เคี่ยม,ปลูก(หัวใจ)ต้นไม้


๑. หน้าร้อนเป็นเวลาที่เม็ดไม้หลายชนิดกำลังออกผลหล่น,บิน บางชนิดเรี่ยรายอยู่โคนต้นดาษดื่น

บางชนิดซึ่งใต้ร่มอันครึ้มเงียบ กลางวันอาจดูโล่งเตียนไร้สิ่งแปลกปลอมแปลกแยก นอกจากใบที่ร่วงปกคลุมความชื้นไม่ให้ระเหยหายยามแล้งเยือน

ผ่านไปอีกวันพบร่องรอยของการจิกกินเมล็ดไม้อื่นจากที่ไหน ใคร..ค้างคาวหรือนกกลางคืน?

เนื้อในของไม้ผลแปลกปลอมหายไปจนหมดเหลือเพียงเมล็ดเป็นกลุ่มใหญ่, ตกหล่นอยู่เรี่ยราย ธรรมชาติกระจายเผ่าพันธุ์ของมันเองโดยอาศัยกลไกแห่งการเอาตัวรอดของสรรพสิ่งซึ่งเชื่อมโยงกันเป็นสายใยที่มองไม่เห็น หรือแม้แต่มองเห็น อาจคิดไม่ถึงว่านี่คือปัจจัยอันเชื่อมร้อยถึงกัน

บ้านสวนขี้คร้านยังมีปัญหาเรื่องของระบบน้ำ แม้จะมีเครื่องอำนวยความสะดวก และแหล่งน้ำที่แน่นอน แต่รายจ่ายในการสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับกิจกรรมนี้ดูจะตึงไปสำหรับครอบครัวเล็กๆ อย่างเรา

ดังนั้นแปลงเพาะชำจึงกระจายอยู่ใต้ต้นไม้บ้าง ริมชายคา ริมแปลงผัก บางครั้งจึงเล็ดรอดสายตาไร้การรดน้ำและถอนหญ้า ต้นไม้หลากชนิดในระยะเวลาหลายปีที่ผ่านที่เริ่มสะสมเมล็ดไม้เพื่อเพาะพันธุ์จึงล้มหายตายจากไปอย่างน่าเสียดายเวลา

หลายคนผ่านมาที่บ้านแล้วเห็นต้นไม้แปลกตา ไถ่ถาม

ต้นอะไร? ”

“ xxx   ผมตอบ

ปลูกทำอะไรกินไม่ได้ ขายก็ไม่ได้ ปลูกยางพาราดีกว่าขายน้ำยางได้ ขายต้นได้อีกต่างหาก ปลูกปาล์มก็ได้ 15 วันขายที

“  XXXX  ฯลฯ ผมสาธยายยาว

โอย….นานขนาดนั้นเมื่อไหร่จะตัดได้ มันโตช้าจะตายไป..

“ X ผมจบดื้อๆ

อาจต้องให้คู่สนทนาได้ทบทวนตัวเองว่า มีเนื้อที่ว่างในหัวใจบ้างไหม เพื่อที่จะให้เมล็ดไม้เล็กๆ ได้งอกงาม ก่อนที่จะเริ่มต้นปลูกต้นไม้จริง
,ในดินจริง โดยไม่หวังผลเพียงเพื่อหล่อเลี้ยงชีวิตอย่างฉกฉวยและเร่งรีบ

โธ่..แค่คิดปลูกในหัวใจยังไม่ได้เริ่ม กลับข้ามไปไกลถึงตอนตัดต้นเก็บผลผลิต คงไม่ต้องคุยอะไรกันมาก



๒. พื้นที่แถบถิ่นชายทะเล ตั้งแต่ตอนล่างของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ลงไปจรดจังหวัดนครศรีธรรมราช บางส่วนริมทะเลตะวันตกอย่างกระบี่ จะมีไม้เนื้อแข็งประเภทหนึ่งงอกงามมากมาย สามารถใช้ประโยชน์ได้สารพัด ตั้งแต่งานก่อสร้างบ้านเรือน เผาถ่าน ทำฝาดให้น้ำตาล เครื่องมือเครื่องใช้ กระทั่งทำฟืนเผาศพยามวาระสุดท้ายมาเยือน

ไม้ชนิดนี้ชอบดินเหนียวลูกรัง ชอบภูมิประเทศที่เนิน ไม่อุ้มน้ำ และสามารถงอกได้จากรากของต้นแม่(ซึ่งจำเดิมอาจงอกจากเมล็ดที่ปลิดปลิวหมุนติ้วๆ ไปตกลงตรงพื้นดินอุดม)

หากงอกในพื้นที่ใกล้กันจำนวนมาก พบว่าลำต้นตรงดิ่ง สูงชะลูด ขณะที่โตขนาดต้นมะพร้าวจะเริ่มมีเปลือกหนา และเต็มไปด้วยปุ่มปมแปลกตา เราเรียกไม้ชนิดนี้ว่าเคี่ยม

นับเนื่องแต่วัยเด็กกระทั่งถึงตอนนี้ จำได้ว่าในสวนขี้คร้านบ้านผมมีต้นเคี่ยมอยู่สี่ต้น มีอยู่สองต้นที่ถูกตัดโค่นถวายวัดข้างบ้านเมื่อกว่ายี่สิบปีที่แล้ว เหลือสองต้นแฝดมีโคนติดกัน เพิ่งถูกนำมาใช้งานเป็นคานบ้านยกพื้นไม้ทั้งหลังเมื่อหกปีที่ผ่านมา


เมื้อตัดต้นแม่ต้นสุดท้ายเอามาใช้งาน ดูเหมือนต้นเคี่ยมจะสูญไปจากสวนจนหมด จริง ๆ แล้วไม่ใช่…..ต้นเล็กๆ ซึ่งงอกออกจากเมล็ดซึ่งมีรูปร่างลักษณะคล้ายยางนาแต่เล็กกว่า ออกดอกแล้วบาน ก่อนจะปลิวตามสายลมในฤดูร้อนในเดือนมีนาย่างเมษา

ในสวนขี้คร้านจึงยังมีลูกหลานของเคี่ยมรุ่นคุณปู่อยู่หลายต้น กำลังเติบโตอย่างทุกลักทุเลเพราะสวนที่รกเรื้อบางครั้งโดนมีดตัดหญ้าตัดขาดไปอย่างน่าเสียดาย เหลือรอดบางต้นจึงชะลูดรับแดดเช้าทุกวัน………ชื่นใจเจ้าของสวน


๓. ไม่ไกลจากสวนขี้คร้านยังมีสวนอื่นๆ ซึ่งต้นโตพอที่จะโปรยเมล็ดออกหาที่เหมาะสมเพื่อเติบโตงอกงาม

วันหนึ่งผมไปนั่งใต้โคนต้นในวันที่แดดร้อนจัด เพื่อเก็บเมล็ดเอาไว้แจกจ่ายสมาชิก และเพื่อนๆ ในแวดวงคนรักต้นไม้


นั่งเงียบเชียบอยู่คนเดียวคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยใต้ร่มไม้สูงลิบ ขณะสายลมเอื่อย แหงนมองขึ้นไปพบเมล็ดเคี่ยมปลิว ปีกเล็กๆ สะท้อนแสงแดดวิบวิบ ดูคล้ายเครื่องจักรของเล่นขนาดจิ๋วที่มีใบพัดอยู่ด้านบน

หมุนติ้วๆ  ก่อนจะหล่นแปะอย่างแผ่วเบาบนผืนหญ้า บนใบไม้ พื้นดินไม่ไกลจากโคนต้นแม่มากนัก ท่ามกลางมวลใบไม้สีน้ำตาลอ่อนผลปีกบางปกคลุม เคี่ยมต้นเล็กๆ กำลังเติบโตอย่างทรนง

เชื่อไหม
….ในเสียงของลมจูบใบไม้ ผมได้ยินกระทั่งเสียงของใบพัดเล็กๆ นั่น




นี่กระมัง ที่บางใครเรียกว่าความสุข?

ขณะนี้(๒๕๕๒) ราคาของต้นเคี่ยมในยุคที่ต้นตะเคียนในธรรมชาติหาได้ยากกว่าทองคำ คนทำเรือประมงขนาดใหญ่ปรับเปลี่ยนเปลี่ยนจากการใช้กงเรือที่ทำด้วยไม้ตะเคียนเป็นไม้เคี่ยมแทน ราคาของต้นเคี่ยมขนาดสองสามคนโอบตรงดิ่งสูงลิบ ขยับ(ถีบ)ราคาแพงขึ้น จนคนที่คิดสร้างบ้านหรือนำมาเป็นส่วนประกอบบางส่วนของบ้าน ไม่สามารถซื้อหาได้ในราคาที่เป็นปกติ ที่ว่าแพงขึ้น สำหรับต้นสวยๆ ขนาดโตกว่าสองคนโอบ ราคาเฉียดเรือนแสนนั่นเชียว

ผมแอบคิดเล่นๆ ว่านี่คือมูลค่าหรือราคากันแน่?

แต่ช่างเถอะ ไม่ว่าค่าหรือราคา นี่อาจเป็นแรงจูงใจเล็กๆ ให้เจ้าของพื้นดินอันว่างเปล่าได้คิดปลูกหรือเว้นไว้ซึ่งของเดิมที่มีอยู่ เพื่อรอมูลค่าหรือราคาของไม้ชนิดนี้หลังจากที่ได้ระยะเวลาอันเหมาะสมในการแปรรูป

ในช่วงที่รอนี่เอง คือผลพวงด้านดีที่จะกลับคืนแก่โลก

๔. ยังมีเมล็ดไม้บางชนิดที่ผมไม่รู้จักชื่อ พบได้ขณะหาเมล็ดเคี่ยม ผมเก็บรวบรวมมาไว้ให้แล้ว ซักวันจะรู้ว่ามันคือเมล็ดของต้นอะไร แต่จะว่าไปหากจะปลูกต้นไม้ไว้ให้ลูกให้หลาน หรือแม้กระทั่งคิดไกลถึงการปลูกต้นไม้ให้โลก ใยจะต้องถามว่าต้นนั้นต้นนี้ชื่ออะไร หากมันไม่ใช้ต้นไม้ซึ่งแปลกแยกผิดถิ่น ผิดที่ผิดทาง ผิดสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติดั้งเดิมอันควรจะเป็น

ถ้าวันหนึ่งเป็นวันที่ร้อนตับแลบ คุณเดินทางไกลมาอย่างอ่อนระโหย เจอต้นไม้ใหญ่ริมทางอันโล่งเตียน มองไกลพบแต่คลื่นความร้อนระยิบระยับ คุณต้องการเพียงนั่งลงใต้ร่ม พิงโคนต้นแล้วหลับ อิ่มเอม หายเหนื่อยจึงเริ่มสำรวจว่าต้นไม้นี้มีชื่อว่าอะไร สวยงามกี่มากน้อย (ใช่ไหม?)

ขณะนี้ถึงวิกฤติของโลกแล้ว….คุณยังถามอีกเชียวหรือว่า เมื่อใดจะได้ใช้ประโยชน์จากการปลูกไม้ใหญ่อายุยืน(กว่าอายุของคุณเอง)


แค่เหลือที่ว่างในหัวใจเพียงเล็กน้อย เพื่อให้เมล็ดไม้เล็กๆ ได้ฝังตัวรอปัจจัยอันเหมาะสม เพื่องอกงาม ก่อนที่คิดปลูกต้นไม้จริงลงดินจริง น่าจะเพียงพอแล้วสำหรับคนที่แห้งแล้ง ไร้ซึ่งสีเขียวแห่งใบไม้แต้มเติม.........ในใจ