ผมอ่านข่าวเรื่องยุทธศาสตร์การปฏิรูปของคณะกรรมการปฏิรูปชุดคุณอานันท์ ปันยารชุน
ผมรู้สึกแปลกใจอยู่ลึกๆเมื่อครั้งได้มีโอกาสเข้าร่วมงานสัมมนากับอาจารย์อเนก เหล่าธรรมทัศน์ เมื่อเกือบสองเดือนที่ผ่านมา แล้วได้ยินอาจารย์อเนกพูด
“มันดีขนาดนั้นเลยหรือ” ผมนึกในใจหลังจากฟังดร.นอร์แมน อัพฮอฟฟ์ นักคิดและนักวิชาการด้านการพัฒนาชนบทชื่อดังแห่งมหาวิทยาลัยคอร์แนลบรรยายเรื่องระบบการเพิ่มผลผลิตข้าวจบ
น้ำดื่มบรรจุขวดออกวางขายในท้องตลาดเป็นครั้งแรกเมื่อประมาณ 30 กว่าปีที่แล้ว มันสร้างความประหลาดใจแก่ผู้คนจำนวนไม่น้อย
อะไรที่มองไม่เห็นหรือไม่อยู่ในรัศมีของสายตา คนส่วนใหญ่มักละเลยการให้ความสำคัญและอาจเขยิบไปถึงขั้นหลงลืมที่จะรู้สึกรู้สากับสถานภาพการมีอยู่ของมัน
ประโยคที่เราได้ยินอยู่บ่อยๆเวลาพูดคุยเรื่องการเมืองหรือเวลาอ่านความเห็นเกี่ยวกับปัญหาสังคมต่างๆตามหน้านิตยสารและหนังสือพิมพ์ก็คือ
หลังจากสร้าง “The Story of Stuff” ภาพยนตร์อะนิเมชั่นตีแผ่ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมจากกลไกการตลาดยุคบริโภคนิยมซึ่งปล่อยออกมาตั้งแต่เมื่อต้นปี 2551 และได้เสียงตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากผู้ชมทางอินเทอร์เน็ตหลายล้า
บทความคราวก่อนได้เล่าทิ้งท้ายไว้ว่าทิศทางโลกธุรกิจทุกวันนี้อาจไม่ได้กำลังแข่งกันสร้างสิ่งที่ “ดีกว่า” ในเชิงผลผลิต (Productivity) เสมอไป หากแต่กำลังมุ่งแข่งขันกันสร้าง “มูลค่าเพิ