(บาง)เวลาของคนในสวน

เช้านี้หมอกขาวฟุ้งไปทั้งสวน ต้นไม้ในเงาแดดสีเหลืองทองอุ่นอวลผสมกับไอละเอียด มองย้อนแสงเข้าไปในกลุ่มของไม้ยืนต้น เห็นเป็นเส้นสาย เป็นกลุ่มก้อน บ้างยืนทะมึนบ้างอ่อนโอนพริ้วไหวอยู่ในความสงบเชื่องช้า ขรึมขลังมลังเมลือง ตรงนั้น..ตรงโน้น จนไกลสายตากลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกับหมอกเหมย  
 
การตื่นเช้าของคนในสวนท่
ามกลางอากาศชวนง่วง แค่ดีดผึงออกจากผ้าห่มอุ่น จัดแจงโน่นนี่เสร็จแล้ว บ้วนปากสีฟัน แล้วมานั่งสวดมนต์ต่อครึ่งชั่วโมงเป็นอันจบ.. 
 
..แต่ในความเป็นจริ
งคนในสวนเองก็อยากให้ความเกียจคร้านเกาะกุมจนหลับไหลต่อไปจนตะวันสายโด่ง จนแดดแยงมาทางช่องลมเหมือนใครอื่นๆ เหมือนกัน 
 
น่าแปลก..ช่วงที่
ทำงานประจำอยากตื่นสายแต่จำใจต้องตื่น แต่ครั้นมาถึงช่วงที่อยากตื่นตอนไหนก็ได้ กลับกลายคนที่ยิ่งตื่นเช้ามากขึ้นกว่าเก่า 
 
เคยสอบถามคนรุ่นเก่า หลายคนตอบคล้ายกันว่า ชีวิตนี้นอนมาเยอะแล้ว ถึงเวลาที่สังขารมันเรียกร้องที
่จะตื่นขึ้นมาเพื่อมองโลกให้นานกว่าเก่า เพื่อรอเวลาปิดตาตลอดกาล(โอ้..คม) 
 
หลังจากสวดมนต์เสร็จ ผมจูงม้าออกไปล่ามในสวน ใกล้ร่มไม้ที่มีหญ้างามให้
และเล็ม เดินลุยน้ำค้างลึกเข้าไปในสวน ชมนกชมไม้ไปตามประสา นั่งเล่นดูแดดอาบสายหมอก ฟังเสียงนกร้องอีกครู่ใหญ่ๆ ก่อนกลับมาปรุงอาหารเมนูตามมีตามเกิด  
 
วันไหนไม่มีกะใจปรุงก็หิ้วปิ่
นโตควบขี่รถมอเตอร์ไซค์ออกไปซื้
อจากร้านค้าในหมู่บ้าน แค่ปิ่นโตสองใบ แกงสองแกง กินไปได้สองคน ตลอดทั้งวัน 

ชีวิตง่ายดายแบบนี้ 
 
กินอิ่มแล้วนั่งผึ่งพุงหน้
าจอคอมพ์พิวเตอร์ต่อสักครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมง เปลี่ยนชุดเป็นชุดลุยงานสวน กางเกงขายาว เสื้อแขนยาว หมวก รองเท้า แต่งองค์ทรงเครื่องอยู่ไม่เกิน 5 นาที เรียบร้อย  
 
หยิบมีด เลื่อย เดินดุ่มเข้าสวนอีกครั้ง  คราวนี้มุ่งตรงไปยังต้นไม้ที่
หมายตาไว้เมื่อตอนเช้าตรู่ ค่อยๆ ใช้มีดถางโคนต้นจนเตียนดีแล้วเริ่มเลื่อยตัดบาก เพื่อบังคับทิศทางล้ม  
 
ไม้ยืนต้นขนาดไม่เกินสามฝ่ามื
อโอบรอบ ล้มลงภายในเวลาไม่กี่นาทีต่อมา จากนั้นตัดแต่งรวบรวมมัดกองไว้ตามขนาดกำลังพอดีขนด้วยแรงแบก -  ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมผมถึงกลายเป็นคนตัดไม้เผาถ่านไปได้  
 
พื้นที่ในสวนถูกแบ่งเป็นพื้นที่
ป่าค่อนข้างทึบกับพื้นที่ซึ่งเหลือต้นไม้ยืนต้นไว้สำหรับใช้งานในโอกาสต่อไป และพื้นที่พืชกินผลเช่นมะพร้าว และผลไม้พื้นบ้าน ดังนั้นแม้ต้นไม้หลายต้นที่ผลเว้นไว้เกินสิบปีจะถูกตัดไปใช้งาน แต่ผมไม่ได้ถอนรากถอนโคนครับ ไม้พวกนี้ยังสามารถแตกหน่อแตกกิ่งด้านขึ้นมาจากตอเดิมอีกครั้งเป็นการหมุนเวียนใช้สอยอย่างไม่รู้จบหากมีจัดการที่ดีในการตัดแล้วเว้นช่วงเวลาให้เค้าเติบโตทันใช้งาน 
 
ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่ผมชอบที่
สุดเพราะหลังจากเหงื่อชุมโชกไปทั้งตัวแล้ว ถัดจากนี้เป็นเวลาที่ตัวเองได้นั่งพัก ถอดเสื้อแขวนตากแดด เอนหลังพิงต้นไม้ในร่มเงาของหลังคาใบไม้ ลมเย็นโชยมา ต้องใบไม้เบาๆ  
 
ความรู้สึกที่โปร่งสบายเกิดในช่
วงเวลานี้นี่เอง  
 
เมื่อรู้สึกว่าตัวเองได้พัก หยุดความคิดฟุ้งซ่านไว้ตรงหน้า สารพัดสำเนียงรอบตัวเริ่มเข้ามา  
 
จากเสียงใบไม้ไหวเริ่มยินไปไกล.
..ไกลยิ่งขึ้น เหมือนมีหูทิพย์ สรรพเสียงร้อยแปดดังมาจากรอบทิศทาง เสียงนกกินแมลงบินโฉบเหยื่อในอากาศ แซงแซวทะเลาะกัน กระปูดเดินบนใบไผ่แห้งเสาะเหยื่อบนพื้นดิน จิ้งเหลนวิ่งบนใบไม้แห้ง หัวขวานเฉาะเจาะกิ่งไม้ไล่แมลงออกมาให้มันจิกกิน ไอพ่นสีขาวบนท้องฟ้าผ่านไปนานแล้วเพิ่งมีเสียงเครื่องดังไล่หลัง รถขนดินกดคันเร่งเสียงดังสนั่นหมู่บ้าน หมาเห่าอยู่บ้านโน้น วัวร้องอยู่บ้านนี้ เสียงตำน้ำพริก เสียงป่าไก่ขันริมภูเขา น้ำในลำห้วยส่งเสียงคุยกับก้อนหินกรุ๊กกริ๊ก ลมต้องใบไม้ เสียงคนทะเลาะกัน ฯลฯ       
 
แอบครุ่นคิดว่า ..แม้คนที่ใช้ชีวิตแบบผม(ที่คิ
ดว่าตัวเองได้พักอยู่ตลอดเวลา) แต่เอาเข้าจริงการได้พักหมายถึงพักอย่างจริงจังทั้งข้างนอกและข้างใน ทั้งกายและใจ  เฝ้ามองดูว่าตัวเองกำลังคิดอะไร สดับเสียงในหัวว่า ส่งเสียงตะโกน หรือกระซิบกระซาบอะไรให้กับตัวเองหรือไม่อย่างไร 0  
 
สำหรับผม...นี่ต่างหากถึงจะเรี
ยกว่า พัก 
 
เมื่อคุ้นชินกับการพักแล้ว...
เสียงทั้งภายในและภายนอกค่อยๆ เลือนไป ภาพตรงหน้ามืดลง และ..ผมหลับ 
 
ครับ....หากชีวิ
ตของคนในสวนผมเป็นแบบนี้ทุกวั
นคงดี 

....คงดีมากเลยทีเดียว 

 

 

                      .........................................................................