เมืองโบราณกับความฝันของคนชื่อเล็ก

หลายวันที่ผ่านมา ภรรยาบอกว่า จะมีเพื่อนฝรั่งแวะมาพักที่บ้านหนึ่งคืน

"จะไปเที่ยวที่ไหนดีที่จะให้ทั้งความเพลิดเพลินและรู้จักเมืองไทยได้ภาย ในหนึ่งวัน” หล่อนถาม

“เมืองโบราณ ที่บางปู”  ผมตอบโดยไม่ต้องคิด

วันเสาร์ที่ผ่านมา ผมขับรถพาเพื่อนฝรั่งที่เพิ่งบินมาจากสหรัฐอเมริกาไปเที่ยวเมืองโบราณ ตอนแรกเราบอกแหม่มฝรั่งผู้นี้ว่า จะไปเที่ยวเมืองจำลอง ซึ่งแหม่มคนนี้ไม่ได้ทำท่าตื่นเต้นอะไร เพราะคิดว่า คงเป็นเมืองจำลองขนาดเล็ก ๆ แต่ละแห่งไม่น่าจะใหญ่กว่าความสูงของคนทั่วไป พบเห็นได้ตามสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งทั่วโลก

แต่เย็นนั้นเมื่อออกมาจากเมืองโบราณ  หล่อนบอกว่าสามารถเข้าใจเรื่องราวของเมืองไทยได้พอสมควร แต่ที่ประทับใจก็คือ สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่เมืองจำลอง แต่เป็นพิพิธภัณ์ฑกลางแจ้งที่ยิ่งใหญ่แห่งหนึ่งของโลก มีเสน่ห์ มีชีวิตชีวามาก แต่ทำไมไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนเลย

“น่าแปลกใจนะ มาเมืองไทย ได้ยินแต่ พัทยา ภูเก็ต หรือไม่ก็วัดพระแก้ว ”

ทำไมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. จึงไม่เคยโปรโมตเมืองโบราณแห่งนี้เลย ทั้ง ๆที่เป็นสถานที่ชาวต่างชาติมาแล้วไม่เคยผิดหวังเลย ผมนึกในใจ

ผมเองก็ไม่ได้ไปเมืองโบราณมานานแล้ว เช่นเดียวกับคนไทยจำนวนมาก อาจจะเคยไปเที่ยวเมืองโบราณตอนเป็นเด็ก เพราะคุณครูพาไปทัศนศึกษา และให้ทำรายงาน แต่เมื่อโตขึ้นเมืองโบราณแห่งนี้ อาจจะไม่อยู่ในความทรงจำแล้ว

เราซื้อบัตรผ่านประตูเข้าชมราคา คนไทย 100 บาท หากเป็นชาวต่างชาติ 300 บาท ไม่รวมค่าจักรยานถีบคันละ 50 บาท หากไม่สะดวกมีบริการรถไฟฟ้านำเที่ยว หรืออาจจะนำรถส่วนตัวขับเข้าไปชมได้

เราถีบจักรยานผ่านโบราณสถานที่เลียนแบบภูมิประเทศของไทยผ่าน พระบรมธาตุนครศรีธรรมราช  พระบรมธาตุไชยา จอดจักรยานแวะเข้ามาในตลาดโบราณหรือตลาดบก เดินเข้าไปตามร้านค้าต่าง ๆที่เลียนแบบร้านค่าเก่าในอดีต ไม่ว่าจะเป็นร้านขายทอง ร้านตัดผม ร้านขายเหล้า

เราซื้อโอเลี้ยงดับกระหาย ขณะที่ฝรั่งนึกสนุกอยากลองเหล้าโรงกลิ่นหอมสมุนไพรสักหนึ่งเป๊ก

ผมเข้าไปในสำนักโคมเขียว ภายในตบแต่งบรรยากาศแบบบ้านจีนโบราณ เฟอร์นิเจอร์ โต๊ะเครื่องแป้ง  ชะลอมสีใส่ของ ภาพถ่ายที่แปะข้างฝา ชวนให้นึกย้อนกลับไปวัยเด็ก เมื่อครั้งไปเยี่ยมอาม่าที่บ้านแถวเยาวราช ตอนวันตรุษจีน  อดีตเหล่านี้ไม่มีวันหวนกลับมา

หลังจากนั้นเราถีบจักรยานไปเที่ยวพระที่นั่งสรรเพชญปราสาท สิ่งก่อสร้างอันงดงามที่สุดในเมืองโบราณ ผมอธิบายให้ฟังว่า ของจริงเป็นพระที่นั่งสร้างในสมัยอยุธยา และถูกพม่าเผาจนไหม้หมดสิ้นเมื่อคราวเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สอง ที่เห็นอยู่นี้คือการสร้างจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ยังหลงเหลืออยู่ ข้อมูลในจดหมายเหตุ และบันทึกของชาวต่างชาติในเวลานั้น ฯลฯ

เพื่อนฝรั่งประทับใจกับความพยายามของเสี่ยเล็ก หรือ คุณเล็ก วิริยะพันธุ์ ผู้สร้างเมืองโบราณแห่งนี้ หลายแห่งอาจจะมีของจริงหลงเหลือให้เลียนแบบ แต่หลายแห่งที่หายสาบสูญไปต้องใช้เพียรในการหาข้อมูลและจินตนาการอันยิ่ง ใหญ่ของผู้สร้าง

เราไปปีนเขาพระวิหาร แทบไม่น่าเชื่อว่า กว่าจะขึ้นไปข้างบนได้ต้องออกแรงเสียเหงื่อกันพอควร ไม่น่าเชื่อว่า จะมีใครเนรมิตภูเขาขนาดใหญ่ขึ้นมากลางที่ราบลุ่มปลายแม่น้ำเจ้าพระยาได้ สำเร็จ

เราแวะไปที่ศาลาการเปรียญวัดใหญ่สุวรรณาราม บริเวณใต้ถุนสูงด้านล่าง คือที่ทำงานของคุณเล็ก สมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่  เราเห็นโมเดลขนาดยักษ์ของปราสาทสัจธรรม อาคารไม้สักขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่พัทยา และโมเดลของพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ ที่ปัจจุบันไม่มีใครเชื่อว่าจะสร้างอาคารเป็นตัวช้างขนาดมหึมาได้สำเร็จ จริง  ๆ

มีไม่กี่คนในโลกที่สร้างความฝันให้เป็นจริงได้ คุณเล็ก วิริยะพันธุ์ ทุ่มเทชีวิตและเงินทองมหาศาลเพื่อสร้างสิ่งมหัศจรรย์เหล่านี้ด้วยความวิจิตร พิสดาร เพื่อให้ผู้คนในสังคมหันมาสนใจอดีตและรากเหง้าของตนเอง โดยใช้ศิลปะเป็นเครื่องนำทาง

เบื้องหลังสิ่งก่อสร้างในเมืองโบราณร้อยกว่าแห่ง บนพื้นที่ 500 กว่าไร่ คือหยาดเหงื่อ ชีวิตเลือดเนื้อและวิญญาณของผู้สร้างที่ต้องการงานศิลปะอันทรงคุณค่าอันงด งามที่สุด

บริเวณใต้ถุนมีคำจารึกของคุณเล็กว่า

“สิ่งที่ข้าพเจ้าทำไปแล้วในวันนี้มีความสำคัญมาก เพราะว่าข้าพเจ้าได้สละชีวิตหนึ่งวันเป็นค่าทดแทนไปแล้ว”

เราเดินผ่านกลุ่มนักเรียนจำนวนมาก เข้ามาหลบความร้อนในห้องเจ้าแม่กวนอิม เรือนกลางน้ำอันเงียบสงบและตกแต่งอย่างเรียบง่าย แต่ได้ใจในความงามเหลือเกิน

เห็นสระน้ำใสดั่งกระจก กำลังสะท้อนตัวตนของเราขึ้นมา

ชีวิตที่เหลืออยู่ ได้สร้างอะไรให้กับโลกอันงดงามใบนี้มั่ง

 

ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 20 สิงหาคม 2552