขอทำพาสปอร์ตใหม่ที่กรมการกงศุล ถนนแจ้งวัฒนะ
    แต่งซะหล่อ เพราะอยากให้รูปในพาสปอร์ตออกมาเท่ๆ ต้องชมเชยว่าการจัดระเบียบการออกพาสปอร์ตเดี๋ยวนี้ดีมาก รวดเร็ว เป็นระเบียบ ถ้าเอกสารครบ ตรวจสอบแล้วไม่มีปัญหา ปุ๊บ...ปุ๊บ...ก็เสร็จ
    ผมก็ได้คิว ได้เรียกตัวไปยื่นตามช่อง เจ้าหน้าที่รับเอกสารก็ตรวจตามกรรมวิธีเขาปั๊บๆ แล้วบอกให้ผมไปนั่งรอ ผมก็รอ ขณะที่รอ ก็มีคนตามคิวถูกเรียกตัวไปเรื่อยๆ ปุ๊บ...ปุ๊บ...เสร็จ ผมก็ตะแคงหูฟังว่า จะเรียกชื่อเราหรือยัง
    ก็ยัง...ครึ่งชั่วโมงก็แล้ว ชั่วโมงก็แล้ว จากเช้าจนเกือบเที่ยง คนที่มารุ่นเดียวกันสำเร็จเสร็จสมกลับไปหมดเแล้ว คนรุ่นใหม่ที่มาทำพาสปอร์ตเหมือนมาซื้อตั๋วดูหนัง ก็ผ่านไปรุ่นแล้ว-รุ่นเล่า แต่ เอ๊ะ...ทำไมของเรามันนานจัง?
    จนเกือบเที่ยง ก็มีเจ้าหน้าที่เดินมาหา ผมนึกในใจ เออออ...ซะที จะได้ออกไปกินข้าว เจ้าหน้าที่ถามว่า ผมชื่อนี้ใช่มั้ย ผมกระวีกระวาดตอบ...ใช่ครับ  เจ้าหน้าที่จึงบอกว่า
    "งั้นเชิญตามผมมาทางนี้ครับ"
    เอ๊ะ...ชักงง แหม...เท่จัง ต้องเชิญไปทำพาสปอร์ตเป็นพิเศษ ก็เดินตามเจ้าหน้าที่ไปเรื่อยๆ แต่เอ...กลับพาออกจากห้องทำพาสปอร์ตไป เลี้ยวไปทางด้านตะวันตก แล้วเขานำเอกสารของผมไปยื่นกับเจ้าหน้าที่ บอกสั้นๆ ว่า
    ติดต่อกับฝ่าย "ทะเบียนประวัติอาชญากร" เขาก่อนนะ!?
    ปรากฏว่า ก่อนออกพาสปอร์ตเขาตรวจสอบประวัติผม กดคอมพิวเตอร์ปุ๊บ รายชื่อก็หราอยู่ในทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ด้วยข้อหาที่ระบุไว้ "หนีหมายเรียกตัวตำรวจ" ตั้ง ๓ โรงพัก ต่างจังหวัด ๑ แห่ง ในกรุงเทพฯ ๒ แห่ง!
    คือมีคนไปแจ้งความว่า "ไทยโพสต์" ลงข่าวหมิ่นประมาท แล้วเขาก็เปิดทะเบียนบริษัท เห็นชื่อผมเป็นกรรมการบริษัท ก็แจ้งไว้เป็นผู้ต้องหาด้วย
    ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ เจ้าหน้าที่เขามอบซองเอกสารให้ผม ๓ ซอง  บอกว่าให้ไปติดต่อกับตำรวจเจ้าของคดีเสียก่อน ถ้าชื่อยังเป็นอาชญากรอยู่ ทำพาสปอร์ตไม่ได้!!
    ผมก็เปิดอ่าน มีคนไปแจ้งคากันไว้เฉยๆ ร่วม ๑๐ ปีแล้ว ผมก็ไม่ทราบ ไม่ได้ไปพบเจ้าพนักงานสอบสวน ง่ายที่สุดสำหรับการพักคาสำนวน ก็ลงบันทึก  "ไม่มาตามหมายเรียก"
    แล้วชื่อผมก็ได้รับเกียรติบันทึกลงทะเบียนประวัติอาชญากรในฐานะ  "อาชญากรหนีหมาย"!
    รายหนึ่ง เห็นชื่อเจ้าทุกข์ก็รู้จัก ท่านใหญ่โตมาก เมื่อติดต่อท่าน ท่านก็บอกว่า ก็ไม่รู้เหมือนกัน มีคนไปแจ้งความให้ ท่านก็กรุณามอบอำนาจให้คนมาถอนแจ้งความ ตำรวจต้องสอบปากคำ ต้องพิมพ์มือเป็นอาชญากร และต้องไปลงสมุดบันทึกประจำวัน แล้วให้รอทางฝ่ายทะเบียนถอนชื่อจากทำเนียบ
    ส่วนอีก ๒ แห่ง เรื่องสุมคาราเลิก ทั้งหาตัวคนแจ้งไม่ได้ และก็ไม่รู้เป็นใคร  ร่วม ๑๐ ปี ชื่อผมคาทะเบียนในฐานะ "อาชญากร" อยู่อย่างนั้น 
    สรุปความก็คือ กว่าผมจะได้เอกสารรับรอง "พ้นข้อหา" ชื่อถูกเชิญออกไปจากทะเบียนประวัติอาชญากร ก็เล่นเอารากเลือด-ลิ้นห้อยเป็นอาทิตย์ๆ 
    กลับไปยื่นขอทำพาสปอร์ตอีกที ก็ต้องนั่งกลั้นใจเหมือนรอลุ้นรางวัลเลขท้ายตอนหวยออกว่า...เขากดทะเบียนประวัติอาชญากรปุ๊บ แล้วชื่อผมมันจะกระโดดปั๊บขึ้นมาเหมือนเดิมมั้ย?
    เออ...พ้นความเป็น "อาชญากร" ไปได้แบบปัสสาวะเหลืองไปหลายวันเชียว!
    เนี่ย...นายสุรพงษ์ ระเบียบการออกพาสปอร์ตธรรมดา ไม่ใช่พาสปอร์ตเทวดา มันเป็นอย่างนี้ ผมไม่ได้เรียนกฎหมาย แต่รู้กฎหมายจากของจริงที่เกิดกับตัวเองอย่างนี้ แล้วคนเป็นรัฐมนตรีสำราก การออกพาสปอร์ตเป็นกฎกระทรวง เป็นอำนาจของรัฐมนตรีทำได้
    มะเหงกแน่ะ...มันทำได้จริง แต่สิ่งที่ทำนั้น จะต้องไม่ขัดกับระเบียบและกฎหมาย นี่เป็นสามัญสำนึกพื้นฐาน ควาย...ควาย ก็รู้ได้ แล้วไฉนคนเป็นรัฐมนตรีจึงไม่รู้?
    ผมแค่ถูกหมายตำรวจเรียกไปสอบปากคำ แต่ไม่ได้ไป ยังไม่เป็นผู้ต้องหาด้วยซ้ำ แต่เขารักผม เอาชื่อผมไปลงทะเบียนอาชญากร แค่นี้ยังทำพาสปอร์ตไม่ได้
    แล้วทักษิณ ไม่ใช่หนีหมายเรียกสอบปากคำตำรวจ แต่หนีโทษจำคุก หนีประกันตัวศาล หนีหมายในฐานะจำเลยไปขึ้นศาล อย่างผมเป็นอาชญากร ทำพาสปอร์ตไม่ได้
    แล้วอย่างทักษิณ มันระดับโคตรอาชญากร ไหงนายสุรพงษ์บอกว่าทำได้  และจะทำให้ด้วย!?
    อย่างนี้มันมาตรฐานเดียวจริงๆ คือ "มาตรฐานโจร".

ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 3 ธันวาคม 2554