ออกจากบ้านตั้งใจจะไปซื้อยกลัง "สบู่มาดามเฮง" ไปสวัสดีปีใหม่ "ท่านอาจารย์ธีรทาส" ที่โรงเจบ่อนไก่ซักหน่อย เจอแบบฟอร์มล่ารายชื่อ "แก้รัฐธรรมนูญ" ของ นปช.เสียบคาประตูรั้วไว้ ก็เลยได้รู้ว่า ขบวนการทักษิณดีเดย์ "แยกกันรับ-รวมกันตี" เต็มพิกัด ในสภา-เพื่อไทยก็เคลื่อน ในถนน-นปช.ก็เคลื่อน ในมหาวิทยาลัย-นิติราษฎร์ก็เคลื่อน ในห้องแอร์-คอ.นธ.ของอุกฤษ มงคลนาวิน ก็เคลื่อน
เคลื่อนกันใหญ่ มากันทุกทิศานุทิศยิ่งกว่าสงคราม ๙ ทัพอย่างนี้ "ประเทศไทย" พ้นจากแดงทั้งแผ่นดินไปได้ ก็ถือว่าปาฏิหาริย์?!
แต่ปาฏิหาริย์ไม่เคยมีสำหรับบ้านเมืองไทยเรา เพราะแต่มี "เหนือปาฏิหาริย์" ด้วยธรรมาธิษฐานมาตลอด ผมก็เลยไม่ตกสะดุ้งซักเท่าไหร่กับพวกอ้างประชาธิปไตยเป็นใบเบิกทาง "เปลี่ยนระบอบ-ล้มสถาบัน"
ก็เลยผิวปากเพลงขลุ่ยอาจารย์ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี ฉลุยไป SCB PARK ไปซื้อมาดามเฮงยกลัง เพื่อไปสวัสดีปีใหม่อาจารย์ธีรทาส อย่างที่บอก เพราะอาจารย์ท่านเคร่งในศีล-กินเจ ไม่แตะต้องของหอม มาดามเฮงสมุนไพรสูตรธรรมชาติจึงเป็นสบู่ถูกศีล-ถูกใจท่าน
แต่อะไรจะ "ฮิต-ฮอต" ขนาดนั้น มีเงิน ๒,๐๑๐ บาทกำอยู่ในมือ ยังต้องแย่งกันซื้อ แถมแย่งสู้เขาไม่ได้ เพราะสุภาพบุรุษท่านหนึ่งไวกว่า ควักจ่ายก่อนผมนิดเดียว พนักงานขอโทษ-ขอโพย บอกว่า....ทั้งร้าน ตอนนี้เหลือมาดามเฮง ชนิดสีขาวสูตรดั้งเดิมลังเดียว ต้องรอพรุ่งนี้ค่ะ!
ก็เลยได้อย่างแพ็ก ๖ ก้อนดับอารมณ์ แต่ก็ดี เพราะถูกสตางค์ไปเยอะเลย ที่คุยนี่ก็ไม่มีนัยอะไร แวะขายของเท่านั้นแหละ ไหนๆ แฟนๆ ไทยโพสต์ก็ค่อนขอดว่าผมท่าจะเป็นเจ้าของสบู่มาดามเฮง เพราะวันเกิดไทยโพสต์ ๒๑ ตุลา.ก็แจกมาดามเฮง วันปีใหม่ก็แจกมาดามเฮง
ความจริงของเพื่อนกัน คือของคุณวรรณชัย เมื่อเห็นของไทย-ของเพื่อนขายดิบ-ขายดี ผมก็เลยดีใจ ช่วยเขาป่าวร้องหาความดี-ความชอบใส่ตัวไปงั้นแหละ!
แต่นี่ก็เพื่อนผม แถมเป็นเพื่อนเลิฟ คือ "ท่านรองนายกฯเฉลิม" เมื่อวาน (๘ ม.ค. ๕๕) ท่านไปอุดรฯ และแวะไปออกรายการสดทางสถานีวิทยุชมรมคนรักอุดรฯ ของนายขวัญชัย ไพรพนา
"ดีใจในชัยชนะที่พี่น้องชาวอีสานเลือกพรรคเพื่อไทย ซึ่งผมพร้อมทำตามสัญญาที่เคยมาหาเสียงกับพี่น้องคนอีสานว่า จะนำ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีกลับประเทศไทย แต่ต้องคอยโอกาสเหมาะก่อน หากวันที่อดีตนายกฯ ทักษิณได้กลับมา ผมจะนำเครื่องบินของอดีตนายกฯ ทักษิณมาลงที่สนามบินอุดรธานี เพราะที่นี่เป็นเมือง "เมืองหลวง" ของคนเสื้อแดง"
นักข่าวที่อุดรฯ เขาก็สงสัยว่า จะนำกลับมาด้วยวิธีไหน แบบไหน เมื่อไหร่ ได้จังหวะก็ถามท่านรองนายกฯ เฉลิม ท่านก็ตอบแบบอมภูมิว่า
"ผมก็ตั้งใจจะนำท่านกลับมา เพราะผมไปปราศรัยมาตลอดทุกแห่ง ประชาชนเขาจึงเลือกพรรคเพื่อไทยอย่างถล่มทลาย ตอนนี้ กำลังคิดหาวิธี พวกที่ไม่อยากให้กลับก็พยายามขัดขวาง จนผมไปที่ไหนก็ถูกต่อว่าว่า พรรคเพื่อไทยชนะเข้ามาแล้ว จะนำตัวอดีตนายกฯ ทักษิณกลับบ้าน ผมก็บอกว่า...ใช่ แต่ผ่านมา ๔ เดือน ยังไม่เห็นทำอะไรเลย ก็ต้องขอโทษไว้ก่อน แต่ความคิดมีแน่ ส่วนจะทำอย่างไร ขอเก็บไว้เป็นความลับก่อน แต่จะพยายามทำให้เร็วที่สุด"
ครับ..เร็วที่สุด แบบนี้ก็หมายความว่า ปฏิบัติการ "ปูพรมแดง" ผ่านการแก้รัฐธรรมนูญเพื่อ "เขียนใหม่ทั้งฉบับ" ก็ต้องเอาแน่-เอาไวแหงๆ
เพราะมีแต่เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ ออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมขนานกันไปเท่านั้น ที่จะเป็นวิธีนำทักษิณเดินพรมแดงกลับประเทศชนิด "นิรโทษ ถอดสลักนิรภัย" และขึ้นไปยืนอยู่ในตำแหน่งท่านผู้นำ "แดงทั้งแผ่นดิน" โดยไม่มีใครลากไปเข้าคุก!?
"๔ เดือนแล้ว ยังไม่เห็นทำอะไรเลย"
อืมมมม...อย่างนั้น ก็....๔ เดือนต่อจากนี้ ได้เห็นแน่!
เห็นอะไร เอาที่เป็นได้จริงตามกระบวนการรัฐธรรมนูญบัญญัตินะครับ เห็นการแก้รัฐธรรมนูญมาตรา ๒๙๑ ตั้ง ส.ส.ร. ๓ เพื่อเขียนรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาไทย ฉบับทักษิณ
สรุปก็คือ การรุกให้แก้รัฐธรรมนูญของ นปช.ก็ดี ของ คอ.นธ.ก็ดี ของเพื่อไทยก็ดี "สำเร็จประสงค์" ทุกฝ่าย ส่วนการเสนอให้เอาร่างนี้ ให้คณะบุคคลนี้ร่าง อย่างที่ นปช.และที่นายอุกฤษเสนอ นั่นเป็นแค่องค์ประกอบพิธีกรรมดูให้ขึงขังเท่านั้น เนื้อแท้ที่ต้องการตรงกัน คือ
แก้-เขียนใหม่ ส่วนร่าง จะเอาใครมาร่างก็ได้ แต่หัวใจสำคัญ ต้องประโยชน์สูงสุดที่ "ทักษิณ" เป็นประชาธิปไตยของประชาชนทักษิณ โดยทักษิณ และเพื่อทักษิณ!
ข้อเสนอ คอ.นธ.ของนายอุกฤษนั้น ไม่ต้องไปให้ราคาหรอก เชื่อเถอะ...พรรคเพื่อไทย และทักษิณ จ้างไว้ใช้เป็นใบเฟิร์นให้ดูเก๋แบบรกๆ ไปงั้นแหละ
ส่วนการล่ารายชื่อเสนอร่างของ นปช.นั้น ก็เป็นแค่ "สินค้ากันตลาด" สุดท้ายแล้ว รัฐบาลต้องขอยืม "ประชาธิปไตยระบบสภา" เป็นปลอกห่อหุ้มตัวเองจากแรงต้านประชาชนฝ่ายที่ "เห็นไส้-เห็นพุง" รัฐบาลในการแก้
คือแก้มาตรา ๒๙๑ แล้ว ตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือส.ส.ร. ขึ้นทำหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญ ที่จะเป็นปัญหา-เป็นประเด็น ก็ตรงนี้ ตรงที่มาของ ส.ส.ร.นี่แหละ!
จะให้ได้มาแบบไหน...แบบเปิดให้สมัครรับเลือกตั้งจากทุกจังหวัดแบบแฟร์ๆ หรือแบบเลือกตั้งส่วนหนึ่ง (รัฐบาล) สรรหาอีกส่วนหนึ่ง หรือรวบรัดมัดมือชก ตั้งขึ้นมาเองคณะหนึ่งอย่างที่นายอุกฤษปลุกเสกกุมารทองไว้ให้แล้ว ๓๔-๓๕ ตัว
ถ้าไปถึงจุดนี้จริงๆ ประชาชนต้องการให้เปิดรับสมัคร ส.ส.ร.จากทุกจังหวัดมากกว่า อยู่ที่รัฐบาลจะ "กล้าเสี่ยง" ขนาดไหน?
แต่ถ้ากล้า มั่นใจในพลังทักษิณ และมั่นใจว่า ประชาชนต้องการเปลี่ยนระบอบ-ล้มสถาบัน ต้องการให้เขียนรัฐธรรมนูญใหม่เพื่อทักษิณแน่แล้วละก็....
เปิดรับสมัคร ส.ส.ร.ทั่วประเทศไปเลย ผมก็อยากรู้ความต้องการประชาชนต่ออนาคตประเทศ ผ่านโฉมหน้า ส.ส.ร.เหมือนกันว่า จริงๆ แล้ว ประชาชนคนไทย ต้องการให้ประเทศไทยเป็นอยู่รูปแบบไหนกันแน่!?
จะได้หายข้องใจ เลิกพูด-เลิกอ้าง-เลิกเถียง กันซะที ถือว่าประชามติผ่านการเลือกตั้ง ส.ส.ร.นี้เป็น "กระจกเงาบานใหญ่" สะท้อนความคิด-ความต้องการที่ซ่อนเร้นอยู่ในหัวใจ "จากทุกคน-จากทุกสถาบัน" ให้เผยออกมาให้เห็นว่า ณ วันนี้ คิดกันอย่างไร ต้องการกันอย่างไร?
ถึงไม่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอะไรที่เรียกว่า "ปฏิวัติโครงสร้างสังคมและอำนาจ" ในทันที......
แต่....เงาแต่ละคน-แต่ละสถาบันที่สะท้อนออกมาให้เห็น อย่างน้อย จะทำให้เจ้าตัว "รู้ตัว" จากเงาสะท้อนตัวเองนั้นว่า ที่ทำไป ที่เป็นอยู่ ถูกต้อง เหมาะสม หรือไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสม ควรปรับปรุงแก้ไข หรือพอใจเป็นอยู่อย่างที่เป็น ด้วยไม่เห็นมิเป็นไร?
แล้วจากนั้น ด้วยสำนึกผิด-ชอบ-ชั่ว-ดี แต่ละคน แต่ละฝ่ายในความเป็นมนุษย์ อันเป็นผู้มีใจฝึกแล้วประเสริฐ รู้เองว่า ประเทศไทยเราควรจะปฏิรูปไปในรูปแบบไหน อย่างไร
หลายๆ คนพูดกัน จนกลัวกันไปหมดในเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญที่เพ่งเล็งถึงมาตรา ๓๐๙ ที่ว่า
"บรรดาการใดๆ ที่ได้รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๔๙ ว่าเป็นการชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญ รวมทั้งการกระทำที่เกี่ยวเนื่องกับกรณีดังกล่าวไม่ว่าก่อนหรือหลังวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ให้ถือว่าการนั้นและการกระทำนั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญนี้"
คือกลัวว่า ถ้าตัดหรือแก้มาตรานี้เป็นอย่างอื่นแล้ว เท่ากับยกเลิกกฎหมายคณะปฏิรูปฯ เมื่อ ๑๙ กันยา ๔๙ ทั้งหมด หรือกฎหมายคณะปฏิรูปฯ ทั้งหมดไร้ผล ทำให้ทักษิณพ้นจากคดีความทั้งหมด
โปรดเข้าใจให้ถูกเสียใหม่ครับ ผมอ่านจากนักกฎหมายอย่าง อาจารย์แก้วสรร อติโพธิ แล้ว อ่านจากอาจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ แล้ว รวมทั้งจากหนังสือหนังหาต่างๆ ไม่มีผลหรอกหรอกครับ จะตัดหรือไม่ตัด ค่าเท่ากัน เพราะอะไรที่ออกมาเป็นกฎหมายจากรัฐบาลที่ได้รับการรับรองถูกต้องแล้ว
มันก็เป็นกฎหมายมีผลบังคับใช้ตลอดไป จนกว่าจะมีการออก พ.ร.บ.ยกเลิกกฎหมายฉบับนั้นๆ ไปนั่นแหละ และอีกอย่าง รัฐธรรมนูญมาตรา ๓๐๙ ที่พูด-ที่กลัวกันนี้ เป็นแค่ "บทเฉพาะกาล" ใช้ชั่วครั้ง-ชั่วคราว เหมือนเย็บแผลด้วยไหมละลาย ซักพัก..มันก็ละลายหายไป
นั่นคือ จะเอาไว้ จะตัดทิ้ง ค่าเท่ากัน คือ...ไม่มีผลที่ทักษิณจะใช้ลบโทษ-ลบคดีใดๆ ให้กับตัวเองได้เลย!
อย่างพวกหนังสือพิมพ์ทั้งหลาย รวมทั้งผม เจอข้อหาตามพระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ.๒๔๘๔ พ.ศ.๒๔๘๘ และคำสั่งคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ ๕ พ.ศ.๒๕๑๙ สมัยรัฐบาลท่านธานินทร์ กรัยวิเชียร จนติดคุก-ติดตะราง ถูกจับ ถูกปรับ อ่วมอรทัย ทั้งที่กฎหมายนั้น มีตั้งแต่ปีมะโว้ แถมเป็นกฎหมายคณะปฏิวัติซะด้วย
เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ผ่านมากี่ฉบับก็ไม่มีผลยกเลิก จนกระทั่งเมื่อ พ.ศ.๒๕๕๐ มีประกาศใช้ พ.ร.บ.จดแจ้งการพิมพ์ฉบับใหม่ และให้ยกเลิกพระราชบัญญัติการพิมพ์ ๒๔๘๔, ๒๔๘๘ และคำสั่งคณะปฏิรูป ฉบับที่ ๕ พ.ศ.๒๕๑๙ ลงประกาศในพระราชกิจจานุเบกษานั่นแหละ จึงมีผล และยกเลิกไป
ฉะนั้น ต่อให้ตัด ๓๐๙ ทิ้งไป ทักษิณจ้างก็ไม่พ้นคดี-พ้นคุก.!
ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 9 มกราคม 2555

