ผลไม้หน้าแล้ง

วันหนึ่ง… เมื่อเกือบสามสิบปีที่แล้ว

ผลไม้ในสวนขี้คร้านยังคงมีหลากหลาย ทั้ง มะปริง มะไฟ มะเฟือง กระท้อน ลูกมะหวด(กำซำ) หว้า มะเม่า ระกำ ตะขบ(ขร็อบ) เล็บเหยี่ยว สังขัน(แสงขัน) มะขามป้อม ชมพู่น้ำดอกไม้ ฯลฯ เด็กน้อยสี่ห้าคนในละแวกบ้านใกล้ ซุกซนป่ายปีน กินต้นนั้นปีนต้นนี้ เก็บผลใส่กระเป๋าจนปริแตกสีของผลไม้แต้มสีกางเกงด่างดวง


ผลไม้หน้าร้อนสุกเกือบพร้อมกันหลายอย่าง มะไฟสีเหลือง มะปริงสีเหลืองส้ม หว้าสีดำแดง เล็บเหยี่ยวริมทุ่งใบกลมเหมือนพุทรา แต่ผลกลมเล็กเหมือนมะเม่า ชมพู่น้ำดอกไม้สีเขียวเหลือง ยังมีอีกหลายต้นไม้ที่ในสวนขี้คร้านมีและเคยมี

ภาพในใจแต่ครั้งวัยเด็กย้อนกลับเหมือนภาพถอยหลังของฟิล์มหนัง เมื่อได้กลิ่นและเห็นภาพฝรั่งลูกเล็ก ๆ สี่ลูก วางอยู่บนโต๊ะอาหารในวัดใกล้บ้าน

ผมคิดจะปลูกฝรั่งชนิดนี้เมื่อหลายปีก่อน แต่เวลาและธุระปะปังหลายอย่างทำให้หลงลืมไป ไม่ได้หามาปลูกให้เป็นเรื่องเป็นราวอย่างที่ตั้งใจ แม้จะรู้ว่าต้นพันธุ์นั้นสามารถหาได้จากที่ไหนในช่วงเวลานั้น ทว่าเมื่อเวลาผ่านกลับหลงลืมไป


ภาษาบ้านผม เรียก ฝรั่ง ว่า ย่าหมู แปลกใจว่า แถบพังงา ระนอง ก็เรียกแบบเดียวกัน ยิ่งแปลกใจเข้าใจอีกเมื่อทางฟากนครศรีธรรมราชเรียก ชมพู่

ส่วนชมพู่จริงในภาคกลาง ทางนครฯ เรียก น้ำดอกไม้ มาเข้าใจที่มาของภาษาก็อีกตรงที่ ต้นทางของภาษาซึ่งมีที่มาจากทางมลายู เขาเรียก ชมพู่ ว่า Jambu และเรียกฝรั่งว่า Jambu เช่นกันแต่อาจจะต่อท้ายด้วยคำว่า Batu 


 

ความสงสัยใคร่รู้นี่เองที่ชักชวนผมให้เข้าไปเสาะค้นข้อมูลเรื่อยเปื่อยไปจนพบว่า เมื่อใช้คำว่า Jambu กลับพบแต่ภาพของชมพู่ในภาษารูมีเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่มีบ้างบางเว็บที่ฟ้องภาพของฝรั่งไส้ชมพู  สองเสียงนี้มีความแตกต่างหรือเหมือนกันอย่างไรในที่มา แค่ฝรั่งขี้นกลูกเล็กกลับทำให้ค้นพบมากมายเกินกว่าที่คาดไว้ตั้งแต่แรก

ในสวนทางทิศตะวันตกของบ้าน ผมยังจำได้ ฝรั่งขี้นกต้นเล็กต้นนั้นไม่ค่อยจะได้รับการเหลียวแลจากเด็ก ๆ มากนัก อาจเพราะมีต้นฝรั่งพันธุ์ที่ผลโตกว่าอยู่บ้านใกล้กัน เด็กจึงไปป่ายปีน เล่นซ่อนหา และเล่นของเล่นอื่น ๆ ที่บ้านหลังนั้นมากกว่า ฝรั่งขี้นกต้นนั้นจึงหล่นกล่นเกลื่อนเต็มใต้ต้น ชนิดที่เรียกได้ว่าเหยียบไม่ถึงพื้นดินกันเลยทีเดียว ผลสุก ผลเน่าส่งกลิ่นหอมหวานอมเปรี้ยวไปทั่วบริเวณ

ฝรั่งขี้นกอาจมีหลายพันธุ์ ต้นที่เคยมีที่บ้านผมมีผลขนาดเล็กเพียงหัวแม่เท้าผลรียาวมีสันนูนขึ้นมาจาก หัวจรดท้ายมองเห็นชัดเจน เนื้อในสีชมพูเข้ม เด็กๆ อ้าปากงับเพียงสามคำหมดลูก บางชนิดผลกลม บางชนิดมีขั้วยื่นยาวออกมามากกว่าปกติ

การล่มสลายของฝรั่งขี้นกมาเยือนเมื่อการเข้ามาของฝรั่งพันธุ์เวียดนาม ผลกลมโต เนื้อหนา หวานกรอบ โตเร็ว ความนิยมในการบริโภคฝรั่งขี้นกอันฝาดเฝื่อนจึงค่อยๆ หมดไป


อีกประเด็นคือการเข้ามาของการสาธารณะสุขแนวใหม่ โดยอาศัยส้วมซึมและคำขวัญที่ว่า “นอนในมุ้ง ทุ่งในส้วม สวมรองเท้า” เพื่อเป็นการควบคุมการระบาดของโรคภัยในยุคนั้น  

ผมเกิดทันรอยต่อของการ“ทุ่งในสวน แบบเย็นลมโชยสุขา” คนบ้านนอกแบบผมนิยมกินเมล็ดของผลไม้หลากหลายชนิด ทั้งเพราะรสชาติและความอิ่มเอม การขับถ่ายจึงเป็นการทิ้งของเก่าอย่างทรงคุณ ค่าเอนกอนันต์ต่อเมล็ดพันธุ์พืชพื้นบ้าน ตราบเท่าที่ปากสามารถกัดเคี้ยวกลืนกิน และลำไส้ใหญ่สามารถขับถ่ายออกอย่างไม่ทรมาน 

ต้นไม้หลายชนิดในสวนขี้คร้าน และสวนของเพื่อนบ้านใกล้เคียงหลายต้นที่งอกงามมาจากกองอาจมในยุคโน้น ยืนหยัดให้ดอกให้ผลจนถึงยุคนี้

ผมเริ่มสอดส่ายสายตาสำรวจตามเรือกสวนไร่นาเก่าแก่ภายในหมู่บ้านเพื่อตามหาผลไม้พื้นบ้านชนิดนี้อย่างจริงจังเมื่อเสร็จจากหน้านา

แน่หละ..การตามหาผลไม้ชิดหนึ่ง อาจพบผลไม้พื้นเมืองอีกหลายชนิดในเวลาต่อมา

ช่วงนี้น้อง ๆ หลายคนในเครือข่ายของเพื่อนร่วมทางเมื่อหลายปีก่อนจึงถูกผมร้องขอกึ่งบังคับ ให้ช่วยจัดหา เมล็ด และกิ่ง รวมไปถึงต้นอ่อนของพืชพื้นบ้านที่คาดว่าจะหาได้จากพื้นที่ที่ตัวเองเคยอยู่

ไม่นานเกิน ๑ อาทิตย์ น้องในทีมส่งข่าวดีมากบอกว่า บ้านเพื่อนที่หาดใหญ่มีต้น และอาจได้รับเมล็ดของฝรั่งชนิดนี้ในอีกไม่ช้า..แค่นี้ก็นับเป็นข่าวดีเกินความคาดหมาย 

จากฝรั่งขี้นกผมแตกประเด็นความคิดไปยังไม้พื้นบ้านชนิดอื่นที่ “ น่าสนุก” อีก ความน่าสนุกคือการเรียนรู้อย่างมีความสุข การศึกษาในระบบของบ้านเราน่าจะมีกิจกรรมแห่งการเรียนรู้ที่ “น่าสนุก” เกิดขึ้นเยอะ ๆ เพราะจะทำให้ผู้เรียนสามารถซึมซับกับองค์ความรู้ตรงหน้าอย่างสนุกสนาน และมีสาระ ไม่ใช่แค่ต้นไม้ แต่หมายรวมถึงศิลปวัฒนธรรมประจำถิ่นของตนเอง

 

ผมคงแตกประเด็นไปไม่ไกลกระมัง?

จากบ้านสวนสู่ทุ่งนา ริมลำประโดง ต้นเล็บเหยี่ยวซ่อน เล็บ(หนาม)ใต้กิ่งและใบกลมไว้ แล้วอวดผลเล็ก ๆ บนกิ่ง สีเขียวของผลอ่อน สีม่วง และดำของผลสุกอวดสายตานกและคนบ้า(แบบผม) รสชาติของเล็บเหยี่ยว หรือ เหย็บเหยียวในสำเนียงท้องถิ่นออกรสเปรี้ยวฝาดทว่าอร่อยลิ้น

ริมทุ่งติดกับพรมแดนป่าพรุเสื่อมสภาพ ต้นหว้าเริ่มออกผลเขียว แดงและดำเมื่อสุกงอม

ในอดีต..ลูกหว้าอร่อยชวนเด็กเลี้ยงควายเกียจคร้านที่จะเปลี่ยนที่ให้ควายได้ กินหญ้าอ่อน ตัวเองหลบอยู่บนคาคบสูงปลิดกินลูกหว้าสบายใจเฉิบ ยอดอ่อนของหว้าเป็นผักแนมของแกงคั่วเนื้อได้เด็ดดวง


บนคันนาร้าง มะม่วงป่าสูงลิบลิ่ว ร่มครึ้ม กิ่งก้านถูกเกาะด้วยพืชอิงอาศัยหลากชนิด แลดูรกรุงรังน่าเกรงขาม บ้านผมเรียกมะม่วงชนิดว่า ม่วงคัน กิ่งก้านยังมีร่องรอยของดอกโรย อีกไม่นานจะได้เห็นผลที่กลมเกลี้ยงของมัน หากมาทันเวลาดอกอ่อนเริ่มชูช่อ เราสามารถเด็ดไปเป็นผักสดจิ้มน้ำพริกอร่อยมาก

วันต่อมาผมเดินดูผลไม้ในสวน มีไม้พื้นถิ่นหลายต้นที่กำลังออกดอก มีต้น มะปราง มะหวด และชมพู่น้ำ   


บ้านสวนขี้คร้านมีต้นชมพู่น้ำอยู่ ๑ ต้น ค่อนข้างสูงใหญ่ ผมเคยริดกิ่งออกบ้างแล้ว แต่ยังคงสูงลิบแผ่กิ่งก้านใบร่มครึ้ม ปีนี้ออกดอกออกผลไม่ดก ผลไม่โตอย่างที่เจ้าของสวนอยากให้เป็น แต่นับว่าดีที่ยังมีไม้พื้นบ้านชนิดที่อยู่ในสวน

วันนี้ขับรถออกไปเสียค่าโทรศัพท์ในเมือง ผ่านเส้นทางที่มีต้นชมพู่ชนิดนี้ต้นเบื่อเริ่มเทิ่ม หมายตาเอาไว้ขากลับจึงแวะเข้าไปยังโคนต้นพร้อมกับกล้องคู่ใจ

ชมพู่ต้นนี้กำลังออกดอก มีผลอ่อนแก่และสุกค่อนข้างดก

ก้มเงยถ่ายภาพไม่นานเจ้าของสวนแวะมาทัก โลกทัศน์ของคนต่างวัยจึงถ่ายเทแด่กัน 

ดั้งเดิมเขาเป็นคนไม่ไกลจากหมู่บ้านที่ผมอาศัยอยู่ รู้จักคนแก่ที่บ้านผมดีมาก เราคุยกันสนุกไปยังการงานอาชีพ การปลูกต้นไม้ในสวน การอนุรักษ์พันธุ์ไม้พื้นบ้าน ฯลฯ ระกว่างนั้นผมก็เด็ดผลสุกเคี้ยวตุ้ย ๆ อร่อยมาก

 

“เอาเลย เก็บกินเลย…หอม หวาน หรอย  ลูกหลานบ้านลุงมันกินไม่เป็นกันแล้ว ผลไม้โบราณ” พูดพลางเกี่ยวผลสุกด้วยคมมีดพร้าลงมา บอกให้ผมเก็บไปฝากคนแก่ที่บ้านด้วย ผลสุกของชมพู่น้ำสามารถสกัดเป็นหัวน้ำหอมได้ บางต้นที่เคยจัดแสดงในงานพืชสวนโลกมีกลิ่นแปลกไปจากกลิ่นดั้งเดิมของมัน เนื่องเพราะมีการผสมจนเกิดเป็นพันธุ์ใหม่ขึ้นมา

 

 

ผลไม้ชนิดนี้เคยได้ทราบข่าวว่ามีการซื้อขายกันในตลาดผลไม้ไร้สารพิษแถบนครปฐม ในราคากิโลกรัมละเกินร้อยบาท อาจเพราะกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์

 

“อย่าโค่นนะ ปล่อยไว้ยังงี้แหละ มันไม่ค่อยมีที่ไหนแล้ว” ผมฝากทิ้งท้าย ก่อนที่จะก้มเก็บผลสุกที่หล่นเต็มพื้น พร้อมกับแกะเอาเมล็ดด้านในใส่ย่าม กะจะเอาไว้เพาะชำลงถุงดำเอาไว้ฝากเพื่อนต่างถิ่น

 

 

 

รู้ไหมผมคิดอะไรในใจ?

ผมคิดถึงการแลกเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ รวมไปถึงต้นกล้าพันธุ์ไม้พื้นบ้านระหว่างเพื่อนและเครือข่ายของคนที่รู้จักกัน ตามกฎบ้า ๆ ของสวนขี้คร้าน ใครมีอะไรแลกเปลี่ยนกันเพาะปลูก ให้ผลก็แบ่งกันกิน เราทั้งหมดก็จะได้ของกินของฝากจากเครือข่ายด้วยกันเองอย่างเพียบพร้อม

 

ว่าแต่….เรารู้จักกัน - หรือเปล่า หืม?